หนังคนละม้วน!! เจ้าของที่ดินหอบเอกสารหลักฐานชี้แจงยืนยันที่ดินได้มาถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนปี2498 ศาลเคยพิพากษาคนบุกรุกที่แท้จริงคือ "ชาวบ้าน"

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

          จากกรณีกรณีที่ชาวบ้านบ้านในลุ่ม หมู่ 3 ต.สิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช  เหมารถบัสบุกถึงสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา เพื่อร้องขอความช่วยเหลือเรื่องถูกนายทุนออกเอกสารที่ดินทับที่อยู่อาศัย 75 ครัวเรือน รวมกว่า 300 คน  โดยอ้างว่าที่ดินที่ชาวบ้านอาศัยอยู่เดิมเป็นเกาะกลางเล็กๆของปากน้ำสิชล ซึ่งอาศัยมากว่า 40 ปี แล้ว ซึ่งตอนหลังทางเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าได้ดูดทรายในลำคลองที่ตื้นเขินแล้วนำมาถมที่บริเวณที่ชาวบ้านอยู่ทำให้มีพื้นที่เกาะขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยจนกระทั่งมีพื้นที่มาเชื่อมต่อกับที่ดินของนายทุนที่อยู่ริมลำคลองทำให้เกิดปัญหาเรื่องเขตแดนและความไม่ชัดเจน แลมีปัญหากันมาตลอด  โดยไฟฟ้า ประปา และสิ่งสาธารณูปโภคของรัฐต่าง ๆ ก็ไม่สามารถผ่านเข้าไปได้  เพราะนายทุนไม่อนุญาติผ่านเส้นทาง ชาวบ้านได้ร้องเรียนไปหลายหน่วยงานแล้วแต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนจนปล่อยให้ยืดเยื้อมานานหลายสิบปีจนถึงปัจจุบัน       

                และเมื่อกลางปี60 ชาวบ้านต้อง เข้าขอความช่วยเหลือจาก พ.ต.ประเสริฐ สายทองแท้ ผู้บังคับกองร้อยฝึกรบพิเศษสิชล    จนมีดำเนินการเชิญหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยมี  นายวีระพรรณ สุขะวัลลิ  ปลัดอาวุโสอำเภอสิชล  พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์   ผกก.สภ.สิชล   สำนักงานที่ดินอำเภอสิชล  เจ้าหน้าที่ป่าไม้อำเภอสิชล   และเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบหลายหน่วยงาน    ได้ลงพื้นที่ เพื่อพบกับชาวบ้าน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้าน  จนกระทั่งเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา สำนักงานที่ดินสาขาสิชล ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงได้มารังวัดพื้นที่ใหม่แล้ว พร้อมยืนยันว่าเอกสารสิทธิ์ของนายทุนได้มาถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจ  จึงได้รวมตัวกันเดินทางไปสำนักนายกรัฐมนตรีขอวิงวอนให้ พล.อ.ประยุททธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยื่นมือเข้ามาช่วยแหลือ   ในขณะที่ชาวบ้านอ้างว่ามีหลักฐานที่ชัดเจนคือภาพถ่ายทางอากาศ และแผนที่ ว่าที่ดินดังกล่าวเดิมเป็นเกาะกลางน้ำจริง  ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา พลตรีพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ รองแม่ทัพภาคที่4 ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายแผนที่กองทัพภาคที่ 4   มทบ.41.   มทบ.42  และค่ายฝึกการรบพิเศษสิชลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ  และจากนั้นอีก  2 วันต่อมา  น.ส.สุธีย์ ญาณชโรทร ผู้ตรวจราชการกรมที่ดินเขต 11 พร้อมคณะสำนักงานกรมที่ดินส่วนกลาง  ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องนี้เช่นกัน

หนังคนละม้วน!! เจ้าของที่ดินหอบเอกสารหลักฐานชี้แจงยืนยันที่ดินได้มาถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนปี2498 ศาลเคยพิพากษาคนบุกรุกที่แท้จริงคือ "ชาวบ้าน"

หนังคนละม้วน!! เจ้าของที่ดินหอบเอกสารหลักฐานชี้แจงยืนยันที่ดินได้มาถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนปี2498 ศาลเคยพิพากษาคนบุกรุกที่แท้จริงคือ "ชาวบ้าน"

