- 11 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้ตรวจราชการพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนของประชาชนในอำเภอแม่สะเรียง ระบุผ้ประกอบการท่าทราย ได้ทำถูกต้องตามกฎหมาย มีการขออนุญาตตั้งโรงงานก่อนปี 2554 ทำในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ เป็นของตนเอง มีการถูกตรวจสอบจากหลายหน่วยงาน ไม่พบกระทำผิด เรื่องจึงยุติ
เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2560 ที่อำเภอแม่สะเรียง จว.แม่ฮ่องสอน พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผู้ตรวจราชการพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายประจวบ อาจารพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนของประประชาชนอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน บริเวณสะพานข้ามลำน้ำยวมหน้าวัดจองคำ , ท่าทรายงาม ตำบลแม่สะเรียง และบริเวณหลังวัดน้ำดิบ ตำบลแม่ยวม หลังจากชาวบ้านได้รวมตัวกันร้องเรียนสำนักนายกรัฐมนตรี ขอให้เข้ามาแก้ไขปัญหาที่ได้รับผลกระทบจากการประกิจการดูดทรายของผู้ประกอบการท่าทรายภายในลำน้ำยวม ทำให้เกิดปัญหาน้ำเซาะตลิ่งพังไปเรื่อย ๆ กระแสน้ำเปลี่ยนทิศกัดเซาะพื้นที่ไร่ นา ได้รับความเสียหายทำให้พื้นที่ลดลง โดยได้เชิญกลุ่มผู้ร้องเรียน ผู้ถูกร้องเรียนและตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำเสนอหลักฐานข้อร้องเรียน และข้อมูล ชี้แจง ประกอบกฎหมาย ระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
นายประจวบ อาจารพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า สำหรับที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอนผู้ประกอบการถูกตรวจสอบจากหลายหน่วยงานและก็ได้ยุติเรื่องไปหมด ผู้ประกอบการไม่ได้กระทำผิดข้อกฎหมาย เพราะสิ่งที่ผู้ประกอบการทำก็คือทำถูกต้องตามกฎหมาย ทำในที่ดินของตนเอง และในเรื่องของ พ.รบ.ของโรงงาน ผู้ประกอบการได้ขออนุญาต ก่อนปี 2554 ที่กฎหมายบังคับว่าสิ่งที่จะต้องทำต้องห่างจากลำน้ำ 1 กิโลเมตร เมื่อเขาได้มีการขอนุญาติก่อน ในเรื่องนี้จะใช้บังคับเขาไม่ได้เพราะกฎหมายไม่มีผลย้อนหลัง
สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือในกฎหมายก็มีเงื่อนไข เมื่อใบอนุญาติหมดลงกรณีการต่อใบอนุญาตเขาต้องมีแนวทางป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบริเวณข้างเคียงแค่นั้นเอง จริงๆแล้วปัญหาตรงนี้ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มีการตรวจสอบและเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเป็นไปตามขั้นตอนของข้อกฎหมายที่ถูกต้อง เมื่อเราดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างถูกต้องแล้ว ใครก็แล้วแต่ที่กระทำผิดกฎหมายก็ต้องยอมรับผลกระทบตรงนั้นก็คือ สมมุติว่าคุณบุกรุกที่สาธารณะคุณก็ต้องถอยออกไป โฉนดที่ออกโดยไม่ชอบก็ต้องเพิกถอนถึงตอนนั้นเมื่อมีการตรวจสอบให้ถูกต้องปัญหานี้ก็จะหมดไป เพียงแต่ว่าจะต้องยอมรับในผลกระทบในจุดนั้น
เพราะว่าถ้ามองดูดีๆ เหมือนกับการทำผิดกฎหมายที่เกิดขึ้น ถ้าไม่มีการบังคับใช้ก็จะทำให้การทำผิดกฎหมายกลายเป็นของถูกซึ่งเกิดขึ้นในประเทศไทยค่อนข้างเยอะจึงทำให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้ เพราะสังคมคิดไปเอง โดยไม่ทราบข้อเท็จจริงที่นำมาเปิดเผย คุณคิดเองโดยไม่่ได้รับข้อโต้แย้งของผู้ประกอบการจึงให้เกิดเรื่องดังกล่าว
พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผู้ตรวจราชการพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในเรื่องกรณีคำร้องเรียนการดูดทรายในอำเภอแม่สะเรียงนั้น ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้วปรากฎว่าเป็นการดูดทรายหรือขุดดินในพื้นที่ขอตนเอง ประเด็นเรื่องนี้มันมีปรากฏการณ์เกิดขึ้นที่ว่า ทางน้ำของลำน้ำยวมมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางและเข้ามาในพื้นที่กรรมสิทธิ์ของผู้ประกอบการ เมื่อมีการประกอบการดูดทรายหรือขุดดินเพื่อไปแยกเป็นทรายหินกรวด มันก็มีผลกระทบต่อที่ดินข้างเคียง ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิ์อยู่ ซึ่งตรงนี้ได้หาแนวทางการแก้ไขข้อเรียกร้องดังกล่าว ทางคณะทำงานได้ทำบันทึกช่วยจำ โดยในประเด็นแรกที่มีขอกล่าวหาว่าผู้ประกอบการขุดดินในลำน้ำยวม หากมีหลักฐานขอให้ผู้ร้องนำหลักฐานไปแจ้งกับกรมเจ้าท่า ซึ่งเป็นผู้รักษาการตามกฎหมาย เพื่อดำเนินการร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป
ส่วนเรื่องใบอนุญาตการขุดดินถมดินของผู้ประกอบการที่จะหมดอายุในวันที่ 31 มกราคม 2561 นั้น ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลแม่สะเรียง การที่จะออกใบอนุญาตใหม่จะต้องให้ทางองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบ ส่วนอีกกรณีอีกฝั่งหนึ่งผู้ประกอบการจะขออนุญาตดำเนินการต่อไปนั้น จะต้องให้ทางองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ทำการประชาคมกับราษฎรในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องดำเนินการตามกฎกระทรวงให้เรียบร้อย ในเรื่อง พ.ร.บ.การขุดดิน ถมดินนั้น ต้องดำเนิการตามเงื่อนไขกฎกระทรวง ที่ออกตามความมาตรา 6 ต้องจัดการให้เรียบร้อน ในส่วนในเรื่องการเปลี่ยนทางของสายน้ำ จะต้องทำการพิสูจน์ทราบว่า เปลี่ยนเพราะธรรมชาติ การหลากของน้ำ ท้้งน้ำยวม และน้ำแม่สะเรียง หรือจากโครงการขุดลอก หรือเกิดจาการกระทำอื่น หากกลุ่มผู้ร้องเรียนสืบทราบว่า มีการกระทำผิดเกิดขึ้น สามารถนำข้อมูลหลักฐานไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบจะรายงานข้อเท็จจริงและการแก้ไขปัญหาไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ภายในวันที่ 31 มกราคม 2561 ซึ่งคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะลงมาติดตามผลการแก้ไขปัญหาอีกครั้ง หากมีสิ่งจะต้องติดตาม.
ภาพ/ข่าว นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อขาภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดเชียงใหม่
