- 08 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561 เวลา 07.00 น.คุณทิพวรรณ ม่วงภู่ อายุ 29 ปี ชาว อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เปิดเผยเหตุการณ์ขณะเธอและลูกสาวกำลังไปหาซื้อรองเท้าในตลาดสดอำเภอหนองฉาง ได้มีผู้หญิงคนแรกทำทีมาถามเธอว่าเห็นกระเป๋าสตางค์ที่ทำหล่นหายหรือไม่ แล้วเดินจากไป จากนั้นก็มีผู้หญิงคนที่สองเข้ามาทำทีพูดกับเธอเชิงเป็นพยานว่า เขาเห็นว่าเธอไม่ได้เก็บกระเป๋าได้ จากนั้นมีผู้หญิงคนที่สามบอกว่าเก็บกระเป๋าสตางค์ได้ และบอกว่าในกระเป๋ามีของหลายอย่างและทองคำ พร้อมชักชวนทั้ง 3 คน ทำทีจะนำไปคืนแก่เจ้าของคนทำหายแต่ไม่พบ จึงแสดงความเห็นต้องการนำสิ่งของและทองที่เก็บได้แบ่งกัน
แม้คุณทิพวรรณ จะปฏิเสธ แต่ผู้หญิงคนที่สองก็พยายามหว่านล้อมว่าจะต้องอยู่เป็นพยานและมีส่วนร่วม โดยผู้หญิงคนที่สามจะรับซื้อทองไว้เอง แต่ขอไปเอาเงินที่บ้าน พร้อมถอดสร้อยคอทองคำของเขาใส่ถุงไว้เป็นประกัน และคะยั้นคะยอให้เธอถอดสร้อยไว้เป็นประกันเช่นกันและจะให้เธอถือประเป๋าไว้ เธอบอกว่าไม่รู้ตัวว่ายอมถอดสร้อยให้ไปได้อย่างไร จากนั้นหญิงคนที่สามก็ส่งห่อของให้เธอ 1ห่อ แล้วพากันเดินข้ามถนนไปกับหญิงคนที่สองอ้างจะไปนำเงินมาจ่ายส่วนแบ่ง
พอได้สติ เธอจึงวิ่งตามไปก็ไม่ทันแล้ว คนร้าย ที่คาดว่ามี 4 คน คือผู้ชายอีกหนึ่งคนที่เข้ามาระหว่างพูดคุย ถามผู้หญิงคนที่สามใสเสื้อลายว่าเจ้ เปิดร้านหรือยัง ซึ่งผู้หญิงตอบว่ายัง จากนั้นผู้ชายก็เดินจากไป ได้เดินหายไปอย่างรวดเร็ว จึงไปขอดูกล้องวงจรปิดของกำนันตำบลหนองฉาง และ ได้เข้าแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรหนองฉาง แล้ว สรุปความเสียหายครั้งนี้ คือ สร้อยคอทองคำหนักสองบาทพร้อมพระเลี่ยมทอง รวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท พร้อมฝากเป็นอุทาหรณ์แก่ประชาชนทั่วไปให้ระวังการคุยกับคนแปลกหน้า
ภาพ/ข่าว นันทศักดิ์ วัฒนพานิช ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดอุทัยธานี
