- 10 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้(10 ม.ค.61)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ “สุรินทร์นิวส์”ได้โพสต์ภาพนิ่ง คลิปวีดีโอ และข้อความ ระบุว่า “ช่วยกันแชร์ วนๆไป ให้ถึง ลุงตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นี่แหละ ชาวบ้าน ฟ้องด้วยภาพ!! เดี๋ยวรู้กัน!! ................?? หน้าโรงเรียนบ้านโดนโอก ถนนสุรินทร์-ปราสาท ชาวบ้านงง เป็นไก่ตาแตก” ทำให้สังคมโซเซียลมีเดียกระหน่ำแชร์ และมีการเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก
ซึ่งภาพดังกล่าว เป็นการก่อสร้าง แผงกั้น เกาะกลางถนน บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านโดนโอก ต.นาบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์ กม.17 ถนนสุรินทร์-ปราสาท ปรากฏภาพที่ชาวบ้าน ต่างพากันสงสัย และวิพากษ์ วิจารณ์ไปต่างๆนานา จากกรณีที่ ทางหลวงสุรินทร์ นำแผงกั้น เก่าๆ ป้ายจราจร ที่มีสภาพพังชำรุด มาปรับปรุง ซ่อมแซ่มทำใหม่ จึงอยากให้ สื่อมวลชน สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อคลายความขับข้องใจ ทั้งนี้ ชาวบ้านโดนโอก เคยร้องเรียนผ่านสื่อมาหลายหน เรื่องการก่อสร้างเกาะกลางถนน ขนาดใหญ่ ปิดกั้น สี่แยกเก่าแก่ของหมู่บ้าน ต้องขับรถไปยูเทินส์ไกลกว่า 3 ก.ม. และไฟฟ้าส่องสว่างมีเพียงด้านเดียว ฝั่งโรงงานเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งเท่านั้น ขณะที่ชาวบ้านผู้ใช้รถ ใช้ถนน ประสบอุบัติเหตุ เสี่ยงตายรายวัน และชาวบ้านเชื่อว่า มีการชีวิตรายวัน สืบเนื่องมาจากการปิดสี่แยกโบราณเก่าแก่หลายร้อยปี
ผู้สื่อข่าวรุดเดินทางไปที่ สำนักงานแขวงการทางสุรินทร์ ขอเข้าพบกับ นายปกรณ์ ศรีปานวงศ์ ผู้อำนวยการแขวงการทางสุรินทร์ เพื่อให้ดูคลิปวีดีโอ ที่ถูกโพสต์ผ่านเพจ “สุรินทร์นิวส์”และสอบถามข้อเท็จ กรณีการใช้เหล็กขอบทาง การปฏิบัติงานโดยไม่การ Safety หน้าบ้านโดนโอก ถนนสุรินทร์-ปราสาท และการพิจารณาจุดกลับใหม่ ตามที่ชาวบ้านร้องเรียนมา
นายปกรณ์ ศรีปานวงศ์ ผู้อำนวยการแขวงการทางสุรินทร์ เปิดเผยว่า งานของกรมทางหลวง มี 2 ประเภท คือ งานจ้างเหมา โดยการใช้งบประมาณแผ่นดิน ต้องใช้ของใหม่ทั้งหมด วัสดุทุกๆชิ้นจะต้องมีการตรวจสอบมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นหิน กากเดล เสาไฟฟ้า หรือทุกสิ่งที่เป็นอุปกรณ์ของการก่อสร้างทาง ต้องถูกทดสอบ ส่วนงานประเภทที่ 2 คือการบำรุงปกติ ซึ่งเป็นการบำรุงทั่วๆหรือว่ามีการร้องขอ และฉุกเฉิน ก็จะเอาวัสดุ อุปกรณ์ ที่มีในแขวงการทางสุรินทร์ ที่ได้จากการเคลื่อนย้าย หรือการส่งมอบของคืนให้แขวงการทางสุรินทร์ เราก็จะเอาอุปกรณ์ตรงนี้ไปนำเดินการไปเบื้องต้นก่อน
กรณีการเปิด เกาะจุด เกาะจุดกลับรถยนต์ ตามหลักวิศวะกรรม ต้องมีระยะห่าง 3 ก.ม.ต่อหนึ่งจุด ส่วนการทำงานของลูกจ้างแขวงการทางสุรินทรืที่ไม่มี ไม่การ Safety ให้กับตนเอง และผู้ใช้รถใช้ถนน ตนจะกำชับ มันเสี่ยงมากๆ ต้องมีจริงๆ ซึ่งตนประชุมทุกๆเดือนก็จะเน้นย้ำเสมอเรื่อง การ Safety เสมอต้องมีกรวย และอุปกรณ์ แจ้งเตือนการทำงาน ทุกอย่างให้ครบ ตนคงไม่มีอะไรที่จะชี้แจงผ่านสื่อ กรณีโซเซียลมีเดีย ลงพาดพิง ก็คงต้องขอโทษพี่น้องประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนน และชาวบ้าน สัญญาว่าจะทำให้ดีขึ้นกว่านี้ หากชาวบ้านชี้แจงว่า เป็นโครงการไหนก็จะลงไปดูแลให้เป็นพิเศษ
ภาพ/ข่าว ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
