วางแผนการบริหารน้ำในอนาคต..เตรียมผุดโครงการเจาะอุโมงค์ส่งน้ำยวม-น้ำเมย สู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล หวังเพิ่มปริมาณน้ำใช้ในหน้าแล้งหากสำเร็จ

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันนี้ (11 ม.ค. 61) นายประจวบ อาจารพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดการสัมมนาโครงการศึกษาทบทวนการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนภูมิพล ของกรมชลประทาน โดยมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน กว่า 200 คน จากพื้นที่ในแนวโครงการที่จะทำอุโมงค์ผันน้ำซึ่งอยู่ใต้ดินมีความยาวประมาณ 61.52 กม. ก่อนไหลลงอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล จาก 3 จังหวัด ประกอบด้วย จ.เชียงใหม่ จ.ตาก และ จ.แม่ฮ่องสอน เข้าร่วมสัมมนา เพื่อรับทราบความก้าวหน้าของการศึกษาโครงการ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโครงการศึกษาทบทวนการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนภูมิพล ที่ ห้องประชุมโรงแรมมิตรอารีย์ 2 อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน 

โดยมีนายเกื้อศักดิ์ ทาทอง วิศวกรโยธาชำนาญพิเศษ ผู้แทนกรมชลประทาน นายชูลิต วัชรสินธุ์ จากบริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด และ รศ.ดร.เดช วัฒนชัยยิ่งเจริญ ผอ.หน่วยวิจัยและพัฒนาบูรณาการเกษตรและสิ่งแวดล้อม พลตรี ดร.ศิลปอนันต์ ลำกู ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยนเรศวร และคณะ ได้นำเสนอข้อมูล และให้ความรู้ใน 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย ด้านวิศวกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านสังคม โดยผู้เข้าร่วมสัมมนาต่างแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม ความเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิต การประกอบอาชีพ และการย้ายถิ่นฐาน อีกทั้งยังเสนอให้มีการชดเชยทรัพย์สินที่เป็นธรรมและตรงตามความเป็นจริง ซึ่งทางคณะทำงานโครงการศึกษาทบทวนการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนภูมิพล จะนำข้อเสนอแนะจากผู้ร่วมสัมมนา นำไปปรับปรุงรายงานการศึกษาให้ครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

วางแผนการบริหารน้ำในอนาคต..เตรียมผุดโครงการเจาะอุโมงค์ส่งน้ำยวม-น้ำเมย สู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล หวังเพิ่มปริมาณน้ำใช้ในหน้าแล้งหากสำเร็จ

ซึ่งนายเกื้อศักดิ์ ทาทอง วิศวกรโยธาชำนาญพิเศษ ผู้แทนกรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการศึกษาศึกษาทบทวนการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนภูมิพล เพื่อทดน้ำและช่วยเพิ่มน้ำในด้านการเกษตรและการอุปโภคบริโภค ซึ่งจะมีผลประโยชน์หลายด้านมีวัตถุประสงค์หลักคือ การใช้น้ำท้ายเขื่อนและผลักดันน้ำเค็ม ซึ่งเขื่อนภูมิพลยังมีช่องว่างที่จะเติมเต็มน้ำได้อีกกว่า 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ทางกรมชลฯ มุ่งศึกษาความเป็นไปได้ใน 2 ส่วนด้วยกัน คือ ด้านการวิศวกรรมและเศรษฐศาสตร์ ซึ่งดำเนินการมาได้ระยะหนึ่งและใกล้จะเสร็จสิ้นการศึกษา อีกด้านหนึ่งคือ การศึกษาด้านผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ดำเนินการตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากส่งผลกระทบหลายด้าน และตอนนี้ได้ดำเนินการศึกษาได้ประมาณร้อยละ 50 โดยตอนนี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนของการอนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อจะดำเนินการสำรวจระบบนิเวศน์ข้อมูลในพื้นที่อนุรักษ์ จากกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ ทางรัฐบาลมีมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและจะต้องให้ได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรม และศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อไป

วางแผนการบริหารน้ำในอนาคต..เตรียมผุดโครงการเจาะอุโมงค์ส่งน้ำยวม-น้ำเมย สู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล หวังเพิ่มปริมาณน้ำใช้ในหน้าแล้งหากสำเร็จ

