- 04 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ตามที่ได้เกิดอุบัติเหตุบนถนนในพื้นที่จังหวัดเลยกว่า 30 ครั้ง เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2560 ช่วงเวลาประมาณ 14.00 – 22.00 น. โดยมีฝนตกลงมาตลอดช่วงเวลาเกิดเหตุ ซึ่งการเกิดอุบัติเหตุมีลักษณะคล้ายกัน คือ รถลื่นไถลลงข้างทาง และลื่นไถลชนกัน ทำให้มีเสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บกว่า 30 คน สาเหตุเกิดจากน้ำยาพาราที่หกเรี่ยราดบนพื้นผิวถนนสะสมมาเป็นเวลานานนั้น เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2561 ที่ห้องประชุมพรหมเลิศ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสารธารณภัย จ.เลย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดการประชุมการแก้ปัญหาเกี่ยวกับรถขนยางพาราทำน้ำหกบนถนนในจังหวัดเลย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนภาคเอกชนเข้าร่วมประชุม
ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยกว่าวว่า หลังจากได้รับทราบสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุแล้ว ก็ได้เชิญทุกภาคส่วนเข้ามาหารือถึงแนวทางการแก้ปัญหา โดยในเบื้องต้นได้ให้ฝ่ายเลขาปรับปรุงคณะกรรมการกำหนดมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุจากรถบรรทุกขนย้ายยางก้อนถ้วย ตามคำสั่งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ที่ 532/2558 เพื่อให้สอดล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมกำหนดโทษไว้ในประกาศจังหวัดด้วย และขอให้มีการประชุมทุกเดือน ซึ่งปัญหาส่วนหนึ่งก็มาจากต้นทาง เกษตรกรนำยางเปียกน้ำมาขาย ดังนั้นจึงขอความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ช่วยบอกกล่าวชาวบ้านว่า ก่อนนำยางก้อนถ้วยออกไปขาย ขอให้ตากให้แห้งเสียก่อน รวมถึงกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านด้วย ซึ่งตนจะนำเรื่องนี้เข้าไปประเมินการเลื่อนขั้นเงินเดือน หรือให้ความดีความชอบด้วย หากท้องถิ่น ท้องที่ใดให้ความร่วมมือดี ก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
ด้านตัวแทนโรงงานยางแท่งของบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ ต.ปากปวน อ.วังสะพุง จ.เลย กล่าวว่า ทางโรงงานมีข้อกำหนดชัดเจน รถขนส่งยางก้อนถ้วยที่จะเข้าส่งสินค้าในโรงงาน จะต้องมีถังกักเก็บน้ำใต้ท้องรถ มีผ้าใบคลุม และรวมทั้งการตรวจสอบความชื้น หากทำผิดเงื่อนไขนี้ ก็จะยกเลิกสัญญา ไม่รับซื้อ
ด้านตัวแทนโรงงานบริษัทศรีตรัง อ.นาด้วง กล่าวว่า ทางบริษัทก็มีมาตรการกำหนดชัดเจน ไม่ให้ผู้ประกอบการขนส่งปล่อยน้ำยางลงพื้นถนน เมื่อมาถึงโรงงานทุกคันก็ทำตามระเบียบเรียบร้อยดี แต่ระหว่างขนส่งมานั้น ไม่ทราบว่าทำอย่างไร
ด้านผู้แทนการยางแห่งประเทศไทย จังหวัดเลย กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ได้รณรงค์ ประชาชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการผลิตเป็นยางก้อนแห้งหรือยางแผ่น หรือขายน้ำยางดินแทน ซึ่งก็มีบางส่วนให้ความร่วมมือดี แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงทำแบบเดิม
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ถกเถียงถึงการกำหนดราคาระหว่างยางเปียกกับยางแห้งให้ต่างกัน เพื่อจูงใจให้เกษตรกรเลิกนำยางเปียกมาขาย ซึ่งผู้ประกอบการโรงงานรับซื้อรายใหญ่ทั้งสองแห่งก็พยายามตรวจสอบความชื้นอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถกำหนดราคาได้ เนื่องจากยางพาราทำกันทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม นายพรชัย ถมกระจ่าง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุจากรถบรรทุกขนย้ายยางก้อนถ้วย จ.เลย ได้สรุปมติที่ประชุม มีแนวทางการปฎิบัติ 5 ประการ คือ การออกประกาศวิธีการปฏิบัติเรื่องการขนส่งยางก้อนถ้วยไม่ให้มีน้ำรั่วไหลลงพื้นที่ถนน ประเด็นที่สองคือ จะมอบหมายให้นายอำเภอนัดประชุมผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งหมด ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการรับซื้อ และผู้ขนส่งมาคุยกัน หาแนวทางปัองกันไม่ให้น้ำนยางไหลลงพื้นถนน หรือไหลให้น้อยที่สุด ประการที่ 3 คือ การบังคับใช้กฏหมาย หน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบให้ดำเนินการอย่างจริงจัง เข้มข้น กำหนดโทษสูงสุดสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย จะไม่ใช่ปรับแค่ 500 บาท แล้วไปสร้างความเดือดร้อนต่อ อาจดำเนินคดีตามขั้นตอน แล้วมาประเมินผลใน 1 เดือนว่าสถิติอุบัติเหตุลดลงหรือไม่อย่างไร
ประการที่ 4 ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาตรวจสอบกระบวนขนส่งยางก้อนถ้วย เริ่มจากตัวเกษตรกร พ่อค้าคนกลาง ผู้ประกอบการขนส่ง และโรงงานผู้รับซื้อรายใหญ่ ว่ามีจุดใดบ้างที่เป็นช่องโหว่ที่ทำให้น้ำยางรั่วไหล แล้วเข้าไปแก้ปัญหา และประการที่ 5 เป็นแนวทางการแก้ปัญหาในระยะยาว คือ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การยางแห่งประเทศไทย หรือสำนักงานเกษตรกรจังหวัดออกไปรณรงค์ ทำความเข้าใจกับประชาชนให้ปรับเปลี่ยนไปทำยางแห้ง หรือยางแผ่น โดยมีราคาสูงกว่าราคายางเปียกเป็นเครื่องจูงใจ และให้เกษตรกรตระหนักว่า การทำยางเปียก และขนส่งออกไปขาย ทำให้ส่งผลกระทบต่อผู้อื่นที่ใช้รถใช้ถนนอย่างรุนแรง
ทั้งนี้ ประธานที่ประชุมได้มอบหมายให้หัวหน้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ไปร่างบันทึกข้อตกลงระหว่างเกษตรกร หน่วยงานราชการ ตัวแทนผู้ประกอบการโรงงานรับซื้อยาง ตัวแทนผู้ประกอบการขนส่ง เพื่อนำไปสู่การลงนามร่วมงานทุกภาคส่วนต่อไป.
ภาพ/ข่าว ภัทราวุธ บุญประเสริฐ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เลย
