เอาไงดีหว่า!? จากตลาดกลางร่มแบกะดิน เติบโตเป็นลานค้าชุมชน ถูกชักชวนเข้าโครงการตลาดประชารัฐ สุดท้ายเจอเรียกเก็บภาษี ครวญเหมือนถูกหลอก..!??

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่ 7 ม.ค. 2561 นายสุนทร  มัจฉิม อายุ 77 ปี และ นายเสริญ พิลึก อายุ 64 ปี  ทั้งคู่เป็นกรรมการตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้บ้านสระยายชี ต.เนินปอ อ.สามง่าม จ.พิจิตร  ร้องทุกข์และเล่าถึงความทุกข์ที่เกิดขึ้นของบรรดาชาวบ้านและแม่ค้าที่มาขายของ ณ ตลาดประชารัฐ บ้านสระยายชี โดยเล่าว่าตลาดแห่งนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ.2546 ซึ่งสมัยนั้นก็เป็นลานดินไม่มีอาคารใดๆ แต่เป็นจุดนัดพบซื้อขายสินค้าของชาวบ้าน จากนั้นคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์บ้านสระยายชี จึงเห็นความสำคัญของพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากตั้งอยู่กลางหมู่บ้านจึงนำเงินดอกผล10%ที่สะสมมาจากกำไรจากกลุ่มออมทรัพย์ได้เงิน 8 แสนกว่าบาท จึงนำไปซื้อที่ดินจำนวน 2ไร่ 1 งาน 44 ตารางวา  วิถีชีวิตคนชนบทก็เก็บพืชผักสวนครัวที่อยู่ริมรั้วบ้านหรืออยู่บนหัวคันนานำมามัดเป็นกำ ทำเป็นกองปูผ้ายางแบขายกับดินมีเพียงร่มกางเพื่อกันแดดกันฝน คณะกรรมการหมู่บ้านก็ขอเก็บค่าบริการเพื่อจัดเก็บขยะ ติดตั้งระบบไปแสงสว่าง โดยเก็บค่าแผงรายละ 10-30 บาท  ขึ้นอยู่ที่ขนาดของการใช้พื้นที่ รวมถึงร้านเล็ก-ร้านใหญ่ ต่อมาปี 2554 เริ่มมีเงินสะสมจึงได้ทำเป็นหลังคาหน้าจั่วมุงด้วยเมทัลชีทมีความเป็นมาตรฐานกันแดดกันฝนได้ดีขึ้น ส่วนพื้นจากที่เคยเป็นลานดินก็ทำการเทปูน บรรดาร้านค้าก็พึงพอใจ โดยตลาดแห่งนี้เป็นตลาดเช้า-เย็น ที่มีแม่ค้าขายประจำอยู่ประมาณ 15-20 ร้าน แต่ละวันก็เก็บค่าแผงร้านค้าได้ประมาณ 300-500 บาท ส่วนวันพุธและวันเสาร์ก็ทำเป็นตลาดนัดมีแม่ค้าประจำ มีชาวบ้านที่เก็บพืชผักสวนครัวและทำกับข้าวแกงถุงรวมถึงอื่นๆมาวางขาย ซึ่งก็มีประมาณ 40-50 ร้านค้า คณะกรรมการของตลาดก็ยังคงเก็บค่าแผงรายละ 10-30 บาท เหมือนเดิม โดยเงินที่ได้ก็นำไปจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าพนักงานทำความสะอาดตลาด-ค่ากำจัดขยะที่ต้องบริหารจัดการช่วยตัวเอง เนื่องจากเทศบาลตำบลเนินปอไม่มีรถเก็บขยะในตลาดหรือในชุมชนไม่มีถังขยะ ดังนั้นทุกคนจึงต้องช่วยตนเอง นี่คือการบริหารจัดการลานค้าชุมชนบ้านสระยายชีที่เข้มแข็งด้วยพลังชาวบ้าน..ต่อมาเมื่อปลายปี 2560 รัฐบาลประกาศ ทำโครงการตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้ป่าวประกาศประชาสัมพันธ์ว่า เพื่อเป็นการพัฒนาต่อยอด ตลาดและร้านค้าชุมชนให้มีมาตรฐานเป็นตลาดน่าซื้อ น่าชม ยกระดับให้เป็นตลาดประชารัฐ เกษตรกรหรือชาวบ้านใครที่อยากทำมาค้าขายให้ไปลงทะเบียนที่ศูนย์ดำรงธรรมของอำเภอ ของจังหวัด เพื่อรัฐบาลจะได้จัดสวัสดิการให้มีที่ทำมาหากิน...ลานค้าชุมชนบ้านสระยายชีจึงถูกชักชวนให้เข้าโครงการตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้ แต่ถึงทุกวันนี้กลับยิ้มไม่ออก

