- 11 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เหิมเกริมหนัก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นนายตำรวจ ปปส.ภาค 5 หลอกเหยื่ออดีตข้าราชการฝ่ายปกครองอำเภอพุนพิน ระบุเหยื่อเป็นผู้ค้ายาเสพติด ขู่ไม่ให้ถูกยึดทรัพย์ให้โอนเงินในบัญชีไปตรวจสอบ หลังโอนกว่า 4 แสนบาท ฉุกคิดว่าถูกหลอกรีบโทร.แจ้งตำรวจอายัดรอดหวุดหวิด ด้านตำรวจฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้คนทั่วไประวังอาจไม่โชคดีเหมือนรายนี้
เมื่อเวลา 17.30 น.วันนี้ ( 11 ม.ค. 61 )ที่ สภ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี นางวจิรา กลับรินทร์ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/360 ม.4 ต.หัวเตย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ข้าราชการเกษียณอายุ (อดีตจนท.ฝ่ายปกครองอำเภอพุนพิน) เข้าพบ พ.ต.อ.กฤศ โอสถาพันธุ์ ผกก.สภ.พุนพิน เพื่อเล่าเหตุการณ์เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกให้โอนเงินกว่า 4 แสนบาทแต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พุนพินช่วยเหลือแจ้งอายัดไว้ได้ทันในช่วงเสี้ยววินาที หลังจากที่กดโอนเงินไปแล้ว
ข่าวเกี่ยวข้อง : แก๊งค์คอลเซนเตอร์ระบาดปราจีนฯ โทรหาผอ.รร.ดัง อ้างตร.เป็นจับพนง.ธนาคารได้ 3 คน ในเอกสารพบชื่อผอ.มีบัญชีเงินหมุนเวียน
นางวจิรา กลับรินทร์ เล่าว่าเมื่อเวลาประมาณ 09 .00 น.เศษ วันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ตนเองได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่แจ้งชื่อว่าจาก ร.ต.อ.พูนทรัพย์ มีลาภ เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 โดยกล่าวหาว่าตนเองมีบัญชีรายชื่ออยู่ในเครือข่ายยาเสพติดและเป็นผู้ค้ารายใหญ่ พร้อมระบุถึงข้อมูลส่วนตัว ทั้งระบบการเงินทั้งในอดีตถึงปัจจุบัน และยังบอกด้วยว่าตอนนี้ตนเองใช้รถฟอร์จูนเนอร์อยู่ จะดำเนินอายัดรถด้วย หากไม่ต้องการให้อายัดรถขอให้โอนเงินที่มีอยู่มาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและแสดงความบริสุทธิ์ของเงินที่ครอบครอง ด้วยความกลัวโดยเฉพาะกลัวว่าญาติพี่น้องจะเสื่อมเสียชื่อเสียง และประกอบกับตนไม่เคยมีเรื่องผิดกฎหมายอย่างที่ทางปลายสายกล่าวอ้าง จึงได้โอนเงินผ่านทางตู้ ATM ขณะโอนไปได้ 400,000 เศษ ขณะทำรายการใส่เงินสดธนบัตรฉบับละ1,000 บาท ใบสุดท้ายตนจึงได้ฉุกคิดว่าอาจถูกหลอก จึงโทรศัพท์ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รู้จักและได้รับคำแนะนำว่าถูกหลอกแล้วและขอให้รีบมาแจ้งความและแจ้งอายัดการถอนเงินอย่างเร่งด่วน จากนั้นจึงเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ศิริมงคล พนักงานสอบสวน สภ.พุนพิน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการแจ้งอายัดไว้ทันท่วงทีก่อนปลายทางจะถอนเงินออกไป
พ.ต.อ.กฤศ โอสถาพันธุ์ ผกก.สภ.พุนพิน กล่าวว่าจากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่าเจ้าของบัญชีปลายทางเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาร์เข้าใจว่าอาจจะถูกการว่าจ้างหรือด้วยสาเหตุอื่นได้ประสานกับตำรวจกองปราบปรามนำตัวมาสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป พร้อมระบุว่านับว่าผู้เสียหายรายนี้นับว่ายังโชคดีที่ได้สติก่อนทุกอย่างที่สายไป พร้อมฝากเตือนประชาชนอย่าได้หลงเชื่อเด็ดขาดหากมีใครโทรศัพท์แจ้งเข้ามาอ้างว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแล้วหลอกให้โอนเงินเพราะอาจจะไม่โชคดีเหมือนรายนี้
ภาพ/ข่าว ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
