- 30 ธ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
หลังจากชีวิตที่ผ่านมาต้องพบกับความเหน็ดเหนื่อยและลำบาก เจอกับงานหนักบ้าง งานสบายบ้าง ที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนต้องเจอ บางคนอาจได้รับค่าตอบแทนที่สูงและบางคนต่ำตามหน้าที่การงานที่รับผิดชอบ รวมทั้งการรับเงินปันผล(โบนัส)อย่างที่เห็นเป็นข่าวกันอยู่ในขณะหลายบริษัท สมหวัง หลายบริษัท ผิดหวัง ในขณะที่บางบริษัทยังเจรจากันไม่ได้ ยังหาข้อยุติไม่ได้
วันนี้มีเรื่องราวดีๆของหนุ่มโรงงานคนหนึ่งที่แชร์ความคิดและแนวทางดีๆของตนเองลงในโลกโซเชี่ยลดูเหมื่อนว่าเป็นแค่เรื่องธรรมดาแต่มันกลับไม่ธรรมดาเพราะแนวคิดของหนุ่มโรงงานคนนี้มันกลับทำให้หลายๆคนที่เข้ามาอ่านถึงกับคิดตามและเห็นด้วยกับหนุ่มโรงงานคนนี้เป็นอย่างมาก
นี่ก็คือถ้อยคำของหนุ่มโรงงานคนนี้ได้โพสลงในโลกโซเชี่ยลโดยมีเนื้อหาดังนี้
#ลาแล้วโรงงาน..ขอลาขาด
วันนี้เป็นวันทำงานวันสุดท้ายของผมแล้ว
หลังจากเป็นมนุษย์เงินเดือนมา 17 ปี (เริ่มทำงาน อายุ 15 ) ...หลังจากนี้ไปผมก็เปลี่ยนมาเป็นเกษตรกรเต็มตัวเเล้ว..อายุผมตอนนี้ 32 ปี ผมว่ากำลังเหมาะที่จะได้กลับไปพัฒนาบ้านอยู่กับครอบครัว..ดูแลพ่อแม่ ที่อายุก็เริ่มมาก..สุขใจที่ได้กลับไปอยู่บ้าน..ถึงแม้ใครๆจะบอกว่าเสียดายเงินเดือนสี่ห้าหมื่นกว่าจะได้ไม่น่าออก แต่ผมคิดดีแล้วว่า ถ้าไม่ออกตอนนี้จะให้ไปออกตอนอายุ 40-50 ก็คงมีแต่ใจ แรงคงหมดทำอะไรคงไม่ได้แล้ว ผมขอทำตามฝันตอนมีแรงหนุ่มดีกว่า ..
ผมขอเป็นกำลังใจให้พี่ๆเพื่อนๆที่ยังเป็นมนุษย์เงินเดือนและอยากกลับไปอยู่บ้าน..ให้วางแผนให้ดีๆเตรียมการเตรียมความพร้อมก่อนออกงานนะครับ..ขอให้ทุกคนโชคดีครับ.
ปล.___ผมเตรียมความพร้อมมาแล้ว 4 ปีโดยใช้เงินเดือนที่เหลือจากใช้จ่ายแต่ละเดือน ส่งให้ที่บ้านดูแลให้ ..เริ่มแรกผมวางแผนและปลูกไม้ยืนต้น จากนั้นค่อยๆต่อยอดมาเรื่อยๆ..ก่อนออกงานผมก็หาตลาดและออเดอร์ไว้ พอออกงานก็ออกไปขายดีกว่าออกไปทำ นำเงินไปลงทุนอย่างเดียว(แบบนี้จะล้มเอา) ผมเดินทาง ไป-กลับ ระยอง-เลย ทุกเดือนตลอด2 ปีมานี้เพื่อเตรียมความพร้อม..#ออกไปขายและต่อยอดสิ่งที่ทำมา
....ผมออกงานครั้งนี้ ผมออกไปไม่ได้เอาทุนไปลงทำเกษตรแบบเริ่มต้น แต่ผมออกไปขายสินค้าผลผลิตที่มีออเดอร์ของลูกค้าที่สั่งจอง ผมค้างส่งมาหลายเดือน ทั้งๆที่ยังไม่ได้เปิดขาย #ผมใช้หลักการ"ตลาดนำผลิต"
ขอขอบคุณที่มา Patipan Ritnok
ภาพ/ข่าว สิงห์ทอง นามมาลา/สมชาย แก้วนุ่ม สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชลบุรี
