- 24 ธ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา ๑๐.๓๐ น.วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๐ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาตำบลสะเอียบ โดยเฮลิคอปเตอร์กระทรวงเกษตรฯ ลงที่ฮ.ชั่วคราวที่ สนามโรงเรียนบ้านดอนชัย หมู่ 1 ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ มี นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ และข้าราชการในจังหวัดแพร่ และผู้บริหารจากกรมชลประทาน เดินทางมาต้อนรับ หลังจากนั้นนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.กระทรวงเกษตรฯ เข้าพบชาวสะเอียบที่มารอต้อนรับร่วม 500 คน ที่ศาลาวัดดอนชัย มี นายสมมิ่ง เหมืองร้อง กล่าวต้อนรับ และมีการมอบผ้าห่มกันหนาวแจกแก่ชาวบ้านที่มารอต้อนรับด้วย หลังเสร็จรมช.เกษตรฯ ได้เดินทางไปตรวจดูพื้นที่สร้างอ้างเก็บน้ำขนาดเล็ก ในต.สะเอียบ คือ ห้วยแม่เป้า เป็นพื้นที่ทำกินของชาวสะเอียบ และพื้นที่บางส่วนอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ยม ส่วนที่ดินของชาวบ้านที่จะได้รับผลกระทบนั้น ยินยอมที่จะมอบที่ดินให้สร้างอ่างโดยไม่คิดมูลค่าแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามอ่างแห่งนี้จะต้องทำการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม คือมีพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่จะถูกน้ำท่วมประมาณ 500 ไร่เศษ ซึ่งเป็นที่พอใจกับทุกฝ่ายและเป็นแผนของชาวสะเอียบที่มีการออกแบบโดยชาวบ้านที่เรียกว่า “สะเอียบโมเดล” ในการเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งอย่างทั่วถึงและเพียงพอพร้อมทั้งในภาพรวมแล้วจะมีปริมาณน้ำมากกว่าการกับน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และชาวสะเอียบได้ยื่นหนังสือต่อนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตร ฯเพื่อส่งต่อไปให้ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เร่งผลักดันโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก(ห้วยแม่เป้า) ที่มีประโยชน์กว่าและใช้งบประมาณน้อยกว่าโครงการขนาดใหญ่
ทางนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.กระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า การมาครั้งนี้นับเป็นโอกาสดี ที่ได้มาพบกับพี่น้องชาวสะเอียบได้พูดคุยส่วนหนึ่งเป็นการแก้ปัญหาให้กับชาวสะเอียบในการทำแหล่งน้ำ อีกส่วนหนึ่งคือการหาวิธีในการสร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำทั้งระบบในแม่น้ำยม อย่างไรก็ตามบริเวณสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่เป้านั้นเป็นเพียงมาดูพื้นที่และเจตจำนงค์ของประชาชนและส่วนราชการเท่านั้น ยังไม่ทันที่จะเสนอเข้า ครม.ในช่วง ครม.สัญจรนี้ ซึ่งก็เป็นที่พอใจของพี่น้องชาวสะเอียบที่รัฐบาลมองเห็นความสำคัญของชาวสะเอียบและช่วยกันพัฒนาร่วมกันตลอดมา รมช.เกษตร ฯกล่าวอีกว่า โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในตำบลสะเอียบ ถือเป็นต้นแบบที่ชาวบ้านให้ความสนใจร่วมกันพัฒนากับทางราชการ ถือเป็นตัวอย่างและเป็นครูของพื้นที่อื่นๆ ที่จะร่วมกันทำ โดยเฉพาะในจังหวัดแพร่ที่ควรมีการวางแผนร่วมกันทั้ง 16 ลุ่มน้ำ และที่บางระกำ จ.พิษณุโลกนั้น ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต้องติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำตั้งแต่ต้นทางที่จังหวัดแพร่ เพราะปริมาณน้ำในฤดูฝนมีความสัมพันธ์กันทั้งสิ้นและที่สำคัญได้ทำการชวนชาวบ้านออกมาร่วมพัฒนา คนละไม้คนละมือในการพัฒนา ซึ่งในเรื่องนี้ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านใน ต.สะเอียบทุกหมู่บ้าน รับปากอย่างแข็งขันในการร่วมกันพัฒนา อย่างไรก็ตามจะมีการตั้งทีมวงเล็กเข้ามาจัดเวทีพูดคุยเพิ่มเติม
ทางแกนนำต้านเขื่อนแก่งเสือเต้น อย่าง นายสมมิ่ง เหมืองร้อง กล่าวว่า นับเป็นโอกาสดีที่ ท่านวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตร ฯ ที่รับผิดชอบในเรื่องการจัดการน้ำมาตำบลสะเอียบ และการที่ยื่นหนังสือเพื่อกำชับให้รัฐเร่งผลักดันโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่ชาวสะเอียบร่วมกันคิดขึ้นมาจากสภาพความเป็นจริงโดยให้รัฐบาลเดินหน้าต่อไป ด้วยสาเหตุนี้ทำให้ชาวสะเอียบ ไม่ต้องเดินทางไปประท้วงรัฐบาลเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา โดยทางตำบลสะเอียบนอกจากความรู้ในท้องถิ่นแล้วยังมีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้ามาร่วมทำงานกันอย่างต่อเนื่อง และ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ได้เข้ามาให้การช่วยเหลือจนทำให้เกิดเป็นสะเอียบโมเดลได้สำเร็จเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ซึ่งอนาคตคิดว่า ถ้ารัฐบาลห็นความสำคัญก็ควรพัฒนาแหล่งน้ำและป่าไม้ไปพร้อมๆ กันทั้ง16 ลุ่มน้ำของจังหวัดแพร่ หลังจาก “อาจารย์ยักษ์” นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตร ฯ เดินทางไปดูพื้นที่สร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กแล้ว ได้ร่วมรับประทานอาหารร่วมกับพี่น้องชาวสะเอียบและข้าราชการที่มาให้การต้อนรับ จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังยังหวัดพิษณุโลกเพื่อเตรียมเข้าประชุม ครม.สัญจรในวันพรุ่งนี้ต่อไป
ข่าว/ภาพ ธีรพงษ์ ธงออน สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดแพร่
