- 03 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากสาวผู้ที่ต้องใช้ชีวิตในต่างถิ่นมาหลายปี เพื่อหารายได้มาจุนเจือช่วยเหลือครอบครัว หลังจากที่แม่ไม่สบายต้องกลับมาดูแล มองหาช่องทางอาชีพในชุมชน เกิดแรงบันดาลใจจากที่สมัยเด็กเคยเห็นคุณแม่ทำขนมจีนหาบเร่ขาย จึงผุดไอเดีย เกิดแรงบัลดาลใจ ยึดอาชีพนี้ สร้างรายได้ขยายตลาดในชุมชน
นางสาวลัดดา สมัครสมาน อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 191 บ้านโชค หมู่ที่ 4 ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ได้เล่าว่า จากเมื่อก่อนตนเองทำงานในพื้นที่แถวอยุธยาอยู่หลายปี ต้องกลับมาอยู่บ้านเพื่อดูแลแม่ ซึ่งมองหาอาชีพในชุมชนว่า มีอะไรบ้างที่สามารถทำได้ จึงคิดได้ว่าเมื่อสมัยเด็กๆ แม่ทำขนมจีนหาบเร่ขาย จากนั้นตนจึงได้ไปศึกษาเพิ่มเติมในการซื้ออุปกรณ์เพื่อผลิตขนมจีน และเปิดร้านขายชองชำ ทั้งปลีกและส่ง เพราะว่าในชุมชนไม่มีใครทำ จากนั้นได้หาแรงงานที่เป็นคนชุมชน เพื่อขยายฐานการผลิต ประกอบช่วงเทศกาล ก็จะนำกบยัดไส้ ซึ่งเป็นอาหารภูมิปัญญาพื้นถิ่น ที่คนสุรินทร์จะเรียกว่า “อังแกบบอบ” มาขายด้วย ไม้ละ 50 บาท ส่วนขนมจีนขายกิโลกรัมละ 25 บาท หรือบางที่ลูกค้าจะชอบรับประทานเป็นยำขนมจีน ซึ่งเป็นเมนูที่ให้บริการกับลูกค้ามานั่งทานด้วย
ยำขนมจีน เป็นสูตรเฉพาะ จากทางร้านคิดราคา จานละ 40 บาท ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี เพราะเป็นที่ยอมรับ และขึ้นชื่อในระดับจังหวัดสุรินทร์มาแล้ว จากการที่ได้ไปออกร้าน หรือ บู๊ธแสดงสินค้า ต่างๆระดับจังหวัด จึงเป็นที่รู้จักของส่วนราชการ และลูกค้าที่มาอุดหนุน ถ้าเป็นร้านยำขนมจีนก็ต้องยกให้ ร้านเจ๊ดา จากอำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
ซึ่งจากความภูมิใจที่นอกจากตนเองได้เปิดร้านทำขนมจีนแล้ว ยังได้มีส่วนช่วยชาวบ้านในชุมชนที่เป็นแรงงาน ให้ได้มีงานทำ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 5 คน รายได้จะให้เฉลี่ยวันละ 250-300 บาทต่อวัน โดยกินอยู่กับตน ซึ่งรายได้ทั้งหมดตกอยู่ประมาณเดือนละ 40,000-50,000 บาท หักค่าใช้จ่ายก็เหลือเดือนละ 20,000 กว่าบาท ซึ่งธุรกิจในชุมชนบ้านเราก็พออยู่ได้ อาศัยความขยัน ประหยัด อดทน และอดออม นางสาวลัดดา สมัครสมาน กล่าว.
ภาพ/ข่าว เสน เหลี่ยมดี ทีมข่าวสุรินทร์นิวส์
เรียบเรียง ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
