วุ่นไม่จบไม่สิ้น!! “เจ๊ดา” เจ้าของร้านอีสานบ้านสวนยัน 2 ตำรวจไม่เกี่ยวข้องการจัดเลี้ยงคณะ “เสก โลโซ” ด้านนักฏหมายชี้คำสั่งฯ ทำสังคมแตกแยก

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

จากกรณีที่ พล.ต.ต.วันไชย  เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช มีคำสั่งย้ายด่วน พ.ต.อ.รังสรรค์  สุขเกื้อ ผกก.กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และ พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย สวป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ไปประจำ ศปก.ภ.จว.นครศรีธรรมราชตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิมจนกว่าผลการสอบสวนข้อเท็จจริงจะเสร็จสิ้น ในกรณีที่ไปร่วมงานเลี้ยงและถ่ายภาพร่วมกับเสก โลโซ ที่ร้านอาหารอีสานบ้านสวน   ท่ามกลางการวิพากวิจารณ์ของประชาชนอย่างกสางขวาง เนื่องจากนายตำรวจทั้งสองนายเป็นนายตำรวจที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่เป็นที่รักษาใคร่ของประชาชน

วุ่นไม่จบไม่สิ้น!! “เจ๊ดา” เจ้าของร้านอีสานบ้านสวนยัน 2 ตำรวจไม่เกี่ยวข้องการจัดเลี้ยงคณะ “เสก โลโซ” ด้านนักฏหมายชี้คำสั่งฯ ทำสังคมแตกแยก

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 6 ม.ค. 2561 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังร้านอาหาร “อีสานบ้านสวน” ถนนวัดโบสถ์ ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พบกับนางกานดา ถาวรวงศ์ อายุ 52 ปี หรือ “เจ๊ดา”เจ้าของร้าน ได้เล่าเหตุการณ์คืนวันที่ 3 ม.ค.2561 ที่เสก และพรรคพวกมารับประทานอาหารที่ร้านว่าเวลาประมาณ 1ทุ่ม5นาที “เสก โลโซ” พร้อมอีฟแฟนสาว คนขับรถและทนายความรวม 4 คน ได้เข้ามานั่งรับประทานอาหารในร้านของตนที่โต๊ะ 51 บริเวณริมคลอง เนื่องจากห้องวีไอพีมีลูกค้าจองไว้ก่อนแล้ว ซึ่งหลังจากเสกและพวกเข้ามานั่งรับประทานอาหารตนและพนักงานในร้านก็ดูแลคณะเสก อย่างดี เพราะเป็นคนที่รักใคร่รู้จักกันมานานเกือบ 10 ปีแล้ว ซึ่งเป็นปกติทุกครั้งที่เสก เดินทางมานครศรีธรรมราชก็จะแวะมารับประทานอาหารที่ร้านของตนทุกครั้ง โดยขณะนั่งรับประทานอาหารก็จะมีแฟนคลับและลูกค้าในร้านเข้ามาขอถ่ายรูปกับเสกในร้านอย่างคึกคักและเป็นกันเอง

วุ่นไม่จบไม่สิ้น!! “เจ๊ดา” เจ้าของร้านอีสานบ้านสวนยัน 2 ตำรวจไม่เกี่ยวข้องการจัดเลี้ยงคณะ “เสก โลโซ” ด้านนักฏหมายชี้คำสั่งฯ ทำสังคมแตกแยก

ส่วน ผกก.รังสรรค์หรือ พ.ต.อ.รังสรรค์ สุขเกื้อ ซึ่งเป็นลูกค้าประจำพร้อมลูกน้องรวม 3 คน เพิ่งเดินทางเข้ามาในร้านเมื่อเวลาประมาณ 3 ทุ่มเศษเองและเข้าไปนั่งอยู่ในซุ้มที่ 7 ห่างกันประมาณ 20 เมตร โดยไม่รู้มาก่อนว่าเสก นั่งอยู่ในร้านก่อนแล้ว  ซึ่งตนได้นั่งคุยกับเสก อยู่ที่โต๊ะอาหาร ซึ่งเสกได้มีพูดคุยในเรื่องที่จะจัดคอนเสิร์ตหายรายได้ให้ตำรวจ สภ.พรหมคีรี ซึ่งตนไม่มีความถนัดเรื่องนี้ นึกขึ้นได้จึงไปเชิญ พ.ต.อ.รังสรรค์ ที่นั่งอยู่ซุ้ม 7 มานั่งคุยกับเสกในเรื่องจัดคอนเสิร์ตหาเงินช่วยเหลือตำรวจ สภ.พรหมคีรี  ซึ่งทราบว่าทาง ผกก.รังสรรค์ได้ตอบปฏิเสธไปว่าจัดไม่ได้เพราะตำรวจภูธรนครศรีธรรมราชไม่มีนโยบายเรื่องนี้  เจ้ด้า กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นได้มีการพูดคุยเรื่องทั่วไปและมีการถ่ายรูปร่วมกันโดยไม่ทราบเป็นกล้องจากมือถือของใครบ้างเพราะถ่ายกันเยอะมากก่อนที่ ผกก.รังสรรค์จะขอตัวกลับไปนั่งที่โต๊ะและกลับเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.  สำหรับค่าอาหารทาง ผกก.รังสรรค์จ่ายเอง เป็นเงิน 700 บาท ส่วนค่าอาหารของเสกและค่าเครื่องดื่มตนไม่เก็บเลี้ยงฟรีเพราะตนและเสก มีความรู้จักกันมานานนับ 10 ปี และทุกครั้งที่เสกมานครศรีธรรมราชก็จะมานั่งรับประทานอาหารที่ร้านตนทุกครั้งและทุกครั้งตนจะไม่เก็บค่าอาหารจะเลี้ยงฟรีทุกครั้ง เพราะเมื่อตนและครอบครัวไป กทม.เสกก็จะเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีทุกครั้งเช่นกัน และคณะของเสกเดินทางกลับออกจากร้านเมื่อเที่ยงคืนวันเดียวกันขอยืนยันเสก และผกก.รังสรรค์ ไมได้นัดหมายกันมาก่อนเลย  เขามาคนละครั้งและนั่งคนละโต๊ะ แต่ตนเป็นคนเชิญให้ ผกก.รังสรรค์ไปพบกับเสก เองขอให้ทุกฝ่ายได้เข้าใจตามนี้ด้วย  ส่วนในกรณีที่ของ พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย ตนไม่รู้จักและไม่ทราบว่ามาด้วยกันกับ พ.ต.อ.รังสรรค์ หรือไม่และไม่รู้ว่าเข้ามาร่วมโต๊ะตอนไหน นางกานดา กล่าว

