พ่อร.9 ยังทรงอยู่ในดวงใจชาวเกษตร!! ปราชญ์สตูลเนรมิตที่ดิน 3 ห้องเลี้ยงชีพได้จริง พร้อมส่งต่อสู่ชุมชน/สังคม..!??

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

พื้นที่เพียงน้อยนิด หากมีการจัดสรรไว้อย่างลงตัว ก็สามารถเพิ่มมูลค่าได้มหาศาล อย่างกรณีของ คุณลุงรัส นายบุญสิน เรืองสุข วัย 54 ปี เปลี่ยนพื้นที่ว่างรอบบ้าน ปลูกผัก ไม้ดอกไม้ประดับ เลี้ยงกบ เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เต็มอัตราพื้นที่ 3 ห้อง หรือประมาณ 1 งาน บริเวณบ้าน สร้างความสุขบนความพอเพียงตามรอยพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 พร้อมต่อยอดโค่นยางพาราบนพื้นที่ 7 ไร่ ปลูกใหม่แต่แซมด้วยพืชเศรษฐกิจอื่นๆด้วย อย่างกาแฟ และการเลี้ยงหมูหลุม ตอนนี้ทำไว้ 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว คาดจะสมบูรณ์เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในปี 2562

ลุงรัส เดินพาชมผลงานความสำเร็จด้วยความภูมิใจ ทั้งการให้ดอกออกผลของพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆ ไปจนถึงความเติมโตของกบ ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงสร้างรายได้ให้ครอบครัว ลุงรัส กล่าวว่า การเลี้ยงกบไม่ยาก ง่ายกว่าการเลี้ยงปลาดุกด้วยซ้ำไป ..ตอนนี้ได้แยกการเลี้ยงเป็น 3 รูปแบบ คือ เลี้ยงในล้อยาง โดยการวางล้อจากซ้อนกัน 3 วง เหมือนตึก 3 ชั้น ตรงพื้นชั้นล่างสุดจะปูพื้นทำท่อสำหรับถ่ายน้ำออก ตรงนี้จะเลี้ยงประมาณ 60 ตัว อีกแบบคือเลี้ยงในท่อซีเมนต์ ประมาณ 100 ตัว และเลี้ยงในบ่อ จุได้เกือบ 400 ตัว ซึ่งภายในบ่อนี้จะเลี้ยงปลาดุกด้วย 20 % ของพื้นที่ โดยปกติกบซึ่งเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำจะไม่อยู่ในน้ำตลอดเวลา จึงจัดโฟมลอยน้ำไว้ให้กบขึ้นมาพัก หลักสำคัญของการเลี้ยงกบจำเป็นต้องคัดแยกไซด์หรือขนาดของกบ และควรให้อาหารเป็นเวลา ย้ำว่าต้องตรงเวลา ไม่งั้นกบจะกินกันเอง สำหรับกบที่เลี้ยงปกติจะให้อาหารวันละ 2 เวลา เช้ากับเย็น เฉลี่ยแล้วเลี้ยงกบ 600 ตัว ให้อาหารวันละ 3 กิโลกรัม ซึ่งอาหารที่ใช้ก็คืออาหารปลาดุก

พ่อร.9 ยังทรงอยู่ในดวงใจชาวเกษตร!! ปราชญ์สตูลเนรมิตที่ดิน 3 ห้องเลี้ยงชีพได้จริง พร้อมส่งต่อสู่ชุมชน/สังคม..!??

สำหรับตลาดก็ถึงว่าดี แม้พื้นที่โดยรอบเป็นชุมชนมุสลิม แต่ตลาดยังมีความต้องการเพราะ คนส่วนใหญ่ไม่นิยมเลี้ยง จะเลือกใช้วิธีหาตามธรรมชาติ ซึ่งบางเวลาก็ไม่มีขณะที่ตลาดต้องการ นี่แหละที่มาในการเลี้ยงกบของลุงรัส

นอกจากกบ ลุงรัส ยังแบ่งพื้นที่เลี้ยงไก่ เลี้ยงรวมกัน 3 สายพันธุ์ ให้ไข่ทุกวัน ส่วนมูลไก่ก็นำไปทำก๊าซใช้แทนก๊าซหุงต้ม ซึ่งวันนี้ภรรยาของลุงรัสยังเจียวไข่ ซึ่งลุงรัสไปเก็บสดๆมาจากเล้า ทอดโดยใช้ไฟจากก๊าซที่ทำไว้ให้ได้ชิมกันสดๆ ระบบวนเวียนยังไม่จบ แค่การนำก๊าซมาใช้เท่านั้น แต่ส่วนที่เหลือจากก๊าซ ลุงยังนำมาใช้รดน้ำผักสวนครัวซึ่งปลูกไว้รอบๆบ้าน ร่วมกับน้ำหมักชีวภาพที่ทำไว้ ทำให้ได้ผักสวยงาม

ลุงรัสบอกว่า ตั้งแต่ทำเกษตรพอเพียงที่บ้านแล้ว ทุกวันนี้ก็ไม่กังวลเรื่องราคาแก๊สหุงต้มราคาสูง หรือราคายางพาราตกต่ำ เพราะทุกวันนี้แทบจะไม่ต้องซื้อกับข้าวเลย มีหมด ไก่ ไข่ ผัก ปลา จะเสียเงินบ้างก็ตอนอยากกินเนื้อวัว หรืออะไรที่ไม่มีในสวนเท่านั้น

พ่อร.9 ยังทรงอยู่ในดวงใจชาวเกษตร!! ปราชญ์สตูลเนรมิตที่ดิน 3 ห้องเลี้ยงชีพได้จริง พร้อมส่งต่อสู่ชุมชน/สังคม..!??
 

นอกจากผลผลิตที่ได้เหลือกินเหลือใช้จากครัวเรือนแล้ว ..ผลผลิตที่มียังมากพอที่จะเป็นรายได้ให้กับครอบครัว ในส่วนของกบ ก็จะขายในราคา100-150 บาท ขนาด 5-6 ตัวโล ส่วนนี้ก็จะขายตัวเป็นๆ หรือจะให้แปรรูปเป็นเมนูผัดเผ็ด ก็จะทำให้ลูกค้า ซึ่งจะได้ราคาสูงขึ้นอีก ส่วนไม้ประดับก็มีลูกค้าเข้ามาหาซื้ออยู่บ่อยๆ ตั้งแต่ราคาต้นละ 50-150 บาท ไม้ผลก็เพาะพันธุ์ไว้หลายชนิด เช่น มะนาว มัลเบอรี่ ขนุน กาแฟ ราคามีตั้งแต่ ต้นละ 35 บาท ไปจนถึงต้นละ 500 บาท ทีเดียว

ความสำเร็จตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง จะไม่สมบูรณ์หากไม่มีการส่งต่อ ...ในส่วนนี้ ลุงรัส นายบุญสิน เรืองสุข บอกว่า ทางสวนเปิดให้คนที่สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ ซึ่งก็มีนักเรียน นักศึกษาเข้ามาเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้แล้ว ก็ยังนำความรู้ตรงนี้ส่งต่อไปยังผู้สนใจด้วยการเป็นวิทยากรให้ความรู้สู่ชุมชน/สังคมตามโครงการต่างๆที่ภาครัฐทำ ก็ทำให้คนที่นึกคิดไม่ออกว่าจะทำอาชีพอะไร ได้พอมีทางออกบ้าง

สำหรับ นายบุญสิน เรืองสุข ได้มีโอกาสทำงานเพื่อสังคมหลายอย่าง โดยได้รับเกียรติให้เป็น ผู้นำสัมมาชีพชุมชน หรือ ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นหมอดินอาสา เป็น อสม. เป็นอาสาปศุสัตว์ และเป็นอาสาพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน(ทสม.)
ไม่ว่าจะทำอะไรหากขาดความสนใจ ความใส่ใจก็จะไปไม่รอด ลุงรัส กล่าวทิ้งท้าย


พ่อร.9 ยังทรงอยู่ในดวงใจชาวเกษตร!! ปราชญ์สตูลเนรมิตที่ดิน 3 ห้องเลี้ยงชีพได้จริง พร้อมส่งต่อสู่ชุมชน/สังคม..!??


ภาพ/ข่าว เอนก  ขันทสิกรรม ผู้สื่อข่าวทีนิวส์ประจำจังหวัดสตูล