- 05 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
คืบหน้าคดีอดีตแฟนควงปืนตามง้อสาว ในเฟซบุ๊กเพจคนเมืองกาญจน์ ได้มีการแชร์เรื่องราวของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ พัชรพณ หว่านพืช ที่ได้บอกเล่าเรื่องราวพฤติกรรมเถื่อนสุดอุกอาจ ของอดีตแฟนหนุ่มลูกค้าสาวร้านสัก ที่บุกควงปืนมาตามง้อแฟนสาว แต่ตามตัวแฟนสาวไม่เจอ จึงใช้ปืนทุบกระจกร้าน แถมข่มขู่ตนพร้อมเมียและลูกสาววัย 3 เดือน ก่อนจะชิงทรัพย์เป็นเงินสดและทองรูปพรรณจำนวนหนึ่งหลบหนีไป โดยหลังเกิดเหตุ ทางเจ้าของร้านได้ไปแจ้งความและสามารถรู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว แต่หลังผ่านมาหลายวัน คดีความยังไม่คืบหน้า ตำรวจยังไม่สามารถตามจับตัวผู้ก่อเหตุได้ ทางเจ้าของร้านจึงนำเรื่องดังกล่าวมาโพสเพื่อขอให้มีคนช่วยแจ้งเบาะแสคนร้าย ซึ่งหลังมีการโพสท์เรื่องดังกล่าวและมีการแชร์ออกไปจำนวนมาก ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนให้ความสนใจ เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมป่าเถื่อน แถมก่อเหตุกลางวันแสกๆอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย แถมทางเจ้าของร้านมีพยานหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าคนร้ายเป็นใคร แต่ตำรวจกลับยังไม่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุมาได้
คืบหน้าคดีอดีตแฟนควงปืนตามง้อสาว ก่อนบุกพังร้านสัก ตำรวจเตรียมออกหมายจับแล้ว
ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าม่วงเผยความคืบหน้าคดีอดีตแฟนก่อเหตุอุกอาจควงปืนบุกง้อแฟนสาว ก่อนพังร้านสัก แถมลักทรัพย์หลบหนี ล่าสุด ตำรวจทราบตัวผู้ต้องหา พร้อมเตรียมขอศาลอนุมัติหมายจับ ก่อนขยายผลรวบเพื่อนร่วมขบวนการ มั่นใจได้ตัวแน่ ความคืบหน้า กรณี นายพัชรพณ หว่านพืช อายุ 23 ปี เจ้าของร้านสักในซอยโรงเจ ตลาดท่าม่วง อำกเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ได้ถูกอดีตแฟนหนุ่มของลูกค้าสาวที่มาใช้บริการ บุกควงปืนมาตามง้อแฟนสาว แต่ตามตัวแฟนสาวไม่เจอ จึงใช้ปืนทุบกระจกร้าน แถมข่มขู่ตนพร้อมเมียและลูกสาววัย3เดือน ก่อนจะชิงทรัพย์เป็นเงินสดและทองรูปพรรณจำนวนหนึ่งหลบหนีไป โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุมาได้นั้น ล่าสุด ทางพันตำรวจเอกภัคภณ เล็กท่าไม้ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าม่วง ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีดังกล่าวว่า
ขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวของผู้ก่อเหตุแล้ว 1 คน คือ นายนพพร ลิ้มสุวรรณ ซึ่งเป็นผู้ใช้อาวุธปืนทุบกระบกและบุกเข้าไปภายในร้าน ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับ คาดว่าในวันจันทร์ น่าจะสามารถออกหมายจับได้ ส่วนเพื่อนอีกคนของนายนพพรที่ร่วมก่อเหตุนั้น ตอนนี้ ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร แต่หากได้ตัวนายนพพรแล้ว ก็จะสามารถขยายผลจับกุมได้ไม่ยากโดยขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาเบื้องต้น จำนวน 2 ข้อหา คือ ร่วมกันบุกรุกเคหะสถานโดยใช้อาวุธปืน และ ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์เคหะสถาน ทั้งนี้ คดีดังกล่าวถือว่า ผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมการก่อเหตุที่อุกอาจและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีการสั่งการให้เร่งรัดดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุโดยเร็วที่สุด ส่วนที่มีกระแสข่าว ว่ามีกลุ่มผู้มีอิทธิพลจะติดต่อขอเคลียร์กับผู้เสียหายนั้น ทางตำรวจขอยืนยันว่าคดีนี้ เป็นคดีอาญา ไม่สามารถยอมความกันได้ อีกทั้ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ก็จะไม่ปล่อยให้มีการข่มขู่ผู้เสียหายเกิดขึ้นและจะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฏหมาย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด
ข่าว/ภาพ วันชัย แก้ววิลัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กาญจนบุรี