วุ่นไม่จบไม่สิ้น!! “เจ๊ดา” เจ้าของร้านอีสานบ้านสวนยัน 2 ตำรวจไม่เกี่ยวข้องการจัดเลี้ยงคณะ “เสก โลโซ” ด้านนักฏหมายชี้คำสั่งฯ ทำสังคมแตกแยก

 พ.ตท.ธีระพล พุ่มชัย สวป.สภ.เมือง กล่าวว่า จริง ๆ ผมไม่อยากชี้แจงอะไรทั้งสิ้น และผมไม่ได้ไปพร้อมกับ พ.ต.อ.รังสรรค์ แต่ผมเป็นเจ้าของพื้นที่ออกตรวจตราในพื้นที่รับผิดชอบพร้อมผู้ใต้บังคับบัญชาและ อส.ตร. หลายพื้นที่และนำ อส.ตร. อีก 2 นายไปรับประทานอาหารและเลือกที่ร้านอีสานบ้านสวน เพราะได้รับรายงานว่ามีคณะของเสก เขาไปกินเลี้ยงกันและเกรงจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาอีก เมื่อไปถึงก้เข้าไปนั่งอีโต๊ะและเดินมาที่โต๊เสก คุยกับเสกว่าผมได้มมาตรวจสอบว่าไม่มีการทำสิ่งผิดกฎหมายอะไรและไม่มีเหตุที่วุ่นวายเกิดขึ้น พร้อมเเนะนำเสก ด้วยว่าอย่ากระทำการอะไรที่ไม่เหมาะสมหรือผิดกฎหมายมันจะเป็นเรื่องราวขึ้นมาอีก  เพราะแม้เสก จะประกันตัวออกมาแล้ว แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบต่อสังคมไปได้ และไม่ต้องกลัวคนจะทำร้าย เพราะเป็นหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ผมและผู้ใต้บังคับบัญชาจะช่วยดูแลป้องกันอยู่แล้ว “ตอนนั้นผมยืนคุยเพราะโต๊ะเสกที่นั่งเต็มหมดจนเขาจะมีการถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึกคนที่นั่งอยู่ก่อนจึงลุกขึ้นให้ผมนั่งโดยไม่มีแก้ว ไม่มีจานอาหารของผมเลย หลังจากนั้นผมก็กลับไปนั่งรับประทานอาหารที่โต๊ะผมซึ่ง อส.ตร.นั่งคอยอยู่แล้ว ผมได้คุยกับ อส.ตร.ว่าผมเป็นเจ้าของพื้นที่รับผิดชอบมีหน้าที่ดูแลเสกและคณะตลอดเวลาที่เขาอยู่ในพื้นที่ไม่ให้มีเหตุการณ์ความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากกลุ่มที่ไม่พอใจและไม่ชอบเสก เพราะหากเกิดเรื่องเกี่ยวกับเสก ซ้ำขึ้นมาอีกตำรวจเจ้าของพื้นที่คงปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ หลังจากนั้นผมและ อส.ตร.ก็เดินทางกลับแต่วิทยุสั่งสายตรวจ จยย.ในพื้นที่ให้ติดตามคามเคลื่อนไหวของเสก อย่างต่อเนื่องด้วย”  พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย กล่าวอีกว่า ต่อมาช่วงเช้าตรู่ผมได้รับรายงานว่าคณะของเสก จะเดินทางไปวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ผมรีบตื่นนอน ทั้ง ๆ ที่ได้นอนพักผ่อนไม่กี่ ชม. วิทยุสั่งการให้ตำรวจสายตรวจประจำวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารและตำรวจสายตรวจ จยย.ไปปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยผมแต่งกลายครึ่งท่อนรีบเดินทางไปสมทบทันที คณะเสกออกจากวัดพระมหาธาตุ ฯ ไปศาลหลักเมือง และ  “เก๋งจันวัดประตู เก๋งจีนวัดแจ้ง”ผมก็ตามปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยต่อเนื่องจนคณะของเสก เดินทางท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เดินทางกลับกรุงเทพ ในขณะนี้ผมเป็นห่วงความรู้สึกของประชาชน เพราะในขณะนี้พวกยาเสพติดที่ผมเคยจับกุมมามากมาย ต่างสะใจที่ผมและ ผกก.รังสรรค์โดนลงโทษ มีการนำประเด็นนี้มาวิพากวิจารณ์กันสนั่นโซเชี่ยลไปเลย สวป.สภ.เมืองกล่าว

วุ่นไม่จบไม่สิ้น!! “เจ๊ดา” เจ้าของร้านอีสานบ้านสวนยัน 2 ตำรวจไม่เกี่ยวข้องการจัดเลี้ยงคณะ “เสก โลโซ” ด้านนักฏหมายชี้คำสั่งฯ ทำสังคมแตกแยก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านักกฎหมาย ทนายความได้นำประเด็นผู้ต้องหาที่ได้ประกันตัวมาวิพาดกวิจารณ์ในโลกโซเชี่ยลอย่างกว้างขวาง โดยระบุว่าศาลรัฐธรรมนูญที่ความเป็นบรรทัดฐานที่น่าจะให้ความมั่นใจได้ว่า หากบุคคลใดประสงค์ที่จะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบรัฐธรรมนูญของกฎหมายที่มีบทบัญญัติที่มีข้อสันนิษฐานความรับผิดของผู้แทนนิติบุคคลที่กล่าวข้างต้น ก็จะได้รับคำวินิจฉัยในทิศทางเดียวกัน ข้อสันนิษฐานที่ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาเป็นผู้บริสุทธิ์นั้น เป็นข้อสันนิษฐานอันมีที่มาจากหลักสิทธิมนุษยชน ดังปรากฏอยู่ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 11 ที่ว่า “บุคคลซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีความผิดอาญา มีสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์จนกว่าจะมีการพิสูจน์ว่ามีความผิดตามกฎหมายในการพิจารณาโดยเปิดเผย และผู้นั้นได้รับหลักประกันทั้งหลายที่จำเป็นในการต่อสู้คดี” อีกด้วย

นายธนาชัย เกตุโรจน์ ทนายความชื่อดังและคณะกรรมการสภาทนายความภาค 8 กล่าวว่าตำรวจทั้งสองนายก็ไม่ได้มีส่วนในการทำสำนวนคดีของเสก แม้แต่น้อย การกระทำของตำรวจที่ไปร่วมถ่ายรูปกับเสก จึงไม่ได้ผิดกฎหมายตรงไหนเลย แต่เป็นความผิดทางวินัยหรือปกครองที่ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ซึ่งมีคำสั่งเป็นวิทยุสั่งการของ ผบ.ตร.ลงวันที่ 22 มิ.ย. 2560  และตนมองว่าคำสั่งนี้จะยิ่งสร้างความวุ่นวาย แตกแยกในสังคมเพิ่มมากขึ้นต่อไปผู้ต้องหาต่าง ๆที่ได้รับการประกันตัวจะคบหาสมาคม พูดคุยพบปะกับตำรวจไม่ได้เลย และในกรณีที่นักการเมือง ฯที่ตกเป็นผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวมีนายตำรวจระดับบิ๊ก ๆ ร่วมถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก ก็จะต้องมีความผิดไปด้วยหรือไม่ “ที่สำคัญตำรวจและข้าราชการระดับสูงและทุกระดับที่ถ่ายรูปกับบุคคลในคณะ คสช.ก็จะต้องมีความผิดทั้งหมด เพราะการปฏิบัติรัฐประหารถือเป็นการทำผิดกฎหมายร้ายแรงที่สุด ซึ่งวันนี้อาจจะไม่มีความผิดเพราะ คสช.อยู่ในอำนาจแต่ในวันที่ คสช.หมดอำนาจ จะมีการขุดเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาดำเนินการเรื่องนี้จะกลายเป็นปัญหาในสังคมโดยจะสร้างความแตกแยกในสังคมรุนแรง แล้วสังคมจะสงบสุขได้อย่างไรนายธนาชัย กล่าวในที่สุด.

วุ่นไม่จบไม่สิ้น!! “เจ๊ดา” เจ้าของร้านอีสานบ้านสวนยัน 2 ตำรวจไม่เกี่ยวข้องการจัดเลี้ยงคณะ “เสก โลโซ” ด้านนักฏหมายชี้คำสั่งฯ ทำสังคมแตกแยก

ภาพ/ ศูนย์ข่าวนคร 24 ชั่วโมง สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช

ภาพ/ข่าว นรศักดิ์  สานุจิตต์   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค   สำนักข่าวทีนิวส์   จ.นครศรีธรรมราช