- 25 ธ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า ที่บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ละมอ ริมถนนเพชรเกษม อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ชาวบ้านหมู่ที่ 4 บ้านทุ่งส้มป่อย ได้มีการรวมกลุ่มกันคิดค้นเมนูเด็ดคือ ไก่ในกระบอกไม้ไผ่ แล้วนำออกมาวางจำหน่าย เพื่อสร้างรายได้เสริมในช่วงภาวะเศรษฐกิจซบเซา ขณะที่ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ก็มีราคาตกต่ำ กระทั่งล่าสุดมีเสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี จนส่งผลให้ชาวบ้านมีรายได้เข้ามาอีกทางหนึ่งเพื่อเลี้ยงครอบครัว และถูกยกเครดิตให้เป็นอาหารดีประจำอำเภอนาโยง เพราะหากใครผ่านไปผ่านมา แล้วได้ซื้อไปลิ้มลองสักครั้ง เชื่อว่าจะติดใจ
ทั้งนี้ นางสาวนุชรีย์ หมวดเมือง อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ที่ 4 ตำบลละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง กล่าวว่า ชาวบ้านได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยแรกเริ่มได้รวมกลุ่มกันเพื่อเลี้ยงไก่บ้านจำหน่าย แต่ประสบปัญหาด้านการตลาด เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมซื้อไก่เนื้อ เนื่องจากมีราคาถูกกว่า และได้เนื้อไก่เยอะกว่า จึงหารือกันในหมู่บ้านเพื่อหาทางแก้ปัญหา และเพิ่มช่องทางการตลอดในการจำหน่ายไก่พื้นบ้าน
กระทั่งได้เกิดแนวคิดที่จะนำไก่ที่มีอยู่มาแปรรูป และในหมู่บ้านก็มีคนที่มีความรู้เรื่องการทำอาหารอยู่บ้าง ประกอบกับในพื้นที่มีสมุนไพรชนิดต่างๆ เช่น ขมิ้น ใบมะกรูด มะนาว ตะไคร้ ฯลฯ ซึ่งชาวบ้านปลูกอยู่แทบทุกบ้านอยู่แล้ว จึงได้คิดค้นสูตรและทดลองทำไก่ในกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งเป็นรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนใคร และมีต้นตำหรับเดิมมาจากจังหวัดนครสวรรค์ เนื่องจากมีเขยในหมู่บ้านเป็นคนที่นั่น
สำหรับขั้นตอนการทำ เริ่มจากการนำไก่บ้านมาสับเป็นชิ้นๆ แล้วผสมคลุกเคล้ากับเครื่องสมุนไพร และหมักทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 ชม. จากนั้นนำไปใส่ลงในกระบอกไม้ไผ่ที่เตรียมเอาไว้ โดยใช้กาบมะพร้าวกับใบตองเป็นจุกปิดด้านบน เมื่อนำไปอังไฟให้สุกใช้ราวครึ่ง ชม. กระบอกไม้ไผ่จะเริ่มเปลี่ยนสี และไก่จะเริ่มสุก อีกสักพักก็เอาไปจำหน่ายได้ ซึ่งการใช้กระบอกไม้ไผ่นั้นจะทำให้มีรสชาติที่ดีขึ้น เนื้อไก่หอมและนุ่มขึ้น เนื่องจากน้ำจากไม้ไผ่จะผสมกับเครื่องสมุนไพรที่อยู่ภายในกระบอก ถือเป็นภูมิปัญญาที่นำมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว
โดยไก่ในกระบอกไม้ไผ่ จะจำหน่ายให้กับประชาชน และผู้ที่สัญจรไปมาในราคากระบอกละ 100 บาท ทำให้ในแต่ละวันจะมีรายได้ประมาณ 1,500-2,000 บาท จนสร้างรายได้เป็นอย่างดีให้กับสมาชิกภายในกลุ่มที่มีอยู่ทั้งหมด 8 คน และจะมีการปันผล 2 สัปดาห์ต่อครั้ง ทำให้แต่คนละมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 2,000-3,000 บาท ซึ่งสามารถนำไปเลี้ยงครอบครัวในยุคที่ยางพารามีราคาตกต่ำเช่นนี้ได้เป็นอย่างดี
ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดตรัง
