- 11 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 11 มกราคม 61 เวลา 10.00 น. นายอภิชาติ วงษ์กาฬสินธุ์ ผช.จัดหางาน จ.อุดรธานี , นางยุทธศาสตร์ ทูลกลาง หน.งานคุ้มครองคนหางาน สนง.จัดหางาน จ.อุดรธานี , พ.ต.ท.กุลธวัช จันทราบุตร สว.สส.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ สนง.จัดหางานจังหวัด และตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี นำหมายศาลจังหวัดชัยภูมิ เข้าทำการจับกุม น.ส.อทิตยา หรือ ติ๊ก ทองฉัตร อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 902/42 ม. 2 ถ.เลียบคลองชลประทาน ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ในข้อกล่าวหา หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปด้วยเงินหรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง และฉ้อโกงทรัพย์” โดยจับกุมได้ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ ซ.ประชาสันติ ชุมชนบ้านม่วง เขตเทศบาลนครอุดรธานี หลังทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ทั้งหมดนำตัว น.ส.อทิตยาฯ มาทำการลงบันทึกการจับกุมที่ชุดสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี โดย น.ส.อทิตยาฯ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือ โทรและแชตติดต่อกับคนรู้จักตลอดเวลา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ที่ สภ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ
ต่อมาเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน ที่ สนง.จัดหางาน จ.อุดรธานี ถ.รอบเมือง เขตเทศบาลตำบลหนองสำโรง อ.เมือง น.ส.นก นามสมมุติ อายุ 36 ปี ราษฎร อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น นำ นายชัย นามสมมุติ อายุ 23 ปี ลูกพี่ลูกน้อง ที่เป็นผู้เสียหายจาก จ.ขอนแก่น ที่ถูก น.ส.อทิตยาฯ หลอกลวง เดินทางมาส่งมอบเอกสารการโอนเงิน พร้อมให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ หลังจากที่ถูก น.ส.อทิตยาฯ หลอกว่า สามารถส่งไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลียได้ โดยเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 100,000 บาท ซึ่ง น.ส.นก เป็นผู้โอนเงินให้ น.ส.อทิตยาฯ ไปก้อนแรกเป็นเงิน 50,000 บาท โดยน.ส.อทิตยาฯ อ้างว่า จะนำไปเป็นเงินค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า ค่าที่พัก และยังค้างเงินส่วนที่ เหลือ2 อีกประมาณ 38,000 บาท
ซึ่งขณะที่ น.ส.นก กำลังให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ ปรากฏว่า น.ส.อทิตยาฯ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว เพื่อนำส่ง สภ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทาง ยัง ได้ไลน์มาหาน.ส.นก ซึ่งทาง น.ส.อทิตยาฯ บอกให้รีบโอนเงินส่วนที่เหลือให้ โดยโกหกว่า ได้ส่งเอกสารต่าง ๆ ให้กับทางต่างประเทศแล้ว ขอให้ น.ส.นก รีบโอนเงินให้ภายในเวลา 15.30 น.ของวันนี้ จากนั้นก็ยังโทรแชตแบบวีดีโอเข้ามาเพื่อให้เหยื่อเชื่อว่าตนกำลังเดินทางไปทำเอกสาร โดยบอกอีกว่า ให้รีบโอนเงินให้ด่วน เพราะหากโอนช้าจะไม่ได้ทำเอกสารและจะไม่ได้เดินทาง โดยทาง น.ส.อทิตยาฯ ไม่ทราบว่า ทาง น.ส.นก รู้เรื่องที่ น.ส.อทิตยาฯ ถูกจับกุมตัวส่ง สภ.บ้านแท่น แล้ว
นายอภิชาติ วงษ์กาฬสินธุ์ ผช.จัดหางาน จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า น.ส.อทิตยาฯ เคยถูก ผวจ.อุดรธานี และเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมมาแล้ว เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 59 เมื่อครั้งเปิดเป็นโรงเรียนสอนภาษาเกาหลีชื่อ เอกอุดรภาษา โดยได้รับการร้องเรียนจากคนหางานใน จ.อุดรธานี และใกล้เคียง ว่ามาสมัครไปทำงานยังประเทศเกาหลีใต้กับทางโรงเรียนดังกล่าว ที่อ้างว่าสามารถส่งแรงงานไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ได้ โดยมีการเรียกเก็บเงินค่าสมัครไปทำงานคนละประมาณ 150,000 บาท แต่กลับไม่ได้ไปทำงาน ซึ่งมีผู้เสียหายครั้งนั้นประมาณ 26 คน ค่าเสียหายรวมกว่า 3 ล้านบาท มีการดำเนินคดีส่งฟ้องศาลตัดสินไปแล้วบางส่วน และได้มีการคืนเงินชดใช้ให้กับผู้เสียหายไปบางส่วน แต่คดีศาลตัดสินลงโทษ ให้รอลงอาญา แต่ให้คุมประพฤติไว้
หลังจากนั้นมา น.ส.อทิตยาฯ ยังคงกลับมา เปิดโรงเรียนสอนภาษาเกาหลีอีก และมีการประชาสัมพันธ์ ทั้งทางสื่อออนไลน์ เฟซบุ๊ก รวมทั้งใช้วิธีปากต่อปาก จนมีผู้หลงเชื่อมาสมัครอีก โดยย้ายสถานที่ใหม่ ซึ่งจะใช้วิธีเปิดสอนภาษาเกาหลี เรียกเก็บเงินประมาณ 15,000 บาท แต่เมื่อมีผู้เสียหายมาเรียนได้สักพัก ก็จะบอกว่าเรียนไปก็คงไม่ผ่านภาษาเกาหลี แต่ตนสามารถหางานให้ที่ประเทศออสเตรเลียได้ แต่ต้องเสียเงินค่าดำเนินการ 100,000-150,000 บาท จนมีเหยื่อหลงเชื่อหลายราย แต่แล้วก็ไม่สามารถเดินทางไปได้ ผู้เสียหายส่วนมากจะอยู่ในเขต จ.ขอนแก่น ชัยภูมิ อุดรธานี ที่แจ้งความไว้แล้ว จนศาลอนุมัติหมายจับ น.ส.อทิตยาฯ 3 หมาย ในเขตท้องที่ สภ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ 2 หมายจับ , อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น 1 หมายจับ และพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี กำลังขอศาลออกหมายจับเพิ่มอีก
นายอภิชาติฯ กล่าวอีกว่า ตัว น.ส.อทิตยาฯ ซึ่งอยู่ระหว่างคุมประพฤติ ยังคงมีพฤติการณ์หลอกลวงผู้อื่นอีก ด้วยเรื่องแบบเดิม ไม่เกรงกลัวความผิด ซึ่งเมื่อนำตัวส่งทาง สภ.บ้านแท่น แล้ว จะขอให้พนักงานสอบสวนค้านการประกันตัว เพราะเกรงว่าจะหลบหนี สร้างความเสียหายกับบุคคลอื่นอีก หากมีผู้เสียหายที่ถูก น.ส.อทิตยาฯ หลอกลวง ขอให้เข้าแจ้งความดำเนินคดีเพิ่ม เพื่อที่จะดำเนินการตามกฎหมาย
ซึ่งการหลอกลวงแรงงานไปทำงานต่างประเทศ ทาง รมว.แรงงาน และ อธิบดีกรมการจัดหางาน มีความเป็นห่วงว่าจะมีคนหางานถูกหลอกลวงในลักษณะเช่นนี้ จึงได้สั่งการให้ทาง สนง.จัดหางานทุกจังหวัด เร่งรัดให้ดำเนินคดีกับสาย นายหน้าเถื่อน ที่หลอกลวงคนหางาน ที่ต้องเสียเงินเป็นหนี้สิน ทั้งนี้หากต้องการไปทำงานต่างประเทศ ขอให้ติดต่อมายัง สนง.จัดหางาน ที่อยู่ทุกจังหวัด เพื่อตรวจสอบว่า มีงานต่างประเทศที่ไหน หรือ ไปสมัครกับสาย หรือ นายหน้าเถื่อนหรือไม่ เพื่อที่คนหางานจะได้ไม่ต้องถูกหลอกลวง ดังกล่าว
นายกฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี ภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์
ภาพ/ข่าว นายกฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุดรธานี
