- 21 ธ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จังหวัดสตูล ร่วมกับหอการค้าจังหวัดสตูล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดการประชุม ปฐมนิเทศโครงการ สัมมนาครั้งที่ 1 โครงการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการสะพานถนนสตูล-เปอร์ลิสที่ห้องประชุมอภัยนุราช โรงแรมสินเกียรติบุรี อ.เมือง จ.สตูล โดยมีนายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลเป็นประธาน การแถลงข่าวและการเปิดการประชุมสัมมนาซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมจากทุกภาคส่วนมากกว่า 400 คน
ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า ในกรสร้างถนนสตูล-เปอร์ลิสในครั้งนี้ซึ่งมีทางสตูลต้องมีแผนการรองรับประโยชน์ต่างๆที่เรามี เช่นการเชื่อมโยงทางด้านเศรษฐกิจ ในเรื่องของการค้าขาย การเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น เพราะตั้งแต่การศึกษาครั้งที่แล้ว คือการเชื่อมด้วยอุโมงค์ มีการคำนวณ ว่าจะมีการเดินทางของรถยนต์ไม่ต่ำกว่า 5,000 คัน และภายใน 17 ปี คาดว่าจะเพิ่มขึ้นวันละ 35,000 คัน ซึ่งนี้เป็นแค่ตัวเลขประมาณขั้นต่ำเท่านั้น แต่ถ้าตัวเลขจริงๆคาดว่าจะเยอะกว่านี้ เพราะมีการเชื่อมอุโมงค์ไปมาหาสู่ การติดต่อสื่อสารที่แนบแน่น ทำให้เกิดอาชีพ รายได้ และอีกหลายอย่าง โดยจะเราจะพึ่งพายางอย่างเดียวไม่ได้
เราจึงต้องปรับเปลี่ยนความคิดในการวางแผนรองรับในครั้งนี้ เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในเรื่องของเทคโนโลยี เราต้องช่วยกันหาแนวคิด มุมมอง เพราะสตูลของเราเองมีต้นทุนที่ดีอยู่แล้วในเรื่องของประเพณี วัฒนธรรม ความยึดมั่นในศาสนาของพวกเรา ทรัพยากรธรรมชาติ ที่เป็นจุดแข็ง แต่เราก็มีจุดอ่อนในเรื่องของเศรษฐกิจ โดยตรงนี้เราจะมุ่งแค่การท่องเที่ยวอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องทำอย่างอื่นมาหมุนเวียน แทนยาง แทนปาล์ม แทนการท่องเที่ยว เพื่อเป็นแผนรองรับต่อไป
นอกจากนี้ความคาดหวังในโครงการนี้คือ ในส่วนของการรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนุภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงในวันข้างหน้า เราจึงต้องใช้ข้อได้เปรียบของสตูลที่มีความใกล้กับทางอินโดนีเซีย มาเลเซีย รวมถึงขนาดเศรษฐกิจของมาเลเซีย อินโดนีเซียและไทย โดยทางตลาดก็เป็นครึ่งหนึ่งของอาเซียนแล้วและขนาดเศรษฐกิจก็เกินครึ่งของอาเซียนอีก เราจะทำอย่างไรในตรงนี้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดในการรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นและอยากให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นกัน อยากรู้อะไรก็สามารถสอบถามได้ ช่วยกันคิดในส่วนนี้
ดร.พิทักษ์สิทธิ์ ชีวรัฐพัฒน์ประธานหอการค้าจังหวัดสตูล กล่าวว่า ที่ผ่านมาโครงการใหญ่ไม่ได้มีการศึกษาไปพร้อมๆกัน จึงเกิดความไม่เข้าใจ เกิดการคัดค้านไม่เห็นด้วย ในส่วนของโครงการสะพาน ถนนสตูล-เปอลิสนี้ จึงจำเป็นต้องศึกษาไปพร้อมๆกัน ให้ประชาชนร่วมรู้และทำงานด้วยกันจนเสร็จสิ้นโครงการ 2 ปี เพื่อให้โครงการนี้เป็นโมเดลว่าคนสตูล ได้ทำโครงการใหญ่ โดยมีประชาชนร่วมกันเรียนรู้ทำไปพร้อมๆกับเอกชน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา โดยทุกคนมีการแสดงความเป็นเจ้าของโครงการนี้ร่วมกัน
หากถามถึงความเป็นไปได้ของโครงการนี้ ในการเชื่อมเส้นทางของประเทศ ในปัจจุบันจะมีการเชื่อมต่อโดยเส้นทางชายแดนฝั่งประจัน ซึ่งเห็นได้ว่ามูลค่าการส่งออกน้อยมาก ซึ่งทางกายภาพถือว่าไม่สะดวก น่าจะเป็นจุดผ่านแดนเท่านั้นถ้ามองในแง่เศรษฐกิจ หากมองในปี 2552-2553 จะมีการทำโครงการอุโมงค์สตูล เปอร์ลิส ซึ่งส่วนนี้จะไปกระทบกับแหล่งน้ำของฝั่งประเทศมาเลเซีย ซึ่งการทำโครงการจะต้องเห็นชอบกันทั้ง 2 ประเทศ โครงการนั้นจึงถูกพับไป
เพราฉะนั้นจึงกลับมาที่เดิมซึ่งเคยศึกษาไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2530 คือโครงการ สะพานถนนสตูล-เปอร์ลิส ซึ่งที่ผ่านมาในอดีตอาจมีเทคโนโลยี ไม่ทันสมัยเหมือนกับปัจจุบัน ผมคิดว่าเส้นทางนี้น่าจะมีความเป็นไปได้สูง หากไม่มีการต่อต้าน ผลการศึกษาคุ้มค่าคุ้มทุน ประเทศมาเลเซียเห็นชอบ ดังนั้นเส้นทางนี้ก็จะเชื่อมระหว่าง 3 ประเทศ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย ซึ่งไทยมีประชากรประมาณ 70 ล้านคน มาเลเซียมี 30 ล้านคน สิงคโปร์ 1 ล้านคน รวมประชากรประมาณ 100 ล้านคนนี้ มีการเชื่อโยงกัน ถึงเวลาแล้วที่จะวินๆกันทั้ง 3 ประเทศ แน่นอนเมื่อโครงการนี้เกิดขึ้น ด้านการท่องเที่ยว ก็จะเกิดสะพานที่ยาวที่สุดในประเทศ ก็จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ นอกเหนือจากการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ
สุดท้ายนี้ ประธานหอการค้า กล่าวว่า จังหวัดสตูลมีทรัพยากรการท่องเที่ยวมากมาย นับเป็นอันดับต้นๆของประเทศเลยก็ว่าได้ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวกว่า 1 ล้าน 3 แสนคน เพื่อให้เป็น 2 ล้านคน ในส่วนนี้จะมีการโปรโมท ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ให้เชื่อมโยงเข้าโครงการ สะพาน ถนนสตูล-เปอร์ลิส และอีกทั้งคนสิงคโปร์ มาเลเซีย สามารถขับรถมาท่องเที่ยวจังหวัดสตูล ตรัง กระบี่ได้ ถึงเวลาแล้วที่คนสตูลจะได้เปิดศักยภาพให้คนทั่วโลกได้เห็นในนามหอการค้าก็พยายามผลักดัน สร้างมูลค่าการท่องเที่ยว จะเห็นได้ว่าปัจจุบันมูลค่า ยาง ปาล์มตกต่ำ เพราะฉะนั้นเราต้องเปลี่ยนบริบทประชากรให้เข้าสู่ภาคบริการ ด้านการท่องเที่ยว สร้างวิสาหกิจชุมชน ให้ชุมชนได้มีรายได้จากการท่องเที่ยว อันนี้ก็จะสร้างรายได้ให้จังหวัดและประเทศต่อไปครับ
หอการค้าสตูล มีหน้าที่หลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัด ผมคิดว่าโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราสร้างรายได้ให้กับจังหวัดได้เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันถ้าสังคมมีความขัดแย้งกัน บรรยากาศไม่เอื้อต่อการลงทุน ทางหอการก็จะต้องพิจารณาสื่อสารกับคนทั้ง 3 แสนคน ว่าถึงเวลาแล้วยัง ที่จะต้องเรียนรู้ต้องตัดสินใจโครงการท่าเรือปากบาราพร้อมๆกัน หอการค้าไม่สามารถตัดสินใจลำพัง แต่เราต้องฟังจาก 3 แสนคนตัดสินใจทางเลือกต่อไป
สำหรับที่มาของแนวคิดพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อการเดินทางระหว่าง สตูล-เปอร์ลิส นี้ มีการศึกษาและดำเนินการมาหลายครั้งในหลายเส้นทางเลือก และหลายรูปแบบ สำหรับโครงการครั้งนี้เริ่มขึ้นในปี 2557 โดยคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของจังหวัดสตูล มีมติเห็นชอบในการจัดสร้างสะพานถนนสตูลเปอร์ลิส ซึ่งคาดว่าจะยกระดับคุณภาพชีวิตโดยการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ จากกิจกรรมการเดินทางขนส่ง การท่องเที่ยวการค้า โดยเป็นเส้นทางที่จะช่วยร่นระยะเวลา ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาพื้นที่โดยดึงดูดให้เกิดการลงทุนอันเนื่องมาจากการสร้างสะพาน ซึ่งรวมทั้งการสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่สอดคล้องกับกรอบการพัฒนาเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซียมาเลเซีย ไทย หรือที่เรียกกันว่า imt-gtโดยทางจังหวัดสตูลคาดว่า จะมีศักยภาพเป็น Gateway to ASEAN ในอนาคต โดยมีเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนโครงการให้เป็นรูปประธรรมอย่างจริงจังภายใน 2 ปีจึงเป็นโครงการที่มีความสำคัญและเป็น ที่สนใจของทุกภาคส่วนในจังหวัดสตูล
โครงการ สะพานถนนสตูล-เปอร์ลิส แนวคิดการศึกษาครั้งนี้มีระยะทาง 14 กิโลเมตร เป็นการเชื่อมโยงจากชายฝั่งทะเลบริเวณตำมะลัง โดยการสร้างสะพานริมฝั่งทะเลเกาะปูยูไปยังรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย โดยเป็นโครงการที่มีความสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาจังหวัดสตูลและพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยในด้านการขนส่ง การค้าการลงทุน และการพัฒนาในสาขาต่างๆ ครอบคลุมการวางแผนพัฒนาศักยภาพในอนาคต ซึ่งรวมทั้งการสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โครงการสะพานถนน สตูล-เปอร์ลิส จึงเป็นสะพานที่ทำหน้าที่และบทบาท การดำเนินงานศึกษาครั้งนี้จึงต้องครบถ้วนรอบด้านครอบคลุมในทุกมิติ รวมทั้งสอดคล้องตามกฎหมาย และระเบียบต่างๆ เพื่อการตัดสินใจและดำเนินการที่ถูกต้องเหมาะสม
การศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการ โครงข่ายและรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมของโครงการสะพานสตูล-เปอร์ลิส 2. ศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจวิศวกรรมและด้านการเงิน 3. ศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม 4.ดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนและ 5. ศึกษารูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม คาดว่าการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2561
ภาพ/ข่าว เอนก ขันทสิกรรม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดสตูล
