- 27 ธ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 27 ธันวาคม 2560 ที่หน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเล ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 จังหวัดภูเก็ต เพื่อทำหน้าที่ในการอำนวยการ บูรณาการการดำเนินงานของทุกหน่วยงาน รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการเก็บข้อมูลและประเมินผลในภาพรวม ของจังหวัดภูเก็ต พร้อมปล่อยแถวขบวนรถกู้ชีพ-กู้ภัย จากส่วนราชการต่างๆ ออกปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 โดยมีนายสนิท ศรีวิหค นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว และนายประกอบ วงศ์มณีรุ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.วิทูรย์ กองสุดใจ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต นายมาหะมะพีสกรี วาแม ผู้อำนวยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต นายประพันธ์ ขันธ์พระแสง ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต นายบัญญัติ คันธา ขนส่งจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้นำ เครือข่ายความปลอดภัยทางถนน มูลนิธิ และอาสาสมัครต่างๆ เข้าร่วม
นายประพันธ์ ขันธ์พระแสง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุทางถนน มีแนวโน้มเพิ่มความรุนแรงก่อให้เกิดความสูญเสียแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน และมีผลกระทบต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมทั้งเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องช่วยกันแก้ไข เพื่อให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด โดยในปีนี้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดให้ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ในช่วงระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2560 - 3 มกราคม 2561 โดยใช้ชื่อการรณรงค์ว่า "ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร" ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องบูรณาการร่วมกัน ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ในการปฏิบัติงานกันอย่างจริงจัง เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผลในการปฏิบัติหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจเอกชน มูลนิธิ และอาสาสมัครต่างๆ โดยตั้งจุดตรวจหลัก จำนวน 11 จุด จุดตรวจรอง 9 จุด และจุดบริการ 10 จุด เพื่อกวดขันวินัยจราจร และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้แก่พี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับชุมชนจัดตั้งจุดสกัดภายในชุมชน/หมู่บ้าน เพื่อตรวจตราและป้องปราม ตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในชุมชน/หมู่บ้านอันเป็นมาตรการลดความสูญเสีย ซึ่งถือเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดภูเก็ต
นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน มีการเฉลิมฉลองกันมากและยังเป็นช่วงที่พี่น้องประชาชนถือโอกาสเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ส่งผลให้มีการใช้รถใช้ถนนมากกว่าช่วงเวลาปกติ และมักก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย จากสถิติ ที่ผ่านมาพบว่า อุบัติเหตุส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการเมาสุราขับรถเร็วเกินกำหนด มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย ขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด ไม่มีใบขับขี่ และมีอีกไม่น้อยที่เกิดจากความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและการขับขี่ยานพาหนะติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งประเภทรถที่เกิดอุบัติเหตุทางถนน 3 อันดับแรก คือ รถจักรยานยนต์ รถปิคอัพ และรถเก๋ง
สำหรับช่วงปีใหม่นี้ได้มีการกำหนดเป้าหมายในการดำเนินการ คือสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนน จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บ ลดลงเมื่อเทียบกับสถิติช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งตนก็ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นภาคราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน สมาคม มูลนิธิและเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน ผู้นำท้องที่ตลอดจน พี่น้องประชาชนทุกคนร่วมมือกันบังคับใช้และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะตามมาตรการเพื่อความปลอดภัย 1 ร. 2ส. 4ม. (10 รสขม) ได้แก่ ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด,ขับรถย้อนศร,ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร ,ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย, ไม่มีใบขับขี่ ,แซงในที่คับขัน,เมาสุรา,ไม่สวมหมวกนิรภัย,มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย และใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ เพื่อป้องกันไม่ให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
อกจากนี้ ในช่วงเทศกาลปีใหม่มีการจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ กิจกรรมเคาท์ดาวน์ตามสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ จำนวน 4 แห่ง แบ่งเป็นอำเภอเมืองภูเก็ต จำนวน 3 แห่ง คือ บริเวณแหลมสะพานหิน บริเวณหาดกะรน และบริเวณหาดในหาน อำเภอกะทู้ จำนวน 1 แห่ง คือ หาดป่าตอง และมีการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี โดยระดับจังหวัดได้กำหนดจัดขึ้น ณ วัดท่าเรือ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง ซึ่งทั้ง 2 กิจกรรมดังกล่าวจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการบูรณาการร่วมกันกับทุกภาคส่วนในการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากมีประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนทุกคนพึงระลึกอยู่เสมอว่า “ชีวิตจะอยู่รอดและปลอดภัย ถ้าทุกคนใส่ใจในกฎจราจร”
///////////////////////////////////////
ข่าว/ภาพ อุทัย แสงสุวรรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ภูเก็ต
