- 09 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้(9 ม.ค.61)ผู้สื่อข่าวรายงาน นายธนิต มยูขโชติ นายอำเภอลำดวน จ.สุรินทร์ ได้พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหนองยาง ม.6 ต.ตรำดม อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ เพื่อสำรวจ เกาะติดสภาพชีวิต และความเป็นอยู่ ของสมาชิกกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองยาง โดยที่แรกไปกันที่ สมาชิกอาวุโสของกลุ่มฯ คือคุณยายอุม ยืนยาว อายุ 82ปี พบกำลังนำเส้นไหมขั้นหนึ่งหรือไหมน้อย (ภาษาเขมร เรียก “โซกซัก”) มาใช้ในการทอผ้า ไหมน้อยจะมีลักษณะเป็นผ้าไหมเส้นเล็ก เรียบ นิ่ม เวลาสวมใส่จะรู้สึกเย็นสบาย การทอผ้าไหมของกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองยาง มีกรรมวิธีการทอที่สลับซับซ้อน และเป็นกรรมวิธีที่ยาก ซึ่งต้องใช้ความสามารถและความชำนาญจริง เช่น การทอผ้ามัดหมี่พร้อมยกดอกไปในตัว ทำให้ผ้าไหมที่ได้เป็นผ้าเนื้อแน่นมีคุณค่า และมีการทอที่เดียวใบประเทศไทย ที่บ้านหนองยาง จนเป็นที่สนพระทัยและเป็นที่ชื่นชอบของสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ทรงรับสั่งว่า ใส่แล้วเย็นสบาย อีกทั้งยังใช้ฝีมือในการทออีกด้วย
โดยเฉพาะ “ผ้าไหมลายราชวัตร” เริ่มตั้งแต่ผู้คนในหมู่บ้านบ้านหนองยาง จะปลูกหม่อนเลี้ยงไหมภายในหมู่บ้านแทบทุกหลังคาเรือน เมื่อว่างเว้นจากการทำนำ ก็จะเอาเวลามา ทอผ้า โดยคนในชุมชนได้นำภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่ได้เรียนรู้กันมา มาทอผ้าโดยการนำลายจากอดีตโบราณ มาประยุกต์ใช้ให้ทันสมัย เข้ากับปัจจุบัน จุดเด่นของที่นี่คือ ผ้ามัดหมี่ลายราชวัตร หนึ่งเดียวในโลก ที่นี่ที่เดียว
ลักษณะเด่นของผ้าไหมกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองยาง จะมีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ โดยได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากกัมพูชา และลวดลายที่บรรจงประดิษฐ์ขึ้นล้วนมีที่มาและมีความหมายอันเป็นมงคล เช่น รูปช้าง รูปไก่ และล่าสุดรูปนกฟีนิกซ์ ที่กำลังได้รับความนิยม จากลูกค้าทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ออร์เดอร์สั่งข้ามปี ผลิตแทบไม่ทันขาย ผ่านแอปพลิเคชั่น LINE และโซเซียลมีเดีย เฟสบุ๊ก นิยมใช้ไหมน้อยในการทอ ซึ่งไหมน้อยคือไหมที่สาวมาจากเส้นใยภายในรังไหม มีลักษณะนุ่ม เรียบ เงางาม นิยมใช้สีธรรมชาติในการทอ ทำให้มีสีไม่ฉูดฉาด มีสีสันที่มีลักษณะเฉพาะ คือ สีจะออกโทนสีขรึม เช่นน้ำตาล แดง เขียว ดำ เหลือง อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมจากเปลือกไม้ และใช้ฝีมือการทอ จะทอแน่นมีความละเอียดอ่อนในการทอและประณีต รู้จักผสมผสานลวดลายต่าง ๆ เข้าด้วยกัน แสดงถึงศิลปที่สวยงามกว่าปกติ ซึ่งแต่เดิมนั้นการทอผ้าไหมของชาวบ้านทำเพื่อไว้ใช้เอง และสวมใส่ในงานทำบุญและงานพิธีต่างๆ การทอจะทำหลังจากสิ้นสุดฤดูกาลทำนาซึ่งเป็นอาชีพหลัก มิได้มีการทอเพื่อจำหน่ายแต่อย่างใด จนมีคำกล่าวทั่วไปว่า “พอหมดหน้านา ผู้หญิงทอผ้า ผู้ชายตีเหล็ก”