ด้านตัวแทนชาวบ้าน จาก บ้านแม่เงา บ้านท่าเรือ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน 2 หมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ เผยว่า ในสิ่งที่ชุมชนยังกังวลอยู่คือ พื้นที่ทำกินชาวบ้านกังวลว่าสำหรับผู้ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ในที่ทำกินจะได้รับการชดเชยหรือไม่ และผลกระทบที่ตามมาคือ จะทำให้แม่น้ำลำคลองตื้นเขินจากดินโคลนทรายหิน และมีน้ำป่าไหลหลาก ผลกระทบน้ำประปาภูเขาที่ชาวบ้านใช้จะแห้งไม่มีน้ำใช้ในการเกษตรและอุปโภคบริโภค และที่น่าเป็นห่วงคือเสียงรบกวนและเสียงดัง เหตุสถานีส่งน้ำจากการขุดเจาะอุโมงค์ซึ่งอยู่ติดกับพื้นที่ของชาวบ้าน สถานีสูบน้ำจะตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านสบเงา อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ห่างจากตัวเขื่อนน้ำยวมประมาณ 22 กม. ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 6 เครื่อง ส่วนอุโมงค์น้ำเป็นคอนกรีตดาดเหล็ก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6.8 เมตร ความยาว 1.84 กม.ขึ้นสู่ถังพักน้ำก่อนปล่อยนำเข้าอุโมงค์ส่งน้ำ ซึ่งอยู่ใต้ดินมีความยาวประมาณ 61.52 กม. ก่อนไหลลงอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ขุดเจาะด้วยวิธีเจาะระเบิด ชาวบ้านกังวลเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม*****

ทั้งนี้ โครงการศึกษาทบทวนการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนภูมิพล ได้ศึกษาด้านวิศวกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม และดำเนินกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นระยะเวลา 15 เดือน หรือเกินกว่าร้อยละ 80 โดยโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนภูมิพลดังกล่าว ได้ครอบคลุมพื้นที่แนวชายแดนด้านตะวันตกของประเทศไทย ใน 3 จังหวัดประกอบด้วย จ.ตาก แม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่ โดยมี 2 แนวทางในการดำเนินโครงการ คือ การผันน้ำจากลำน้ำยวมที่ อำเภอสบเมย ซึ่งจะมีการสร้างเขื่อนหินถมดาดคอนกรีต เพื่อสูบน้ำไปตามท่ออุโมงค์ความยาวประมาณ 60 กิโลเมตร ไปยังอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล ที่ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนอีกแนวทางหนึ่ง คือการผันน้ำจากแม่น้ำเมย ไปตามท่ออุโมงค์ความยาวประมาณ 16 กิโลเมตร ลงลำน้ำแม่ตื่นในระยะทาง 35 กิโลเมตร เพื่อไปลงอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล โดย โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนภูมิพล จะเป็นส่วนหนึ่งในการเติมน้ำให้กับเขื่อนภูมิพลที่มีช่องว่างของอ่างเก็บน้ำกว่า 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ทั้งด้านการเกษตรและการอุปโภคบริโภค ตลอดจนเพิ่มความสามารถในการผลิตพลังงานไฟฟ้า ในปัจจุบันและในอนาคตข้างหน้า

วางแผนการบริหารน้ำในอนาคต..เตรียมผุดโครงการเจาะอุโมงค์ส่งน้ำยวม-น้ำเมย สู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล หวังเพิ่มปริมาณน้ำใช้ในหน้าแล้งหากสำเร็จ

วางแผนการบริหารน้ำในอนาคต..เตรียมผุดโครงการเจาะอุโมงค์ส่งน้ำยวม-น้ำเมย สู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล หวังเพิ่มปริมาณน้ำใช้ในหน้าแล้งหากสำเร็จ

วางแผนการบริหารน้ำในอนาคต..เตรียมผุดโครงการเจาะอุโมงค์ส่งน้ำยวม-น้ำเมย สู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล หวังเพิ่มปริมาณน้ำใช้ในหน้าแล้งหากสำเร็จ

วางแผนการบริหารน้ำในอนาคต..เตรียมผุดโครงการเจาะอุโมงค์ส่งน้ำยวม-น้ำเมย สู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล หวังเพิ่มปริมาณน้ำใช้ในหน้าแล้งหากสำเร็จ

วางแผนการบริหารน้ำในอนาคต..เตรียมผุดโครงการเจาะอุโมงค์ส่งน้ำยวม-น้ำเมย สู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล หวังเพิ่มปริมาณน้ำใช้ในหน้าแล้งหากสำเร็จ วางแผนการบริหารน้ำในอนาคต..เตรียมผุดโครงการเจาะอุโมงค์ส่งน้ำยวม-น้ำเมย สู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล หวังเพิ่มปริมาณน้ำใช้ในหน้าแล้งหากสำเร็จ

วางแผนการบริหารน้ำในอนาคต..เตรียมผุดโครงการเจาะอุโมงค์ส่งน้ำยวม-น้ำเมย สู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล หวังเพิ่มปริมาณน้ำใช้ในหน้าแล้งหากสำเร็จ

วางแผนการบริหารน้ำในอนาคต..เตรียมผุดโครงการเจาะอุโมงค์ส่งน้ำยวม-น้ำเมย สู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล หวังเพิ่มปริมาณน้ำใช้ในหน้าแล้งหากสำเร็จ

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน