- 10 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 9 ม.ค.61 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำ จ.สุรินทร์ว่า ได้รับแจ้งจาก นายสิทธิชัย นามทอง กำนันตำบลหัวงัว อ.สนม จ.สุรินทร์ ว่า มีแก๊งต้มตุ๋น หลอกลวง ออกอาละวาด หลอกคนในหมู่บ้านหัวงัว หมู่ที่ 8 ต.หัวงัว อ.สนม จ.สุรินทร์ โดยหลอกให้เปิดสลาก ถ้าเปิดเจอของรางวัลห้ามคืนต้องซื้อเท่านั้น แถมซื้อในราคาที่เกินจริงมาก คุณตาวัย 82 ปี ยังไม่เว้น ถูกจับฉลากแลกของรางวัล ได้ สบู่ 2 ก้อน และนาฬิกา 1 เรือน ก็บังคับต้องจ่ายเป็นเงินสด 2,500 บาท แต่คุณตาไม่มีควักทั้งกระเป๋าจนเกลี้ยงมีแค่ 1,200 บาท จากการตรวจสอบไปยังที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหัวงัว ได้พบกับ นางวงเดือน พันธ์มณี ผู้ใหญ่บ้านหัวงัว เปิดเผยว่า ชาวบ้านที่ตกเป็นเหยื่อและโดนหลอกสูญเงิน คือ คุณตากันหา ชมชื่น อายุ 82 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95 บ้านหัวงัว หลังรู้ตัวว่า โดนแก๊งค์ตุ้มตุ๋นหลอกลวง นางสาวนวลใย ชมชื่น ได้รีบวิ่งมาแจ้งให้ตนในฐานะผู้ใหญ่บ้านทราบ
คุณตากันหา ชมชื่น อายุ 82 ปี เปิดเผยว่า บ้านอยู่ห่างไกลจากชุมชนและหมู่บ้าน พอสมควร ขณะที่กำลังนอนเล่นอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านเพียงลำพัง ส่วนนายเดช เละเครือ ลูกเขย ทำงานอยู่หลังบ้าน เมื่อเวลาประมาณ 15.20 น. ได้มีรถยนต์กระบะ สีขาว ยี่ห้อโตโยต้า จำหมายเลขทะเบียนและหมวดจังหวัดไม่ได้ วิ่งและเลี้ยวเข้ามาภายในบ้าน ตอนแรกนึกว่าเป็นลูกชาย แต่สักพักได้มีผู้หญิงจำนวน 2 คน รูปร่าง อวบๆ ผมยาวประบ่า และมีผู้ชายอีก 1 คน เป็นคนขับรถยนต์คันดังกล่าว โดยผู้หญิงเดินเข้ามาหาตน และบอกให้จับฉลากฟรีได้รางวัลไม่เสียตังค์ แม้แต่บาทเดียว
ตนจับฉลากไปสองอันปรากฏว่า ไม่ได้รางวัลอะไรเลย สักพักผู้หญิงคนนั้นก็บอกว่า “นี่..ตาได้นาฬิกา แต่คุณตาต้องเสียเงิน 2,500 บาทนะ” แล้วเดินไปบอกผู้ชายที่อยู่ในรถยนต์กระบะ ให้เอานาฬิกามาให้ ตนก็เถียงจับสลากไม่ได้อะไร แต่ผู้หญิงก็ยืนยันเสียงแข็ง ว่าตนเองได้รางวัลใหญ่เป็นนาฬิกาเรือนทอง ส่วนลูกเขย ที่อยู่หลังบ้าน ก็โดนผู้หญิง ในแก๊งเดียวกันประกบ พูดจาลักษณะถามว่า “มีคนมาขายสบู่ไหม” จนลูกเขยเอะใจ รีบเดินออกมาหาตนเอง จึงพอทราบว่า ตนถูกหลอกให้จับฉลาก พอได้รางวัลเป็นนาฬิกา เรือนทอง ต้องเสียเงิน 2,500 บาท
แต่ปรากฏว่า ลูกเขยไม่ยอมจ่ายเงินให้ เพราะเห็นว่า นาฬิกาเรือนดังกล่าว มีราคาเพียง 100 กว่าบาท จนได้มีปากเสียงกับแก๊งต้มตุ๋นอย่างรุนแรง จากนั้น ลูกเขย ได้บอกกับตนว่า อย่าพึ่งจ่ายเงิน เดียวจะบอกภรรยา ซึ่งเป็นลูกสาวของตนเอง ก่อนพากันไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ระหว่างไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน เวลาไม่ถึง 10 นาที ลูกเขย กลับมาบ้านพร้อมกับภรรยา และนายสมนึก พิมพ์ลา สารวัตรกำนัน ต.หัวงัว ปรากฏว่า แก๊งต้มตุ๋นก็ไม่อยู่แล้ว
ภาพ/ข่าว สมศักดิ์ ตระกูลสุข ทีมข่าวสุรินทร์นิวส์
เรียบเรียง ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