นางอุราพร รัตนวงศ์ทอง อายุ 53 ปี ประธานกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองยาง ต.ตรำดม อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ กล่าวว่า กลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองยาง เป็นหมู่บ้านเดียวใน อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ ที่ยังคงอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษที่ทำสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน คือ ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สาวไหม ทอผ้า แบบโบราณ เองโดยวิธีการธรรมชาติ สมาชิกเริ่มแรกมีประมาณ 21 คน ปัจจุบันที่ทำอยู่จริงประมาณ 10 กว่าคน แต่ก็ยังมีอีกหลายๆกลุ่มเหมือนกันที่รวมตัวกันทอผ้าไหม ลายเอกลักษณ์ของจ.สุรินทร์ จริงๆคือ ลายอันปรม ลายโฮล แต่ตอนนี้มีการประยุกต์ให้ทันสมัย เป็นลายรูปนกฟีนิกซ์ ลายรูปนกยูง เน้นสีธรรมชาติ ผ้าโสร่ง ผ้าขาวม้า
เป็นอาชีพเสริมหลังฤดูการทำนา คนเฒ่า คนแก่ ก็จะมาช่วยลูกหลายสาวไหม หรือ ปั่นไหม หากสนใจผลิตภัณฑ์ของกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองยาง สามารถโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ นางอุราพร รัตนวงศ์ทอง ประธานกลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองยาง หมายเลข 086-1202115
ด้าน นายธนิต มยูขโชติ นายอำเภอลำดวน กล่าวว่า วันนี้เราพามาที่ บ้านหนองยาง ม.6 ต.ตรำดม อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้ มีเอกลักษณ์ หนึ่งเดียวในโลกคือการทำ “ผ้าไหมลายราชวัตร”ชาวบ้านได้พากันปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ทอเส้นไหมเอง แล้วมาดำเนินการทอเป็นเส้น เป็นผ้าไหม เป็นผืน ทำมือทุกขั้นตอน โดยจะมีลวดลายแปลกๆใหม่ๆ ซึ่งทางกลุ่มแห่งนี้ไปศึกษา แลกเปลี่ยนระหว่างกลุ่มทอผ้าไหมต่างๆในเครือข่ายกัน และหน่วยงานราชการ ได้มีสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอลำดวนเข้ามา ส่งเสริม และให้การสนับสนุน นำผ้าไปทดสอบ เพื่อให้ได้มาตรฐาน ปีแรกที่กลุ่มทอผ้าไหมบ้านหนองยางเข้าไปได้ มาตรฐาน OTOP ระดับ 4 ดาว ได้รับการเชิญให้ไปออกบู๊ธจำหน่าย ยังจังหวัดต่างๆทั่วประเทศไทย และกรุงเทพฯ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน เสริมรายได้ให้กับชุมชน หลังฤดูกาลทำนา ของดีวิถีลำดวน คือ ผ้าไหม ตนได้ดำเนินการส่งเสริมทั้ง 5 ตำบล นอกจากตำบลตรำดมแล้ว ยังมีตำบลอู่โลก ตำบลลำดวน ตำบลโชกเหนือ และตำบลต่างๆพี่น้องชาวบ้านได้ดำเนินการในเรื่อง ทอผ้าไหมหลังฤดูการทำนา หลังเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ทุกพื้นที่เป็นรายได้เสริม
ภาพ/ข่าว ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
