- 08 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ชาวบ้านกว่า 20,000 คน จาก 7 หมุ่บ้าน 2 ตำบล ในเขตพื้นที่ อ.เมืองศรีสะเกษ ได้รวมตัวกันเรียกร้องขอที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย เนื่องจากมีที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินอยู่ในเขตพื้นที่สาธารณะประโยชน์โนนป่ายาง พื้นที่ 4,125 ไร่ มานานหลายชั่วยุคนแล้ว แต่ทางราชการได้ออกกฎหมายการเอาที่ดินบริเวณดังกล่าวไปเป็นที่สาธารณะประโยชน์ เป็นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ โดยที่ไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะมีชาวบ้านอยู่อาศัยจำนวนมาก ซึ่งชาวบ้านได้ร่วมกันลงชื่อเพื่อคัดค้านเรื่องนี้ ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 11 ชุมชนโนนสำราญ ต.หญ้าปล้อง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของนางทองคำ ไชยชาญ อายุ 74 ปี แกนนำชาวบ้านที่เรียกร้องที่ดินทำกิน โดยนางทองคำกำลังรวบรวมเอกสารหลักฐานที่มีอยู่จำนวนหลายแฟ้ม เพื่อทำการเรียบเรียงให้เป็นหมวดหมู่ ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มแรก นับตั้งแต่ครอบครัว ญาติพี่น้อง และชาวบ้านกว่า 20,000 คน ที่ได้มาอาศัยอยู่บริเวณโนนป่ายาง ตั้งแต่ปี 2462 พร้อมทั้งเร่งจัดทำรายงานการประชุมที่เป็นมติของชาวบ้านทั้งหมด ขอเรียกร้องโฉนดในที่ดินที่พวกตนอยู่อาศัยมานานกว่า 100 ปีแล้ว
นางทองคำ กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้รวบรวมเอกสารต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งได้รวบรวมรายชื่อชาวบ้านทั้งหมดที่อยู่ในเขตโนนป่ายาง เพื่อจะได้ส่งตัวแทนของชาวบ้านทั้งหมดไปเสนอเรื่องให้กับ นายธวัช สุระบาล ผวจ.ศรีสะเกษ เพื่อขอให้พิจารณายกเลิกมติ 2 / 2539 ลงวันที่ 25 มี.ค.2539 ทั้งนี้เนื่องจากมติดังกล่าวเป็นการลงมติที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เนื่องจากว่าชาวบ้านอาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่นี้จำนวนมาก แต่กลับมาลงมติให้บริเวณที่ชาวบ้านอยู่อาศัยเป็นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ในการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของตน เนื่องจากว่าตนต่อสู้เรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับความสนในเหลียวแลจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทำหนังสือไปยังส่วนราชการต่าง ๆ เรื่องก็เงียบหาย ทั้งที่มีเอกสารหลักฐานในการพิจารณาครบถ้วน แต่ไม่ทราบเป็นเพราะเหตุใด ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจึงเพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของประชาชน เป็นไปได้อย่างไร ซึ่งชาวบ้านอยู่กันมา 100 กว่าปีแล้ว แต่มาขีดเส้นบนแผนที่เอาที่ดินบ้านเรือนของชาวบ้านไปเป็นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ตนขอฝากความหวังในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้จาก ผวจ.ศรีสะเกษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีขวัญใจชาวไทยผู้ยากไร้ เพื่อขอให้พิจารณาให้ความช่วยเหลือโดยด่วนแล้ว เพราะหากว่าให้ชาวบ้านกว่า 20,000 คน ออกจากพื้นที่บริเวณนี้ ก็ไม่รู้ว่าชาวบ้านจะไปอยู่ที่ใด เนื่องจากว่าขณะนี้ป่าก็ไม่มีเหลือให้อยู่แล้ว
ชยงค์ มณีพันธุ์เจริญ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ศรีสะเกษ
