- 10 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 10 มกราคม 2561 ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นาย วิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พระสีหราชสมาจารมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา นาย มุรธาธีร์ รักชาติเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นาย จรัสชัย โชคเรืองสุกล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นาย ศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยคณะกรรมการศาลหลักเมือง ผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้เช่าอาคาร และข้าราชการ ภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมกันหารือ เพื่อวางมาตรการแนวทางการดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ศาลหลักเมืองนครราชสีมาและบริเวณโดยรอบ ให้มีความสง่างามสมฐานะเมืองใหญ่อันดับที่ 1 ของภูมิภาค โดยในที่ประชุมมีมติเป็นเบื้องต้นจะให้มีการปรับปรุงพื้นที่ภายในศาลก่อน เนื่องจากยังไม่สามารถขยายพื้นที่ได้ในทันที เพราะพื้นที่ทั้งสองฝั่งมีประชาชนเช่าอยู่กับทางวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร ดังนั้นการที่จะไปขอเวนคืนเอาพื้นที่มาทำเป็นพื้นที่ของศาลหลักเมือง จะทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน จำเป็นต้องใช้เวลา ดังนั้นจึงมีมติที่จะทำการปรับสภาพภูมิทัศน์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันให้ดีขึ้นก่อน โดยเฉพาะความเป็นระเบียบเรียบร้อย และปรับปรุงขยายบางส่วนอาทิเช่น บันไดทางขึ้นลงศาล และอื่นๆ
ด้าน นาย วิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า วันนี้ได้มีการหารือกันเกี่ยวกับการพัฒนาวางแผนซึ่งได้มีการพัฒนามาโดยตลอด โดยวันนี้ทางท่านเจ้าคุณพระสีหราชสมาจารมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ก็ได้มาแสดงเจตจำนงค์เองว่า จะให้การสนับสนุนในการพัฒนาศาลหลักเมือง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ ซึ่งทางวัดพระนารายณืเองก็มีวัตถุประสงค์มที่ต้องการจะพัฒนาวัดด้วยการปรับปรุงบริเวณโดยรอบอยู่แล้ว โดยเฉพาะรอบรั่วของวัดซึ่งปัจจุบันมีประชาชนเช่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งทางท่านเจ้าคุณพระสีหราชสมาจารมุนี ได้แสดงเจตนาชัดเจนที่ต้องการพื้นที่ดังกล่าวมาพัฒนา ซึ่งก็จะมีการขอคืนพื้นที่ดังกล่าวจากผู้เช่าที่หมดสัญญาแล้ว เพื่อนำมาวางแผนในการพัฒนาต่อไป ซึ่งวันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทางวัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร ซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าของพื้นที่ ได้มาแสดงเจตนาที่ต้องการให้มีการพัฒนา ทั้งในวัดพระนารายณืมหาราช วรวิหาร เอง และศาลหลักเมืองนครราชสีมา ด้วย และในขั้นตอนต่อไป ซึ่งทางคณะกรรมการที่เคยมีการออกแบบไว้แล้ว ในเรื่องของการพัฒนาศาลหลักเมือง ก็จะได้นำแบบดังกล่าวนี้มาให้ทางท่านเจ้าคุณพระสีหราชสมาจารมุนี ได้ตรวจสอบเพื่อพิจารณา และเมื่อท่านเจ้าคุณพระสีหราชสมาจารมุนี ได้มีการพิจารณาแล้วขั้นตอนต่อไปก็จะได้มีการหารือพูดคุยกับผู้เช่าที่อยู่อาศัยในพื้นที่บริเวณที่จะได้รับผลกระทบจากการพัฒนาศาลหลักเมืองต่อไป และในขณะเดียวกันที่ได้มีการดำเนินการขอคืนพื้นที่ฯ ก็จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน เกี่ยวกับเรื่องแบบของการพัฒนาศาลหลักเมืองต่อไป ฉะนั้นตนเองคิดว่าน่าจะมีความคืบหน้าไปตามลำดับ ซึ่งทางคณะกรรมการเองก็มุ่งหวังว่าศาลหลักเมืองและวัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร จะเป็นพื้นที่เดียวกัน และจะเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เปืนพื้นที่ที่ให้พี่น้องประชาชนได้มาชื่นชมประวัติศาสตร์ของจังหวัดนครราชสีมา และความเป็นมาของจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะศาลหลักเมืองและวัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร
ด้าน พระสีหราชสมาจารมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับเรื่องของการพัฒนาศาลหลักเมืองและวัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร นั้น ตนเองมองว่าทุกฝ่ายต้องเสียสละ โดยเฉพาะผู้เช่าที่อาจจะต้องได้รับผลกระทบจากการพัฒนาดังกล่าว เพราะเรื่องนี้มีการหารือพูดคุยเพื่อต้องการแก้ปัญหากันมานานแล้ว แต่ก็ไม่สามารถทำการพัฒนาฯได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะจังหวัดนครราชสีมา เป็นเมืองใหญ่ มีอำเภอก็หลายอำเภอ ดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนมาช่วยกันพัฒนาฯให้ได้ โดยทุกคนต้องมาช่วยกันโดยทำหน้าที่ของตนเองให้ดีและต้องทำอย่างจริงจัง เพื่อที่จะให้จังหวัดนครราชสีมามีความโดดเด่น เพราะเมืองก็ใหญ่กว่า อำเภอก็มากกว่า ทุกจังหวัด แต่ทำใมจึงพัฒนาตรงนี้ไม่ได้ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องช่วยกันพัฒนาศาลหลักเมืองนครราชสีมา ให้ได้
