- 22 ธ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นายชัยวัฒน์ มานะพันธุ์พงศ์ ผอ. เขื่อนรัชชประภาและคณะผู้บริหารนำคณะสื่อมวลชนแขนงต่างๆในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 31คน ไปศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์แม่เมาะจังหวัดลำปางและโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สันกำแพงจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 20-23 ธันวาคม 2560 เพื่อให้สื่อได้เข้าใจขั้นตอนการผลิตไฟฟ้าที่ใช้พลังงานถ่านหินลิกไนต์มีข้อดีข้อเสียอย่างไร จะได้นำไปประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดใกล้เคียงได้รับรู้ถึงความปลอดภัยในการอยู่ร่วมกัน นอกจากนั้นโรงไฟฟ้าแม่เมาะยังเป็นทางเลือกอีกช่องทางหนึ่งของการท่องเที่ยวที่สำคัญในชุมชนในการเป็นโรงไฟฟ้าต้นแบบพลังงานถ่านหินที่ประชาชนในพื้นที่และต่างประเทศยอมรับในความปลอดภัยและการใช้ประโยชน์แบบครบวงจร
นายชัยวัฒน์ มานะพันธุ์พงศ์ ผอ เขื่อนรัชชประภากล่าวว่า การจัดโครงการนำสื่อมวลชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 20-23 ธ.ค 60 คณะสื่อจะได้ศึกษาเรียนรู้มูลของโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ถือว่าทันสมัยที่สุดกับเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานถ่านหิน ไม่เป็นมลพิษกับสภาพอากาศและชุมชนใกล้เคียง ซึ่งปัจจุบันนี้ได้รับความไว้วางใจจากชุมชนในพื้นที่และผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกด้วย คาดหวังว่าสื่อมวลชนจะได้นำความรู้ข้อมูลที่ถูกต้องนำไปเผยแพร่ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ทราบต่อไป
สำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินลิกไนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่ง กฟผ.ได้ดำเนินการมาแล้ว 28 ปี ปัจจุบันโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 1 และ 3 ได้หยุดเดินเครื่อง จึงมีกำลังผลิตเครื่องที่ 4-13 รวม 2,400 เมกะวัตต์ เดินเครื่อง และส่งจ่ายเป็นไฟฟ้าฐานลำดับแรก เนื่องจากมีต้นทุนต่ำ และใช้ทรัพยากรพลังงานในประเทศ โดยจ่ายไฟฟ้าให้แก่ประชาชนภาคเหนือ 17 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 50 ของการผลิต ภาคกลางร้อยละ 30 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 20 ใช้ถ่านลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิงปีละประมาณ 16 ล้านตัน กฟผ.เห็นความสำคัญของการมีแหล่งทรัพยากรเชื้อเพลิงภายในประเทศ จึงมีแผนงานขยายระยะเวลาการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะออกไปจนถึงปี 2590 โดยมีโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2561
ในอดีตราวปี 2535 – 2540 โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้เกิดปัญหามลภาวะจากการสะสมตัวของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในบรรยากาศช่วงอากาศปิด ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงเทคโนโลยีและระบบการบริหารจัดการที่เน้นการควบคุมและตรวจวัดค่ามลภาวะต่างๆ ทั้งภายใน ภายนอกโรงไฟฟ้า และบริเวณชุมชนให้ได้ตามมาตรฐาน หรือดีกว่ามาตรฐานสิ่งแวดล้อมของประเทศ และบางเรื่องก็พัฒนาจนเป็นผู้นำ เช่น การนำเถ้าลอยไปใช้ประโยชน์มากที่สุดในโลกถึงกว่าร้อยละ 80 ที่ส่วนใหญ่จะนำไปฝังกลบ ทำให้ กฟผ.แม่เมาะ ได้รับการยอมรับจากชุมชนและประชาชนจนกลายเป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้า จากลิกไนต์ทั้งภายในและนอกประเทศ
ภาพ/ข่าว ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ ผู็สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
