- 27 ธ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นาย สุเทพ ณัฐกานต์กนก รองประธานมูลนิธิหลักเสีงเซียงตึ๊ง ( สว่างเมตตาธรรมสถาน ) จ.นครราชสีมา กล่าวว่า จากการที่มีการนำเสนอข่าวจากทางโวเชียล ว่า “นพ.กิตติศักดิ์” ยัน กพฉ.ไม่ได้สั่งให้แก้ไขประกาศ สพฉ. เรื่อง หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ พ.ศ.2560 ตามที่เครือข่ายกู้ชีพบางส่วนเข้าใจ เพียงแต่สั่งให้ผู้เกี่ยวข้องไปทำความเข้าใจ และหากจำเป็นก็ออกประกาศฉบับแก้ไขเพิ่มเติมได้ “ นั้น และต่อมา ทาง นายแพทย์ กิตติศักดิ์ ได้นำร่างต่างๆ ของเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 60 ที่ผ่านมา ได้นำมาประกาศราชกิจจาณุเบกษา เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากที่มีการประกาศร่างฯดังกล่าวออกมา นับถอยหลังอีก 160 วัน จะมีผลให้อาสาสมัครกู้ลชีพ กู้ภัย หลายนาย ไม่สามารถเคลื่อนย้ายคนไข้ได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งนั้นคือปัญหา ทำให้ได้รับความเดือดร้อนกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประชาชนที่ประสบภัยเอง เนื่องจากอาสาสมัคร ไม่สามารถเคลื่อนย้ายนำตัวไปส่งที่โรงพยาบาลได้ ดังนั้นตนเองอยากถามไปยังผู้ใหญ่ในสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ว่า เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 60 ที่ผ่านมา ท่านได้รับปากไว้แล้วว่าจะชะลอร่างดังกล่าวไว้ก่อน จนกว่าจะให้ทางมูลนิธิฯต่าง ทั้ง 438 องค์กร มูลนิธิ ในเครือข่ายต่างๆ ทั่วประเทศ ได้มีการปรึกษาหารือกันก่อน ที่จะมีการออกประกาศ แต่ปรากฏว่าปัจจุบันได้มีการนำร่างฯดังกล่าวมาประกาศราชกิจจาณุเบกษา แล้ว ตนเองอยากขอวิงวอนให้ท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ในสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพราะคนที่อยู่ต่างจังหวัดนั้นจะต้องอาศัยกลุ่มอาสาสมัคร ที่จบในระดับเอฟอาร์ ในการเคลื่อนย้ายคนไข้เป็นจำนวนมาก ซึ่งตอนนี้ทางผู้อำรนวยการโรงพยาบาลมหาราชจะทราบเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี
ด้าน นายแพทย์ สุนทร ชินประสาทศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา กล่าวว่า ในเรื่องดังกล่าวตนมองว่าจะต้องดูให้ละเอียด เพราะว่าในส่วนของการปฏิบัติการในส่วนของภูมิภาค เพราะส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอาสาสมัครจากมูลนิธิฯ จะเป็นผู้ที่ออกปฏิบัติการมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ในสังกัด ทั้งโรงพยาบาลในกระทรวงสาธารณะสุข ทั้งโรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลทหาร มีมาปฏิบัติการได้เพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นการปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินซึ่งเป็นการดูแลผู้ป่วยก่อนถึงโรงพยาบาล จะต้องอาศัยอาสาสมัครของมูลนิธิฯหรือองค์กรเอกชน ต่างๆ และสิ่งที่จะต้องดูก็คือในเรื่องของมาตราฐานและความเป็นจริง ซึ่งอาจจะต้องมาดูกันว่า ทางส่วนกลางรวมทั้งส่วนภูมิภาค รวมทั้งผู้ปฏิบัติ และผู้ที่ออกระเบียบ จะต้องมาจัดระเบียบให้เหมาะสม
ด้าน นาย สุเทพ ยังกล่าวเพิ่มอีกว่า สำหรับมูลนิธิต่างๆ นั้น ตามที่มีกระแสข่าวว่าไม่ต้องการเข้าอบรมนั้น ไม่เป้นความจริงแต่อย่างใด เพราะทางมูลนิธิฯทุกที่พร้อมที่จะเข้าอบรมทุกที่ทุกเวลา ในเรื่องของการปฏิบัติทางการแพทย์ เพราะฉนั้นตนเองขอเรียนว่า ให้ท่านได้เตรียมของบประมาณไว้ให้มากมาก เพราะมูลนิธิมีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในส่วนของมูลนิธิในจังหวัดนครราชสีมา มีอาสาสมัครที่เป็นเอฟอาร์มีมากกว่า 5,000 นาย ที่ปฏิบัติงานอยู่ทุกวันนี้ โดยไม่มีเงินเดือนตอบแทน ดังนั้นหากเป็นไปได้ตนเองอยากให้เตรียมดำเนินการตรงนี้ด้วย เพื่อความเป็นมาตราฐานของประเทศ
ไพฑูรย์ ดาบพิมาย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา
