- 05 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
(5 ม.ค.) ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ได้รับการร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านหมู่ 1 และ หมู่ 6 ต.เขาน้อย อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ว่า “สะพานสวนพอด้วน”ข้ามคลองท่าควาย ซึ่งเป็นคอนกรีตยาว 80 เมตร พังจมหายลงไปในลำคลองท่าควาย รอยต่อระหว่างพื้นที่ 1 กับหมู่ 6 ตำบลขาน้อย อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เพิ่งสร้างเมื่อปี 2555 จากงบประมาณฟื้นฟูอุทกภัยหลังเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 งบประมาณในขณะนั้นกว่า 6 ล้านบาท แต่ในขณะนี้สะพานถูกน้ำกัดเซาะจนเสาล้มและตัวสะพานหักทรุดลงไปกองกลางลำคลองไม่สามารถใช้สัญจรไปมาได้ ชาวบ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก จะต้องอ้อมไปใช้เส้นทางอื่นซึ่งมีระยะทางไหลออกมาเกือบ 10 กม.
จึงเดินไปตรวจสอบพบเป็นสะพานคอนกรีตแบ่งเป็น 8 ช่วง ๆละ 10 เมตร รวมระยะทาง 80 เมตร ซึ่งช่วงที่ 5-7 ถูกน้ำพัดกัดเซาะจนเสาหักล้มทำให้ตัวสะพานหักและพลัดตกลงไปในลำคลอง ในขณะที่ช่วงที่ 2-3 เสาและตัวสะพานหักทรุดต่ำจากระดับเดิมทรุดต่ำลงไปจากระดับเดิม ส่วนในช่วงอื่น ๆ ทั้งหมดก็มีแนวโน้มว่าจะหักทรุดพังเสียหายในไม่ช้านี้อีกเช่นกัน โดยตัวสะพานสูงจากลำคลองประมาณ 4- 5 เมตร กลางสะพานเขียนระบุข้อความว่า “งบประมาณฟื้นฟูอุทกภัย พ.ศ. 2554 จากการสอบถามทราบว่าก่อสร้างและปิดใช้สัญจรเมื่อปลายปี 2555 ผ่านมาได้เพียง 5 ปี จนเมื่อปลายปี 59 ที่ผ่านมาสะพานก็ทรุดเสียหายรถใหญ่ไม่สามารถผ่านได้และหักทรุดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน
ตัวแทนชาวบ้าน เปิดเผยว่า เมื่อหลังจากที่น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 54 พื้นที่ ต.เขาน้อย อ.สิชล ได้รับความเสียหายหนัก ถนนและสะพานขาดหลายแห่ง จนได้มีการสนับสนุนของบประมาณสร้างสะพาน จนได้สะพานแบบไม่ตอกเสาเข็มมา 5 แห่งรวมทั้งสะพานแห่งนี้ โดยเมื่อตอนที่เริ่มก่อสร้างไม่มีการตอกเสาเข็มชาวบ้านออกมาท้วงติงและตั้งข้อสังเกตว่าการก่อสร้างสะพานโดยไม่มีการจอกเสาเข็มมันจะ ทนต่อการพัดกัดเซาะของกระแสน้ำในช่วงฤดูฝนได้อย่างไร แต่ไม่มีใครรับฟัง กล่าวหาว่าชาวบ้านรู้มากเรียนจบแค่ชั้นประชม มัธยม แต่ทางนายช่างของทางราชกาและผู้รับเหมาเขาวิศวะเขารู้ดี คำนวณการก่อสร้างตามหลักวิชาการ ชาวบ้านจะรู้มากกว่าวิศวะได้อย่างรี โดยเฉพาะผู้รับหมาได้อ้างว่าทำตามแบบไม่ต้องตอกเสาเข็ม เมื่อมาถึงตอนนี้แค่ 5 ปี ซึ่งตอนนี้พังจมหายไปในคลองแล้ว 2 แห่ง รวมทั้งสะพาน“สะพานสวนพอด้วน” แห่งนี้ด้วย ส่วนอีก 1 แห่งคือสะพานบ้านสำนักเนียน ซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จและใช้งานได้แค่ 1 ปีในช่วงน้ำท่วมปลายปี 2560 ที่ผ่านมากก็ทรุดพังเสียหายใช้สัญจรไปมาไม่ได้ ซึ่งชาวบ้านชื่อว่าถ้าฝนยังตกหนักต่อเนื่องแบบสะพานทั้งหมด 5 แห่งรวมงบประมาณหลายสิบล้านจะค่อยๆ พังเสียหายทั้งหมดอย่างแน่นอน
“ถึงตอนนี้อยากถามว่าสถานสร้างแค่ 1-5 ปีพังเสียหายพินาศยับเยินมันคุ้มค่ากับงบประมาณการก่อสร้างหรือไม่ และอยากจะถามท่านนายช่าง และผู้รับเหมาที่เรียนสูง จบสูงเป็นวิศวะจะตอบคำถามหรืออธิบายเร่าองที่เกิดขึ้นอย่างไร ชาวบ้านไม่ต้องเรียนจบสูง จบวิศวะอะไรก็ก่อสร้างได้มั่นคงแข็งแรงถาวรกว่านี้เป็นร้อยเท่าพันเท่า ดูการก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ผ่านมากว่า 1,100 ปียังอยู่มั่นคงแข็งแรง ขอเรียนว่าชาวบ้านไม่จบ ป. 4 สร้างแข็งแรงกว่านี้อย่าดูถูกภูมิปัญญาท้องถิ่น สมัยโบราณงานด่านช่างก่อสร้างไม่เห็นต้องจบวิศวะอะไรเลย โบราณสถานที่ปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้ร้อยปีพันปีช่างที่ก่อสร้างเขาจบวิศวะจากไหน ผิดกับวิศวะสมัยนี้สร้างสะพานด้วยงบประมาณมหาศาลแต่ควงมมมั่นคงแข็งแรงสู้คอกเลี้ยงหมูของชาวบ้านที่จบ ป.4 ก็ไม่ได้”
ทางด้านนายศุภโชค พัฒฉิม นายก อบต.ขาน้อย กล่าวว่าสะพานสวนพอด้วนแห่งนี้เริ่มทรุดเมื่อปลายปี 59 ที่ผ่านมานายจำเริญ ทิพญพงษ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ดินทางมาตรวจสอบแล้ว และทางจ้าหน้าที่ ปภ.จังหวัดสำรวจออกแบบสร้างใหม่สะพานแห่งนี้ใหม่เรียบร้อย แล้ว โดยใช้งบประมาณกว่า 11.86 ล้านบาท โดยก่อสร้างสะพานยาวจากเดิม 80 เมตรเพิ่มเป็น 90 เมตร กว้างจากเดิม 6 เมตรเป็น 7 เมตร ในขณะนี้มีแบบการก่อสร้างจะแล้วเสร็จแต่ยังรอการอนุมัติ จนกระทั่งสะพานได้พังทรุดเพิ่มลงมาเรื่อย ๆ จึงขอให้ทางรีบอนุมัติงบประมาณเพื่อให้ชาวบ้านได้เดินทางสัญจรไปมา และขนส่งผลผลิตทางเกษตรได้สะดวก ในขณะที่นายยงยุทธ จิตสำรวย นายอำเภอสิชลได้สั่งการให้จ้าหน้าที่นำแผงกั้นวางกั้นและเครื่องหมายเตือนมาไว้กันไม่ให้รถขับผ่านได้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เท่ากับว่าในขณะนี้ถนนสายนี้ปิดการสัญจรไปโดยปริยาย.
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
