- 27 ธ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 27 ธ.ค. 60 กลุ่มแฟนคลับทีมฟุตบอลสโมสรชัยนาทฮอร์นบิล จำนวนกว่า 200 คน เดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดชัยนาท เพื่อยื่นหนังสือให้กับ นายชวพล พันธุมรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ผ่านไปยัง นายรณภพ เหลืองไพโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เพื่อให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ คือ นางนิตยา พุกพ่วง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท กรณีเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ที่ผ่านมา ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตัดน้ำ ตัดไฟฟ้า และปิดห้องน้ำ ภายในสนามกีฬากลางจังหวัดชัยนาท หรือ สนามเขาพลองสเตเดี้ยม ซึ่งเป็นสนามที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลลีกของทีมสโมสรชัยนาทฮอร์นบิล ขณะมีการแข่งขันฟุตบอลเด็กและเยาวชน “มิราเคิลไทยยูธลีก 2017-2018” รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ระหว่างทีมโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท กับ ทีมโรงเรียนในจังหวัดสุพรรณบุรี ทำให้ประชาชนและกองเชียร์ ที่ไปชมการแข่งขันฟุตบอล ไม่สามารถเข้าไปใช้ห้องน้ำภายในสนามกีฬาฯได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับแฟนฟุตบอลเป็นอย่างมาก อีกทั้งมีความเป็นห่วงว่าใกล้เข้าสู่ฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลลีก 2018 แล้ว หากเกิดปัญหาเช่นนี้ จะทำให้ทีมชัยนาทฮอร์นบิล และจังหวัดชัยนาท ในฐานะเป็นทีมเหย้า เสื่อมเสียชื่อเสียงได้ จึงเรียกร้องให้ผู้ว่าฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้นางนิตยา ออกมาชี้แจง ซึ่ง นายชวพล พันธุมรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท หลังรับหนังสือไว้แล้ว กล่าวว่า จะเร่งตรวจสอบเรื่องนี้ให้ทราบผลโดยเร็วที่สุด
จากนั้นกลุ่มแฟนคลับได้เดินทางไปที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท เพื่อยื่นหนังสือแบบเดียวกัน ให้กับ นายภราดา อาสาสรรพกิจ รักษาราชการแทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท โดยมี พ.ต.อ.ชัชพิมุข มีมุข ผกก.สภ.เมืองชัยนาท พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวนกว่า 20 นาย มาคอยดูแลความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้ นายภราดา ยืนยันว่าไม่มีนโยบายในการปิดห้องน้ำและตัดน้ำตัดไฟฟ้าภายในสนามกีฬา เรื่องที่เกิดขึ้นจึงต้องมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทำให้แฟนคลับต่างพอใจ และแยกย้ายกันกลับบ้าน
ขณะที่นางนิตยา พุกพ่วง ปลัด อบจ.ชัยนาท ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่าที่สั่งให้มีการตัดน้ำตัดไฟฟ้าภายในสนามกีฬาฯ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.60 เนื่องจากหน่วยงานที่มาใช้สนามในวันนั้น ไม่ได้มาแจ้งขอใช้สนามกับทาง อบจ.อย่างถูกต้อง และเป็นมาตรการป้องกันการแอบลักใช้น้ำใช้ไฟฟ้า เพราะไม่สามารถควบคุมค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นผิดปกติได้ เพราะในแต่ละเดือน หน่วยงานหรือสโมสรฟุตบอล ได้มาแจ้งขอใช้สนามกีฬาเพียงแค่ 1-2 วัน ขณะที่ยอดค่าน้ำค่าไฟพุ่งสูงขึ้นเดือนละ 6-7 หมื่นบาท ซึ่งไม่สัมพันธ์กันและทำให้ไม่สามารถชี้แจงกับ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ได้ จึงต้องมีมาตรการควบคุมการใช้สนาม ทั้งนี้ นางนิตยา ยืนยันว่า ทั้งหมดทำไปตามหน้าที่และระเบียบของทางราชการที่กำหนดไว้ และยังยืนยันว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ใช้สนามกีฬาฯ ซึ่งทาง อบจ. ก็จะเปิดให้ใช้สนามฟรี หากเป็นการจัดแข่งขันกีฬาที่ไม่หารายได้ แต่ถ้ามาขอใช้สนามกีฬา แล้วมีการจัดเก็บรายได้ ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียม และค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ให้ถูกต้องตามระเบียบของการใช้สนามและระเบียบของทางราชการ เพื่อที่ทาง อบจ. จะได้สามารถชี้แจงค่าใช้จ่ายกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้อย่างถูกต้อง
ชฎารัฐ จันทร์พาหิรกิจ สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชัยนาท
