- 12 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เหตุการณ์ฝูงช้างป่าออกอาละวาดพากันพังรั้วโรงเรียน เดินหากินอาหารและน้ำ จนสร้างความหวาดผวากับครูและนักเรียน ตลอดจนชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง เปิดเผยเมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 12 มกราคม ผู้สื่อข่าวพร้อมด้วย นายบุญเลิศ ผิวพรรณ์ หน.ชุดติดตามช้างป่าอำเภอท่าตะเกียบ ร.ท.เดชสิทธิ์ ดำดง รอง ผบ.ร้อย ทพ.1306 (หนองคอก) ร.ท.มรกต แก้วกล้า หน.ชุดรักษาความสงบอำเภอท่าตะเกียบ นายสมบูรณ์ แซ่โก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 (บ้านอ่างเสือดำ) เดินทางไปที่โรงเรียนบ้านอ่างเสือดำ ม. 7 ต.ท่าตะเกียบ องท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา หลังได้รับแจ้งจาก น.ส.นวลจันทร์ พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน ว่า มีฝูงช้างป่าจำนวนนับสิบๆตัว พากันมาบุกพังรั้วของโรงเรียนได้รับความเสียหาย ก่อนที่จะเดินวนไปวนมาในโรงเรียน หาอาหารและแหล่งน้ำกินเป็นประจำ จากการตรวจสอบพบว่า รั้วที่อยู่ด้านหลังของโรงเรียนขนาดความสูง 2 เมตร ถูกช้างพังได้รับความเสียหาย 3 จุด รวมไปถึงท่อน้ำสูบน้ำด้านหลังห้องน้ำแตกเสียหายเพราะถูกช้างเหยียบ ส่วนน้ำในสระที่อยู่ถัดไป มีสีขุ่นข้น เพราะช้างพากันลงไปเล่นน้ำ รอบสระมีร่องรอยขึ้นลงสระของช้าง โดยรอบ นอกจากนี้ที่หลังบ้านพักครูหญิงพบรอยเท้าช้าง เดินไปมา เป็นจำนวนมาก ส่วนถังน้ำขนาดบรรจุ 1,000 ลิตร จำนวน 4 ใบ ที่อยู่ด้านหลังอาคารเรียนอนุบาล ถูกช้างดันจนล้มก่อนใช้งวงดูดน้ำในถังกินจนเกลี้ยง นอกจากนี้ยังมีต้นไม้หลายต้นของโรงเรียน ถูกช้างดึงกัดกิน บางส่วนทิ้งไว้อยู่ริมรั้วของโรงเรียน
นางสาวนวลจันทร์ พูดสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่า ฝูงช้างป่าเคยพากันมาหากินที่โรงเรียนมาแล้ว โดยเฉพาะต้นไผ่จำนวนหลายกอ ที่อยู่ด้านหลังบ้านพักครู หมดไปหลายกอ จนต้องตัดทิ้งไปเพื่อไม่ให้ช้างมาละก็หายไปพักหนึ่ง เพิ่งเริ่มกลับมาเมื่อต้นปีใหม่นี่อีก คราวนี้มากันมากกว่าเดิม บางครั้งมาถึงกว่า 30 ตัว ส่วนใหญ่จะมาช่วงกลางคืน และบางครั้งมาช่วงกลางวัน ตอนเด็กๆเรียน ก็ต้องรีบบอกให้นักเรียนขึ้นอยู่บนชั้นสองของอาคารเรียนและมีครูดูแลอย่างใกล้ชิด เด็กๆ เห็นเค้าก็สนใจแต่เกรงว่าจะเกิดอันตราย ได้สอบวิธีการหลบหลีกเมื่อพบช้างไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือโรงเรียน ช้างได้พากันมาพังรั้วทางเข้า 1 จุดและพังรั้วทางออก 2 จุด เดินวนไปมา หากินน้ำและลงเล่นน้ำในสระ จนไม่สามารถนำมาใช้ได้ เพราะน้ำสีขุ่นข้น ต้องไปใช้น้ำอีกสระหนึ่งแทน ทางโรงเรียนก็ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ เดินทางไปมาไล่ต้อนช้างให้ออกไป
ด้านนายบุญเลิศ ผิวพรรณ์ หน.ชุดติดตามช้างป่าอำเภอท่าตะเกียบ กล่าวว่า ฝูงช้างที่พากันไปหากินที่โรงเรียนบ้านอ่างเสือดำชุดนี้ มีประมาณ 60 ตัว มีไอ้เป๋ ช้างเพศผู้อายุราว 3 ปี น้ำหนักเกือบ2 ตัน เป็นจ่าฝูง แต่ตอนหลังแยกฝูงกันเพื่อออกหากิน ตอนนี้ได้ผลักดันเข้าไปอยู่ในป่าเขายายซิ้ม หลังสำนักสงฆ์หลวงปู่เณร อีกกลุ่มอยู่ด้านหลังเขานางหร่อง และป่ายูคากำนัน ด้านหลังหมู่บ้านคลองมะหาดแล้ว ส่วนช้างที่พบอยู่บริเวณป่ายางข้างอ่างเก็บน้ำคลองสียัดหรือหน้าที่ทำการ อบต.คลองตะเกรา ขณะนี้ มีจำนวน 40 ตัว เป็นช้างป่าที่ถูกชาวบ้านไล่ต้อนมาจากบ้านหนองปลาซิว ม. 18 ต.ท่าตะเกียบ เมื่อกลางดึก จนช้างป่าตะเลิดหลงทิศทางออกมาทางนี้ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ ซึ่งคงจะต้องไล่ต้อนผลักดันให้ออกไปทางด้านหลังเขากา หลังอ่างเก็บน้ำคลองสียัด ให้กลับเข้าไปอยู่ในป่าชุมชน ก่อนที่จะผลักดันกลับเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ข้ามูกั้นช้างบริเวณบ้านอ่างเสือดำต่อไป
“เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา ช้างฝูงนี้ ถูกชาวบ้าน ม. 18 บ้านคลองสียัดไล่ต้อน ทั้งจุดระเบิดลูกปิงปอง จุดใส่ อย่างต่อเนื่อง ใช้รถยนต์ดักหน้าดักหลัง ซึ่งเป็นการไล่ต้อนที่ผิดวิธี ตนเองพยายามห้ามปรามและขอให้เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ใช้วิธีการผลักดันที่ถูกวิธี แต่ไม่มีใครยอมฟัง จนทำให้ช้างถูกกดดันอย่างหนัก จนพากันหนีออกมาถึงอ่างเก็บน้ำคลองสียัด ซึ่งไม่น่าจะมาไกลถึงขนาดนี้” นายบุญเลิศ ผิวพรรณ์ กล่าว
ภาพ/ข่าว สุทัศน์ บุญช่วยเหลือ ทีมข่าวเฉาะกิจ ศูนย์ข่าวทีนิวส์ ภาคตะวันนออก
