- 11 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ได้รับแจ้งจากนายสำรวย หินขุนทด อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 168/1 หมู่ 4 ต.หนองกราด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา โดยนายสำรวย หินขุนทด กล่าวว่าในวันที่ 8 ม.ค. ตนเองได้ขับรถ 6 วิ่งผ่านมาตามถนนสุระนารายณ์ สาย 205 บริเวณตำบลหัวทะเล ได้เจอด่านของสำนักขนส่งอำเภอบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ได้ตั้งด่านตรวจรถ ทางเจ้าหน้าที่ขนส่งจึงเรียกให้หยุดรถเพื่อทำการตรวจโดยได้ขอตรวจใบอนุญาตขับขี่รถ ซึ่งขณะนั้นตนเองก็ได้แจ้งว่าถูกตำรวจที่กรุงเทพฯยึดใบอนุญาตไปยังไม่ได้ไปรับกลับมากำลังดำเนินการให้ลูกชายไปติดต่อเสียค่าปรับอยู่ยังไม่ได้เอามาให้ตนและตนเองได้แสดงสำเนาใบสั่งให้ทางขนส่งดูแล้วแต่เจ้าหน้าที่ขนส่งก็ไม่รับฟังเหตุผลใดๆ
และได้แจ้งกับตนเองว่าจะเอาอย่างไรระหว่างติดคุก 2 ปี กับเงินอีก 2 หมื่นบาท หรือจะไปเสียค่าปรับกับผมที่ขนส่ง 5 พันบาท ซึ่งตนเองก็ตอบว่าขณะนี้ยังไม่มีเงินที่จะไปเสียได้และได้ขอลดค่าปรับทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมโดยจะต้องเสียค่าปรับ 5 พันบาทอย่างเดียวเท่านั้น และนัดให้ไปพบที่สำนักงานขนส่งในวันพรุ่งนี้ก่อนเวลา 12.00 น.คือวันที่ 9 ม.ค.และในขณะนี้ตนเองก็ยังไม่ได้ไปเสียเพราะเนื่องจากยังหาเงินค่าปรับ 5 พันบาทไม่ได้และตนเองได้สอบถามชื่อของเจ้าหน้าที่คนนั้นเจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมบอก บอกเพียงว่าผมเป็นหัวหน้าขนส่งอำเภอบำเหน็จณรงค์ไปถามใครก็ได้มีผมคนเดียวเท่านั้นที่เป็นหัวหน้าขนส่งอยู่ที่อำเภอนี้
นายเอกภพ พัชรวงศกร หัวหน้าขนส่ง สาขาอำเภอบำเหน็จณรงค์ กล่าวว่า ตนเองได้ไปตั้งด่านตรวจตามแผนโครงการของกรมฯตรวจรถที่ผิดกฏหมาย เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่มีรถอ้อยจำนวนมากโดยได้มุ่งเป้าไปที่รถบรรทุกขนาดใหญ่เป็นประเด็นหลักส่วนรถขนาดเล็กก็ตรวจเรื่องใบขันขี่กับเรื่องการชำระภาษีส่วนใหญ่ประชาชนก็ปฏิบัติถูกต้องก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนเรื่องของค่าปรับเราก็ปรับตามอัตราที่กฏหมายกำหนดและก็ไม่เกินเกณฑ์ที่กฏหมายกำหนดเลย
ภาพ/ข่าว ชาติชาย สงวนรัมย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา
