- 29 ธ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ชาวบ้านตื่น!! หินอุ้มบาตรและหินรูปสิงห์ กลางป่าชุมชนดอยพระธาตุ พบต้นไม้เต็งรังและมะค่าโมงอายุกว่า 200 ปี ดึงเป็นแหล่งเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางธรรมชาติเชื่อมโยงกับพระพุทธศาสนา
เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 60 ที่บริเวณป่าชุมชนดอยพระธาตุ หมู่ 7 บ้านโคกใน เขตเทศบาลตำบลบ้านโคก อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ นายวิเชียร พาโทน รองนายกเทศบาลตำบลบ้านโคก นายศักดา วงศ์นามใหญ่ ปลัดเทศบาลบ้านโคก นายวีรพงษ์ สิงห์วรรณ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 พร้อมด้วยพระเมธา คุญตพโล เลขานุการ ตำบลบ้านโคก พระสมุทห์ สุรศักดิ์ ฐิตภาโน เลขานุการ วัดโพธิ์ชัยศรี และชาวบ้านกลุ่มจิตอาสา ขึ้นสำรวจเส้นทางธรรมชาติเชื่อมโยงกับพระพุทธศาสนา เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้กับอำเภอบ้านโคก โดยมี จ.ส.อ.อนันต์ ทองจันทร์, ส.อ.ปิยพงษ์ สังวร, ส.อ.นักรบ ขันลื้อ, ส.อ.ธนชัช เทพอินทร์ เจ้าหน้าที่ทหารชุด ชป.ร้อย รส.ม.2 พัน7 ร่วมเดินทางและดูแลความปลอดภัยให้กับคณะในครั้งนี้
หลังจากมีชาวบ้านนำวัวเข้าเลี้ยงในป่าชุมชน และเก็บผักหวานมาปรุงเป็นอาหารกินในครัวเรือน แล้วพบหินมีลักษณะแปลกประหลาด จำนวน 2 แห่ง แห่งแรกเป็นหินกลมคล้ายลูกจันท์ ลักษณะตั้งเอียงจากพื้นดิน ประมาณ 30 องศา ตามความลาดเอียงของภูเขา ใต้ฐานมีหินแผ่นขนาดใหญ่รองรับ ชาวบ้านทั่วไปเรียกกันว่า "หินอุ้มบาตร" เนื่องจากหินลูกนี้ มีลักษณะเหมือนบาตรพระมาก บาตรมีความกว้าง360 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางวัดโดยรอบบาตรยาว 720 เซนติเมตร และสูงประมาณ 250 เซนติเมตร มีก้อนหินที่เป็นบริวารอีกจำนวนกว่า 100 ก้อนเรียงรายอยู่ใกล้กัน พร้อมกับต้นผักหวานขึ้นรอบบริเวณหินอุ้มบาตรจำนวนมาก
พระเมธาและพระสมุทห์ สุรศักดิ์ นำชาวบ้านสวดบทพระรัตนตรัยและบทอิติปิโส พร้อมเดินเวียนเทียน 3 รอบ เพื่อระลึกถึงคุณพระพุทธ คุณพระธรมและคุณพระสงฆ์ เนื่องจากชวบ้านเชื่อว่า หินอุ้มบาตรพระ เปรียญเสมือนบาตรพระพุทธเจ้าที่ก่อตัวขึ้นเองตามธรรมชาติ หลังเวียนเทียนครบทุกคนต่างนำดอกไม้ธูปเทียน วางไว้ด้านบนของหินอุ้มบาตร หลายคนเชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ต่างอธิฐานขอพรให้ชีวิตนี้มีแต่ความสุขความเจริญ ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข ทำมาค้าขายคล่องและการเงินไม่ติดขัด
แห่งที่สอง พบก้อนหินก่อตัวรวมเป็นรูปสิงห์โต ตั้งแต่ลำตัวจนถึงหัวสิงห์โต ในลักษณะท่านอนหมอบ หากสังเกตุจะเห็นแผงขนขึ้นตรงส่วนของลำคอสิงห์โตด้วย สร้างความแปลกใจให้กับผู้พบเห็นอย่างมาก หินแปลกประหลาดที่พบนี้อยู่ห่างกันประมาณ 500 เมตร ชาวบ้านพบหินประหลาดในพื้นที่ป่าชุมชนดอยพระธาตุ จึงแจ้งให้ผู้นำหมู่บ้านและผู้นำท้องถิ่นทราบ และเข้าสำรวจเพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ระหว่างเส้นทางไปยังหินอุ้มบาตร ประมาณ 500 เมตร พบ เห็นธรรมชาติป่าไม้ ต้นมะค่าโมง ขนาด 3 คนโอบ อายุกว่า 200 ปี ขึ้นอยู่เต็มพื้นที่ ต้นไม้เต็งรังบางต้นจะมีตะไคร้น้ำเกาะติดอยู่ บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์และความเป็นธรรมชาติของป่าชุมชนแห่งนี้ ที่ชาวบ้านรุ่นปู่ย่าตายายร่วมใจช่วยกันรักษาเอาไว้ให้กับลูกหลาน
ชาวบ้านและพระสงฆ์ เดินทางออกจากหมู่บ้านเพียง 200 เมตร พบเจดีย์กึ่งศตวรรษ สถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้า และพระธาตุของพระอรหันต์ สาวกของพระพุทธเจ้าถูกสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 ปัจจุบันมีอายุ 60 ปีแล้ว ตั้งอยู่บนเนินเขาสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ชุมชนในเขตเทศบาลบ้านโคกอย่างสวยงาม จากนั้นทั้งหมดร่วมเวียนเทียนรอบเจดีย์ จำนวน 3 รอบ เพื่อสักการะบูชาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์สาวกพระพุทธเจ้า
ห่างจากเจดีย์พระธาตุกึ่งศตวรรษ ประมาณ 100 เมตร จะพบพระพุทธรูปพระพุทชยันตีเมตตาทันใจโลกนาถ (หลวงพ่อทันใจ) ชาวบ้านทั่วไปเรียก "หลวงพ่อใหญ่" เป็นพระที่ชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้นมา เพื่อใช้เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและร่วมทำกิจกรรมเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ห่างจากหลวงพ่อทันใจประมาณ 200 เมตร จะพบก้อนหินที่ก่อตัวรวมเป็นรูปสิงห์โต ลักษณะท่านอนหมอบ
นายวิเชียร กล่าวว่า ระยะทางจากหมู่บ้านถึงหินอุ้มบาตรประมาณ 1.5 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินเท้า 1 ชั่วโมง เริ่มแรกจะพบเจดีย์กึ่งศตวรรษ สถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้าและจุดชมวิวบ้านโคก จุดที่สองหลวงพ่อทันใจ จุดที่สามหินรูปสิงห์โต และ จุดสุดท้ายหินอุ้มบาตร จากนั้นเดินทางกลับโดยรถการเกษตรของชาวบ้าน
นายวิเชียร กล่าวว่า หินรูปสิงห์โตและหินอุ้มบาตรที่พบเห็นนั้น ถือเป็นเรื่องแปลกเพราะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ชาวบ้านคนเล่าให้ฟังว่า หินอุ้มบาตร คนสมัยก่อนเคยใช้ช้างชักลากเพื่อให้หล่นลงไปข้างล่าง ช้างชักลากอย่างไรก็ไม่หล่นลงไป เหตุที่ต้องชักลากเพราะหวั่นชาวบ้านเข้าป่าถูกหินหล่นทับ เมื่อช้างชักลากไม่ไหวจึงปล่อยมาถึงทุกวันนี้ หลังสำรวจแจ้งให้ นายสุทัศน์ วงษ์ทับทิม นายอำเภอบ้านโคก นายนวย สิงห์ทอง นายกเทศมนตรีตำบลบ้านโคก รับทราบ เพื่อร่วมกันผลักดันให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางธรรมชาติเชื่อมโยงกับพระพุทธศาสนาของอำเภอบ้านโคกต่อไป
ภาพ/ข่าว สมภพ สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุตรดิตถ์
