- 07 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ 7 ธ.ค.2560 นายจารึก เหล่าประเสริฐ ปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการพิจาณาการให้สัญชาติไทยและกำหนดสถานะบุคคลตามกฎหมาย ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศ เรื่องการสั่งให้คนไทยที่เกิดในราชอาณาจักรและไม่ได้สัญชาติไทย โดยมีบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว และการให้สัญชาติไทยเป็นการเฉพาะราย ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 ตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2559 โดยมี ตำรวจ ทหาร ตชด.ครู นักเรียน นักศึกษา และผู้เกี่ยวข้องใน อำเภอแม่สะเรียง อ.สบเมย อ.แม่ลาน้อย จำนวน 150 คนเข้าร่วมรับการอบรมการพิจารณา ณ ห้องประชุม โรงเรียนแม่สะเรียง บริพัตรศึกษา ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
โดยนายไสว เจริญศรี จ่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีบุคคลที่มีคุณสมบัติได้สัญชาติไทยตามประกาศดังกล่าวจำนวนมากกว่า 30,000 คน ซึ่งในรอบปีงบประมาณที่ผ่านมา สำนักทะเบียนอำเภอแต่ละแห่งได้พยายามเร่งรัดการลงรายการสัญชาติไทยมาอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากมีกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก ประกอบกับข้อจำกัดทางกำลังพลเจ้าหน้าที่ภาครัฐมีน้อย จึงทำให้ผู้ที่ยังไม่ได้รับการพิจารณาอีกกว่า 20,000 ราย ดังนั้นเพื่อให้การเร่งรัด การพิจารณากำหนดสถานะ และการลงรายการสัญชาติไทยของบุคคลตามกฎหมายเกิดประสิทธิภาพจึงได้จัดโครงการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการพิจารณาให้สัญชาติไทยและการกำหนดสถานะบุคคลตามกฎหมายขึ้น เพื่อเร่งรัดให้แก่ผู้มีคุณสมบัติ โดยได้คัดเลือก ครู นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจเข้ามาเป็นอาสาสมัคร ช่วยเหลือทางราชการสนับสนุนช่วยเหลือนายทะเบียนอำเภอในการคัดกรองคุณสมบัติบุคคลและการรวบรวมเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำร้อง
ด้านนายสันติพงษ์ มูลฟอง (พี่หลวง)ประธานองค์กรพัฒนาเอกชนแม่ฮ่องสอนและมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล ซึ่งเป็นนักต่อสู้เรื่องสิทธิของคนไร้สัญชาติในภาคเหนือ เผยว่าสถานการณ์ของคนไร้สัญชาติกับปัญหาสุขภาพเป็นปัญหาที่หนักมากขึ้นทุกวัน คนไร้สัญชาติไม่ได้มีหลักประกันเรื่องสุขภาพรับรองเลย ทุกวันนี้อาศัยหลักมนุษยธรรมของแต่ละคนที่พยายามช่วยเหลือกันซึ่งมันสำคัญเพราะเป็นเรื่องหลักของชีวิตทุกคนไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ จะต้องมีเจ็บไข้ได้ป่วย ซึ่งถ้าเขามีบัตรรับรองสถานะเป็นบุคคลตามกฎหมาย ก็จะทำให้ได้รับสิทธิต่างๆในด้านการดูแลสุขภาพและรักษาโรค และปีนี้จะทำประเด็นสุขภาพของคนไร้รัฐ จะเชิญคนอื่นๆที่เกี่ยวข้องมาหาทางออกร่วมกัน คนปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ และจะเชิญเจ้าหน้าที่ของ UNHCR มาร่วมด้วยเพื่อจะทำให้สังคมเห็นว่า ขนาดคนนอกยังคอยดูแล คนไทยกลับไม่ดูแลคนที่เกิดบนผืนแผ่นดินเดียวกัน เราพยายามจะชี้ให้เห็นไกลกว่านั้น เพราะเอาเข้าจริงถ้าไม่ช่วยกันควบคุมดูแลความป่วยไข้เหล่านี้ ก็กลายเป็นโรคระบาดได้ เพื่อทำให้สังคมไทยตระหนักและเข้าใจปัญหานี้มากขึ้น
ภาพ/ข่าว ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ สำนักข่าวทีนิวส์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.แม่ฮ่องสอน
