- 10 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นายนัฐพงศ์ ธนาพงศ์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 282 ม.11 ต.ควนมะพร้าว อ.เมืองพัทลุง พร้อม ร.ต.ท.ณรงค์ ธนาพงศ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด สภ.ลำปำ อ.เมืองพัทลุง เข้าร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพัทลุง หลังจากไม่ได้รับความเป็นธรรม กรณี ร.ต.ท.ณรงค์ ผู้เป็นพ่อขอโอนอาวุธปืนเป็นชื่อของนายนัฐพงศ์ ฯลูกชาย ถูกเจ้าหน้าที่ของอำเภอเมืองพัทลุง เรียกเงินจำนวน 8,000 บาท
นายนัฐพงศ์ ฯเล่าว่า เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2560 ร.ต.ท.ณรงค์ ฯ ผู้เป็นพ่อได้พาตนไปที่ว่าการอำเภอเมืองพัทลุง เพื่อเขียนคำร้องของโอนอาวุธปืนพกสั้น ชนิดกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม.ให้เป็นชื่อตน ในขณะเดียวกันพ่อได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ว่า กำลังทำรื่องซื้อปืนโครงการสวัสดิการตำรวจอีก 1 กระบอก ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าพ่อมีปืนชนิดเดียวกัน 2 กระบอกไม่ได้ ทางนายทะเบียนจะไม่เซ็นใบคำขอใหม่ให้ เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวจึงแนะนำว่าพ่อต้องโอนปืนกระบอกที่มีอยู่แล้วเป็นชื่อบุคคลอื่นก่อน พ่อจึงโอนปืนให้เป็นชื่อตน
นายนัฐพงศ์ฯยังกล่าวอีกว่า ในขณะที่ตนกำลังเขียนคำร้องอยู่นั้น เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวพูดกับพ่อและตนว่า มันต้องมีค่าดูแลอำเภอหน่อยนะ จำนวน 8,000 บาท ถ้าจ่ายเงินจำนวนนี้แล้วภายใน 7 วันมารับใบ ปง3 ได้เลย แต่ถ้าหากไม่จ่ายก็ต้องรอคิวต่อไป ตนพยายามสอบถามว่ากี่วันจึงจะได้ใบ ป.3 เจ้าหน้าที่ก็ตอบว่าคิวมันยาว อันนี้ก็ไม่ทราบ ในขณะเดียวกันพ่อก็พยายามต่อรองราคา แต่เจ้าหน้าที่ยังตอบว่า ถ้าไม่ได้ 8,000 บาท ก็ตั้งไว้ก่อน ตนก็ย้อนถามกลับไปอีกกว่า ค่าอะไรครับ ของอำเภอที่ต้องดูแล ซึ่งตนไม่ได้คำตอบ เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเดินออกไปพร้อมขับรถออกไปจากอำเภอ
จากนั้นเมื่อประมาณวันที่ 20- 21 พฤศจิกายน 2560 ตนไปตามเรื่องอีกครั้ง เจ้าหน้าที่คนเดิมแจ้งว่า เอการของตนได้เสนอนายไป 2 ครั้งแต่นายยังไม่เซ็น เนื่องจากตนยังไม่มีอาชีพ และตนไม่จ่ายค่าดูแลอำเภอด้วย ตนจึงสอบถามไปว่าการที่ไม่เซ็นอนุมัติ นั้นมีเอกสารตอบรับเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ ว่าเป็นสาเหตุอะไร ตนจึงไม่รับเอกสารคืน ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2561 พ่อไปสอบถามอีกครั้งแต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า พ่อจึงบอกว่า ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ขอเอกสารทั้งหมดคืนมา
นายนัฐพงศ์ ฯยังบอกอีกกว่า ที่ตนเข้าร้องกับศูนย์ดำรงธรรมในครั้งนี้ เพื่อต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขอความเป็นธรรมและให้เป็นกรณีตัวอย่างที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำกับประชาชนผู้เสียภาษี ตนไม่ต้องการกลั่นแกล้งใครทั้งสิ้น อีกทั้งตนยังมีคลิปเสียงที่อักไว้ด้วย
ทางด้านนายกู้เกียรติ วงค์กระพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงกล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนนี้ได้ร่างหนังสือเน้นย้ำไปยังนายอำเภอเมืองพัทลุงไปแล้ว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องนี้แม่จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่จริงก็ตาม แต่ไม่อยากให้เกิดขึ้นในพ้นที่ทั้ง 11 อำเภอ หลังจากดูรายละเอียดของผู้ร้องว่ามีเอกสารหลักฐานอะไรบ้าง ก็จะเร่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ ให้ทางปกครองจังหวัดตั้งคณะกรรมการสอบในเบื้องต้นไปก่อน
ภาพ/ข่าว ลัดดา มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พัทลุง
