- 30 ธ.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากเหตุการณ์ ฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี แล้วเกิดพายุหมุนกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้างเป็นทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร พัดเอาหลังคาบ้านเรือนของชาวบ้านปลิวว่อนเต็มท้องฟ้าได้รับความเสียหายจำนวน 120 หลังคาเรือน เสาไฟฟ้าหัก จนกระทั่งเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดลงตรวจสอบพื้นที่ และประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติวาตภัย เพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้านเป็นการเร่งด่วน นั้น เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นที่ระทึกของผู้อยู่ในเหตุการณ์ และเปิดใจถึงช่วงเวลาดังกล่าวไม่ถึง 5 วินาที ทุกอย่างก็ราพณาสูรไปหมดสร้างความเสียหายมากกว่า 120 ครัวเรือน
นายสำนวน ทองศรี ปลัดอาวุโส อ.บ้านนาเดิม ซึ่งมีบ้านอยู่ในซอย 31 ใกล้กับสถานที่พายุหมุนทำลายล้างบ้านเรือน เสียหายไปกว่า 40 กว่าหลังคาเรือน ใน ซ.ดอนนก 29 ได้เล่าถึงช่วงระยะเวลาที่มีพายุดหมุนดังกล่าวว่า มันมาเร็วมาก และความรุนเรง ของมันถอนรากถอนโคนต้นไม้ใหญ่ ได้อย่างรวดเร็ว บ้านทีติดกับบ้านของตนเองซึ่งต่อเติมอย่างดีหลังคาที่เสริมคานเหล็กตัวซี อย่างแข็งแรงยังพังหมด และคานเหล็กดังกล่าวได้พัดไปตกอยู่อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวตนทำอะไรไม่ถูกเห็นท่าไม่ดีก็วิ่งเข้าไปหลบในบ้านทันที
ซึ่งตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยเห็นภัยธรรมชาติอะไรที่รุนแรงอย่างนี้ แต่ก็ยังโชคดีที่บ้านของตนเองได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย แต่ก็อดคิดไม่ได้ถ้าคานเหล็กบ้านข้างเคียงพัดมาทับบ้านของตนเองอะไรจะเกิดขึ้น
สำหรับสถานการณ์ดังกล่าว ล่าสุดทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกประกาศให้พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายเป็นเขตพื้นที่ช่วยเหลือจากภัยพิบัติ และสั่งให้มีการตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยดังกล่าวแล้ว และทาง มทบ.45 ได้ส่งกำลังทหารเข้าควบคุมพื้นที่ เพื่อดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และกำชับไม่ให้มีกลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาซ้ำเติมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้อีก
สันทัด เจ็ดเสมียนใหม่ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
