- 28 ธ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากรณีที่ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และตัวแทน มทบ. 41 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายสมพงศ์ ทองสลัก หรือ “พงศ์ ทอนหงส์” อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141 หมู่ 6 ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช พร้อมยึดของกลางยาบ้า 2 ลัง จำนวน 80 มัด รวมจำนวนทั้งสิ้น 179,970 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนักรวม 6 กก. ซึ่งนายสมพงศ์ หรือพงศ์ ทอนหงส์ ซุกซ่อนไว้ในสวนต้นข่าหลังบ้าน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช สนธิกำลังกับทหาร มทบ. 41 บุกตรวจค้นจับกุมได้เมื่อเช้าวานนี้ (27 ธ.ค.) หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ปปส.สภ.พรหมคีรี ได้ออกสืบสวนขยายผลคดียาเสพติดจนเกิดการดวลปืนกับคนร้าย ทำให้คนร้ายโดนวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิตในป่าสวนยางบ้านชุมขลิง หมู่ 8 ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช เมื่อคืนที่ผ่านมา (27 ธ.ค.)ตามที่เสนอข่าวไปตามลำดับแล้วนั้น
วันที่ 28 ธ.ค. 2560 พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้สั่งกำชับให้ พ.ต.อ.ทักษิณ โภชากรณ์ ผกก.สภ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช เร่งสอบสวนสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในคดีทั้ง 2 คดีทั้งกรณีการจับกุม “พงศ์ ทอนหงส์”พร้อมของกลางยาบ้าเกือบ 2 แสนเม็ด,ไอซ์ 6 กก. และคดีวิสามัญ นายสราวุธ จิตรพงศ์ อายุ 25 ปี หรือที่รู้จะกันในนาม “บ่าว ห้วยผักหนาม” อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 8 บ้านชุมขลิง ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช
สำหรับการค้ายาเสพติดในจังหวัดนครศรีธรรมราช ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงจัดพักกระจายยาเสพติดในพื้นที่ อ.เมือง ท่าศาลา พรหมคีรี และนบพิตำ และมาอยู่ในพื้นที่ ต.ทอนหงส์ เป็นหลัก โดยเฉพาะพื้นที่เขตรอยต่อกับ ต.นาเหรง อ.นบพิตำ ก่อนจะมีคนในเครือข่ายนำไปแยกย้ายส่งให้ลูกค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อยต่อไป ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง สภ.พรหมคีรี นบพิตำ ชุก กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช กก.สส.ภาค 8 ชุด ปปส.กก.ตชด.42 และเจ้าหน้าที่ ปปส.ได้จับกุมแกนนำระดับหัวหน้าแก๊งต่อเนื่องหลายคน อาทิ ชัย ทอนหงส์ , ดำ ทอนหงส์, ค๊อก ทอนหงส์ ,วัช ทอนหงส์ เป็นต้น แต่ก็จะมีแกนนำรายใหม่ ๆ เข้ามาทดแทน รวมทั้งนายสมพงศ์ ทองสลัก หรือ “พงศ์ ทอนหงส์” และนายนิสิต นงค์นวล หรือ “สิทธ์ ทอนหงส์”
โดยที่ผ่านมากลุ่มค้ายาเสพติดในพื้นที่ อ.พรหมคีรี โกรธแค้นกลุ่มผู้นำท้องถิ่นโดยเฉพาะนายเฉลิม กาญจนพิทัก์ “ผู้ใหญ่เหลิม” ซึ่งเป็นแกนนำในการต่อต้านการแพร่ระบาดของยาเสพติด และนายคณิต คุณโลก หรือ “กำนันอ้วน” กำนัน ต.ทอนหงส์ รวมทั้งผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนันและชาวบ้านที่รวมตัวกันต่อต้านยาเสพติด และยังดำเนินการโครงการการร่วมกับคณะสงฆ์อำเภอพรหมคีรี ทำการตรวจปัสสาวะผู้ที่จะบวชเป็นพระภิกษุทุกคนจะต้องไม่เป็นผู้เสพยาเสพติด และมีการทยอยตรวจปัสสาวะพระภิกษุทุกวัดใน อ.พรหมคีรี หากพบว่ามีสารเสพติดในกระแสเลือดก็จะจับสึกดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง สร้างความโกรธแค้นให้กับขบวนการค้ายาเสพติดจนถึงขั้นประกาศตาตามไล่ล่าฆ่าผู้ใหญ่เหลิม กำนันอ้วน และแกนนำต่อต้านยาเสพติด ในขณะที่ฝ่ายผู้ใหญ่เหลิม ก็ประกาศต่อสู้สุดชีวิตจนมีการปะทะกับกลุ่มค้ายาเสพติดในพื้นที่หลายครั้ง ซึ่งการรวมพลังชุมชนต่อต้านยาเสพติดได้ผลมากที่สุดในยุคที่มี พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว เป็น ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ที่ประกาศจับตายเด็ดขาด สำหรับกลุ่มค้ายาที่คิดต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ทำให้กลุ่มนักค้ายาเก็บตัวเงียบ ในขณะที่ทางนายเฉลิม หรือ “ผู้ใหญ่เหลิม” ได้เดินเท้า 800 กม.“จากเขาหลวงสู่เมืองหลวง ต้านยาเสพติด”จากวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ใช้มาตรการปราบปราบยาเสพติดอย่างจริงจังเด็ดขาดเหมือนยุคนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตามหลังจากหมดยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ และยุคของ พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ขบวนการค้ายาเสพติดได้กลับมายึดพื้นที่ ต.ทอนหงส์ ในการพักกระจายยาเสพติดไปยังพื้นที่ต่าง ๆ อีกครั้ง โดยแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ระบุว่ามียาบ้าและยาไอซ์ทะลักเข้าไปพักซุกซ่อนในพื้นที่ ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี ในส่วนยาบ้าไม่ต่ำกว่าเดือนละ 3 เม็ด ยาไอซ์ไม่ต่ำกว่า 5 กก. โดยรายใหญ่ที่สุดคือนายนิสิต นงนวล โดยมีนายสมพงศ์ ทองสลัก หรือ”พงศ์ ทอนหงส์”ที่ถูกจับกุมรายล่าสุด เป็นคนรับและนำจ่ายยาเสพติดให้ลูกค้า ในพื้นที่ อ.พรหมคีรี นบพิตำ ลานสกา ท่าศาลา และ อ.เมือง จนกระทั้งชุด กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช บุกจับนายสมพงศ์ ทองสลัก หรือ”พงศ์ ทอนหงส์” ได้พร้อมยาบ้าของกลางเกือบ 2 แสนเม็ด ยาไอซ์ 6 กก.ดังกล่าว ซึ่งจากการสอบสวนนายสมพงศ์ หรือ “พงศ์ ทอนหงส์”ให้การรับสารภาพว่านายนิสิต นงค์นวล โทรศัพท์มาแจ้งเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2560 ว่าได้นำยาบ้าและยาไอซ์จำนวนดังกล่าวมาวางซุกซ่อนไว้เสาไฟบ้านวังลุง ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี ให้ตนไปรับยาบ้าและยาไอซ์ดังกล่าวด้วยเพื่อส่งให้กับลูกค้ารายย่อยในพื้นที่ อ.พรหมคีรีและพื้นที่ใกล้เคียง โดยตนจะได้รับค่าจ้างเป็นยาบ้า 2,000 เม็ด โดยมีเป้าหมายให้นำไปแจกจ่ายส่งให้ลูกค้าในแต่ละพื้นที่เพื่อขายในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ซึ่งถือว่าโชคดีที่ตำรวจบุกเข้าจับกุมตรวจยึดได้ก่อนที่นายสมพงศ์ หรือ “พงศ์ ทอนหงส์”จะนำไปแจกจ่ายส่งให้ลูกค้า
สำหรับนายนิสิต หรือ “สิทธิ์ ทอนหงส์” หลังจากถูกออกหมายจับในสมัย พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว เป็น ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ช่วงปี 2554-2555 ก็ได้หลบหนีออกนอกพื้นที่และจะแอบนำยาเสพติดครั้งละจำนวนมากมาวางตามจุดต่าง ๆ ริมถนนเพื่อให้นายสมพงศ์ หรือ “พงศ์ ทอนหงส์” ไปนำมาแจกจ่ายไปยังลูกค้าในแต่ละพื้นที่ โดยตัวของนายนิสิต หรือ “สิทธิ์ ทอนหงส์” จะหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี ล่าสุดทาง พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานเจ้าหน้าที่ ปปส.ของพื้นที่ดังกล่าวรวมทั้งของจังหวัดนครศรีธรรมราชออกสืบสวนแกะรอยนายนิสิต หรือ “สิทธิ์ ทอนหงส์” เพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ส่วนคดีวิสามัญ ฯนายสราวุธ จิตรพงศ์ อายุ 25 ปี หรือที่รู้จะกันในนาม “บ่าว ห้วยผักหนาม” อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 8 บ้านชุมขลิง ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช จากการชันสูตรพลิกศพ พบว่านอนตาในลักษณะนอนหงาย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา กางเกงขาสั้นสีน้ำตาล มีกระเป๋าคาดหน้าอกสีดำแถบแดง ในกระเป๋าคาดอกพบยาบ้าบรรจุหลอดกาแฟจำนวน 6 เม็ด เงินสด 13,000 บาทเศษ ในขณะที่ในมือขวากำอาวุธปืนขนาด .38 ไว้แน่นในรังเพลิงพบปลอกกระสุนที่ยิงไปแล้ว 1 นัด โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม.เข้าที่ศรีษะ 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงทำแผนที่ในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ก่อนนำศพส่ง รพ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
พ.ต.ท.เริงชัย ราชกิจจา พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เรียกชุด ปปส.สภ.พรหมคีรี นำโดย ร.ต.ท.ประทีป สัมพันธมาศ รอง สว.สส. สภ.พรหมคีรี พร้อมพวกรวม 4 คน ที่บุกเจ้าจับกุม 4 ผู้ต้องหาในกระท่อมริมสวนยางบ้านชุมขลิง หมู่ 8 ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช จนนำไปสู่การวิสามัญ ฯนายสราวุธ หรือ “บ่าว ห้วยผักหนาม” โดยทั้ง 4 นายให้การว่าหลังได้รับแจ้งได้เข้าไปตรวจสอบพบผู้ตายและเพื่อนรวม 4 คนมั่วสุมเสพยาเสพติดในกระท่อม และพยายามวิ่งหลบหนี ในเบื้องต้นจับกุมเอาไว้ได้ 2 คน วิ่งหลบหนีไปได้ 2 คน ร.ต.ท.ประทีป และตำรวจอีก 1 นายได้แยกย้ายกันวิ่งไล่ตามผู้ต้อหาอก 2 คน โดยให้ตำรวจ 2 นายควบคุมตัวผู้ต้องหาที่จับกุมได้ 2 คนอยู่ที่กระท่อม ซึ่งในส่วนของ ร.ต.ท.ประทีป ได้ไล่ติดตามจับกุมผู้ตายไปจนทันและเกิดการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันขึ้น ก่อนที่ ร.ต.ท.ประทีป จะควบคุมตัวผู้ตายเอาไว้ได้ แต่ในที่สุด ร.ต.ท.ประทีป ก็เพลี่ยงพล้ำเมื่อถูกผู้ตายชักปืนออกมาจ่อศรีษะและข่มขู่ให้ปล่อยตัวผู้ตายไป ร.ต.ท.ประทีป จึงจำใจต้องยอมปล่อยตัวผู้ตายไป แต่หลังจากได้รับการปล่อยตัวและวิ่งหนีไปได้ไม่กี่ก้าว ผู้ตายกลับใช้ปืนยิงใส่ ร.ต.ท.ประทีป 1 นัด โชคดีที่ ร.ต.ท.ประทีป กระโดดเข้าหลบหลังต้นยางพาราได้ทันรอดพ้นคมกระสุนไปได้หวุดหวิด ก่อนจะใช้ปืนพกประจำกายยิงสวนไป 1 นัดกระสุนเจาะศรีษะผู้ตายล้มคว่ำเสียชีวิตทีนที
ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมตัวผู้ต้องหา ได้ยินเสียงปืนจึงรีบวิ่งไปช่วยเหลือ ร.ต.ท.ประทีป ทำให้เหลือตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาอยู่ที่กระท่อมเพียงคนเดียว ผู้ต้องหาจึงสามารถสิ่งหลบหนีไปได้อีก 1 คนเหลือที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น สำหรับผู้ตายอยู่คดียาเสพติด ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับกุม แต่เกิดมาดวลปืนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนถูกวิสามัญ ฯเสียชีวิตในสวนยางพาราดังกล่าว.
ภาพ/ กก.สส.ภ.จว.นศ./เฟซบุ๊ค เดินเท้าเขาหลวง สู่เมืองหลวง 800 กม.ต่อต้านยาเสพติด
ข่าว/ ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
