- 30 ธ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 30 ธ.ค. 2560 นายวิชวน จาอินทร อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ อาชีพขับรถแบคโฮ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมานขณะที่ตนขับรถแบคโฮขุดต้นไม้ในสวนยางของชาวบ้านที่หมู่ 1 ต.กุแหระ บ้านควนประชาสรรค์ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้มีกิ่งไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่บนต้นสูง เกิดหักตรงกลางกิ่งขนาดเท่าขาของตน ก่อนจะพุ่งลงมาปักเสียบเข้าที่กระจกหน้าของรถแบคโฮพุ่งทะลุกระจกเข้ามาในตัวรถ โดยตนกำลังขับรถแบคโฮอยู่ไม่ทันได้ระวังตัว
โดยกิ่งไม้พุ่งทะลุกระจกเขามาเฉียดหน้าอกของตนไปชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนไปปักอยู่ข้างลำตัว ตนตกใจจนเหงื่อแตกนั่งสงบตั้งสติแน่นิ่งอยู่พักใหญ่ขยับตัวไม่ได้เพราะกิ่งไม้มาขวางอัดทางลงจากรถไว้ ในขณะที่ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างตกใจและวิ่งเข้ามาช่วยตนและบางคนคิดว่าตนได้เสียชีวิตแล้ว เพราะนั่งอยู่แน่นิ่งอยู่นาน เมื่อตั้งสติได้จึงตะโกนบอกว่าตนไม่ได้เป็นอะไร ยังไม่ตาย จึงและขอให้ชาวบ้านช่วยนำเลื่อยมาตัดกิ่งไม้ออกจากรถแบคโฮ โดยใช้เวลา 20 นาทีจึงสามารถนำกิ่งไม้ใหญ่ออกจากรถได้ และตนก็ออกมาจากตัวรถแบคโฮได้ ท่ามกลางความแตกตื่นดีใจของญาติ ๆ และเพื่อนบ้าน
นายวิชวน กล่าวว่า หลังจากที่ตนออกมาจากตัวรถได้คำถามแรกที่ได้ยินเพื่อนบ้านตะโกนถามคือ “มึงห้อยหลวงพ่ออะไร” ตนจึงควักสร้อยคอที่ทำจากผ้าม้วนเป็นเกลียวแน่นเส้นเล็กออกมาจากคอให้ชาวบ้านดู พร้อมบอกว่าไม่ได้ห้อยพระ แต่บอกตนห้อยขวานฟ้า ซึ่งคนโบราณเชื่อว่าเกิดฟ้าผ่าจะมีหินขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้างลงมาด้วย เรียกว่า “ขวานฟ้า” ตนได้มาจาก จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อครั่งเกิดฟ้าผ่าและนำห้อยคอได้ติดตัวมาตลอด เพราะเป็นความเชื่อโบร่ำโบราณว่าขวานฟ้าเป็นของดี เป็นรางของขลังที่หายากมาก ๆ และเชื่อว่าใครมีขวานฟ้าพกพาติดตัว จะแคล้วคลาดและปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง และตนยังเชื่อว่าที่ตนรอดชีวิตมาได้จากเหตุการณ์ในวันนี้ก็มาจากปาฏิหาริย์ของขวานฟ้าที่ห้อยคอช่วยเหลือเอาไว้อย่างแน่นอน.
ภาพ/ข่าว นรศักดิ์ สานุจิตต์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