เอาไงดีหว่า!? จากตลาดกลางร่มแบกะดิน เติบโตเป็นลานค้าชุมชน ถูกชักชวนเข้าโครงการตลาดประชารัฐ สุดท้ายเจอเรียกเก็บภาษี ครวญเหมือนถูกหลอก..!??

เอาไงดีหว่า!? จากตลาดกลางร่มแบกะดิน เติบโตเป็นลานค้าชุมชน ถูกชักชวนเข้าโครงการตลาดประชารัฐ สุดท้ายเจอเรียกเก็บภาษี ครวญเหมือนถูกหลอก..!??

นายสุนทร  มัจฉิม และ นายเสริญ พิลึก กรรมการตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้บ้านสระยายชี ต.เนินปอ อ.สามง่าม จ.พิจิตร  เล่าให้ฟังถึงเหตุผลที่ยิ้มไม่ออกแต่อยากจะร้องไห้มากกว่า เหตุผลเพราะจู่ๆก็ได้รับหนังสือจากเทศบาลตำบลเนินปอ ว่าขอให้ไปเสียภาษีย้อนหลัง 2 ปี คือ โดยให้ไปเสียภาษีปี 2559 และ ปี 2560 ประมาณ 3 หมื่นบาทเศษ โดยจะขอเก็บประเภททรัพย์สิน คือ

1.โรงเรือนคอนกรีตเสริมเหล็กพื้นที่ 240 ตารางเมตร เก็บค่าเช่ามาตรฐานกลาง ตารางเมตรละ 9 บาทต่อเดือน x 12 เดือน รวมเป็นเงิน 25,920 บาท ( ซึ่งเป็นอาคารของตลาด )

2.ตู้หยอดน้ำ พื้นที่ 1.8 ตารางเมตร เก็บค่าเช่ามาตรฐานกลาง ตารางเมตรละ 9 บาทต่อเดือน x 12 เดือน รวมเป็นเงิน 194.40 บาท

3.โรงเรือนคอนกรีตเสริมเหล็กพื้นที่ 384 ตารางเมตร เก็บค่าเช่ามาตรฐานกลาง ตารางเมตรละ 9 บาทต่อเดือน x 12 เดือน รวมเป็นเงิน 41,472 บาท ( ซึ่งเป็นอาคารเพิงหมาแหงน )

4.โรงเรือนคอนกรีตเสริมเหล็กพื้นที่ 288 ตารางเมตร เก็บค่าเช่ามาตรฐานกลาง ตารางเมตรละ 9 บาทต่อเดือน x 12 เดือน รวมเป็นเงิน 31,104 บาท  ( ซึ่งเป็นชายคาของตลาด )

5.อาคารเก็บขยะพื้นที่ 5.95 ตารางเมตร เก็บค่าเช่ามาตรฐานกลาง ตารางเมตรละ 9 บาทต่อเดือน x 12 เดือน รวมเป็นเงิน 642.60 บาท

6.อาคารห้องน้ำ พื้นที่ 12.5 ตารางเมตร เก็บค่าเช่ามาตรฐานกลาง ตารางเมตรละ 9 บาทต่อเดือน x 12 เดือน รวมเป็นเงิน 1,350 บาท ( ซึ่งเป็นห้องน้ำของตลาดที่ให้บริการฟรี )

7.ลานคอนกรีตเสริมเหล็กพื้นที่ 240 ตารางเมตร เก็บค่าเช่ามาตรฐานกลาง ตารางเมตรละ 1 บาทต่อเดือน x 12 เดือน รวมเป็นเงิน 2,880 บาท ( ซึ่งเป็นลานที่จอดรถของผู้มาใช้บริการและใช้ประโยชน์อื่นๆ )

8.ลานดินพื้นที่ 320 ตารางเมตร เก็บค่าเช่ามาตรฐานกลาง ตารางเมตรละ 1 บาทต่อเดือน x 12 เดือน รวมเป็นเงิน 3,840 บาท ( ซึ่งเป็นพื้นที่ให้ชาวบ้านที่นำสินค้าใส่กระบุงหาบคอนมานั่งขายแบบกลางร่ม )

เอาไงดีหว่า!? จากตลาดกลางร่มแบกะดิน เติบโตเป็นลานค้าชุมชน ถูกชักชวนเข้าโครงการตลาดประชารัฐ สุดท้ายเจอเรียกเก็บภาษี ครวญเหมือนถูกหลอก..!??

เอาไงดีหว่า!? จากตลาดกลางร่มแบกะดิน เติบโตเป็นลานค้าชุมชน ถูกชักชวนเข้าโครงการตลาดประชารัฐ สุดท้ายเจอเรียกเก็บภาษี ครวญเหมือนถูกหลอก..!??

นายสุนทร  และ นายเสริญ กรรมการตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้ เล่าให้ฟังต่ออีกว่า หลังจากที่โดนเรียกเก็บภาษีจากเทศบาลตำบลเนินปอก็รู้ดีว่าภาษีไม่มีใครหนีพ้นแต่มีความรู้สึกว่า เหมือนถูกหลอกทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ลานค้าชุมชนก็ทำมาค้าขายแบบวิถีชีวิตชาวบ้าน แต่พอมาเป็นตลาดประชารัฐกลับถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง 2 ปี ซึ่งทางออกของคณะกรรมการตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้ แต่เรื่องจริงคือกำลังจะร้องไห้ กำลังคิดว่าจากที่เคยเก็บค่าแผงแม่ค้า 10-30 บาท โดยไม่ได้หวังกำไรและไม่ได้สะสมเงินไว้เพื่อจ่ายภาษี เพราะได้เงินมาเท่าไหร่ก็เอามาปรับปรุงตลาดจนหมด บทสรุปก็คือจะต้องผลักภาระไปที่แม่ค้า ซึ่งอาจจะต้องเก็บค่าเช่าแผงเพิ่มขึ้นจาก 10-30 บาท เป็น 30-50 บาท ส่วนแม่ค้าจะไปผลักภาระให้ผู้บริโภคต่อหรือไม่ขึ้นราคาสินค้ามากน้อยเพียงใดก็คงต้องขึ้นอยู่ที่การบริหารจัดการตัวเอง แต่ที่แน่ๆชาวบ้านและกรรมการตลาดประชารัฐมีความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงอยากออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลและท้องถิ่นทบทวนเรื่องการจัดเก็บภาษีที่ไม่เว้นแม้แต่ห้องสุขาที่บริการประชาชนฟรี

เอาไงดีหว่า!? จากตลาดกลางร่มแบกะดิน เติบโตเป็นลานค้าชุมชน ถูกชักชวนเข้าโครงการตลาดประชารัฐ สุดท้ายเจอเรียกเก็บภาษี ครวญเหมือนถูกหลอก..!??

เอาไงดีหว่า!? จากตลาดกลางร่มแบกะดิน เติบโตเป็นลานค้าชุมชน ถูกชักชวนเข้าโครงการตลาดประชารัฐ สุดท้ายเจอเรียกเก็บภาษี ครวญเหมือนถูกหลอก..!??

สิทธิพจน์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พิจิตร