ล่าสุด(12 ม.ค.) พ.ต.ประเสริฐ สายทองแท้  ผู้บังคับกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 ค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล  เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (11 ม.ค) นายทศวร ทิพยมงคล ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนี้ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่  กทม.  พร้อมด้วยนายเศกสรรค์ กังสะวิบูลย์  ผู้ดูแลที่ดินแปลงนี้ ได้เดินทางเข้าพบ พ.อ.สำรวย  คชฤทธิ์  นายทหารแผนที่กองทัพภาคที่ 4  พร้อมด้วยเอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้  โดยนายทศวร กล่าวว่า ขอยืนยันว่าที่ดินไม่ได้เป็นของนายทุนตามที่ถูกชาวบ้านกล่าวอ้าง   ที่ดินแปลงนี้เป็นสมบัติของตนเอง จำนวน 73  ไร่ ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษมาจากรุ่นสู่รุ่น  ตั้งแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ จนมีการดำเนินการตามขั้นตอนถูกต้องทุกอย่างจนได้มาซึ่งเอกสารสิทธิ์การครอบครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย  ที่ดินแปลงนี้ไม่เคยถูกระบุว่าเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์   เริ่มมีเอกสารสิทธิ์ครั้งแรกตั้งแต่ ปี 2498   ซึ่งได้เอกสารสิทธิ์มาก่อนที่กลุ่มชาวบ้านกลุ่มนี้มาอาศัยอยู่ก่อนอีก   โดยกลุ่มชาวบ้านมาอยู่บ้านในลุ่มบริเวณริมแม่น้ำเมื่อปี 2515   ซึ่งมีการบันทึกข้อมูลชาวบ้านเมื่อครั้งมีการฟ้องร้องกันเมื่อปี 2533   

                 ส่วนที่ชาวบ้านกล่าวอ้างว่าที่ดินเป็นเกาะกลางน้ำแล้วกรมเจ้าท่าดูดทรายจากลำคลองมาถมนั้น ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นเกาะกลาง   ความเป็นจริงคือที่ดินเป็นผืนเดียวกันทั้งหมดแต่พอน้ำทะเลขึ้นสูงท่วมตรงบางจุดก็จะเห็นว่าเหมือนว่ามีเกาะกลางแต่พอน้ำลดก็จะเห็นชัดเจนทั้งแปลง ในสมัยก่อนชาวบ้านที่มาอาศัยอยู่ริมคลองเพียงไม่กี่คนจนกระทั่งเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยและมีการบุกรุกที่ดินขึ้นมาเรื่อย ๆ   เหตุการณ์ชาวบ้านประท้วงลักษณะแบบนี้เกิดมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อปี 2533 จนนำไปสู่การฟ้องร้อง จนศาลตัดสินว่าชาวบ้านบุกรุกที่ดินดังกล่าวจริง  หลังจากครั้งนั้นเมื่อเจ้าของที่ดินจะเข้าไปรังวัดที่ดินก็ถูกชาวบ้านรวมตัวคัดค้าน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 31 ต.ค.2560  ที่ผ่านมา  ได้ทำการรังวัดเป็นที่เรียบร้อย  โดยมีทุกหน่วยงานร่วมเป็นพยานในการรังวัดในครั้งนั้น  หลังจากที่เจ้าหน้าที่วัดเสร็จเรียบร้อยได้มีชาวบ้านรวมกันลงชื่อคัดค้านจำนวนเพียง 67 คน  ว่าเอกสารสิทธิ์ที่ดินออกโดยมิชอบ ซึ่งในปัจจุบันมีชาวบ้านอาศัยอยู่ในที่ดินแปลงนี้ จำนวน 75 ครัวเรือน กว่า 300 คนจริง แต่กลุ่มชาวบ้านที่มีปัญหามีไม่ถึง 100 คนและมีปัญหากันมาโดยตลอด ส่วนชาวบ้านที่เหลือก็จ่ายค่าเช่าให้ตนตามปกติ  จึงขอให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจสอบและขอความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ทหารด้วย

หนังคนละม้วน!! เจ้าของที่ดินหอบเอกสารหลักฐานชี้แจงยืนยันที่ดินได้มาถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนปี2498 ศาลเคยพิพากษาคนบุกรุกที่แท้จริงคือ "ชาวบ้าน"

หนังคนละม้วน!! เจ้าของที่ดินหอบเอกสารหลักฐานชี้แจงยืนยันที่ดินได้มาถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนปี2498 ศาลเคยพิพากษาคนบุกรุกที่แท้จริงคือ "ชาวบ้าน"

              พ.ต.ประเสริฐ สายทองแท้  ผู้บังคับกองร้อยฝึกรบพิเศษที่4 ค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล   กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้รับฟังปัญหาทางฝั่งของชาวบ้านมาเพียงด้านเดียว    แต่ในวันนี้เจ้าของที่ดินทางมาชี้แจงพร้อมด้วยเอกสารมายืนยัน ทำให้ได้รับฟังข้อมูลทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อจะได้ง่ายในการดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม    ซึ่ง พล.ต.พรศักดิ์  พูลสวัสดิ์  รองแม่ทัพภาคที่ 4   เป็นห่วงความเดือดร้อนของชาวบ้านมาก   ขอให้มีการสอบสวนทั้งสองฝ่ายจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วภาย ใน 13 วัน ในขณะที่กรมที่ดินที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ในเรื่องนี้ก็จะสรุปพร้อม ๆ กัน  ถ้าหากพบว่าที่ดินออกเอกสารสิทธิ์หรือได้มาไม่ถูกต้องก็จะดำเนินการเพิกถอนตามขั้นตอน แต่ถ้าเอกสารออกโดยถูกต้องก็จะหาทางช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยต่อไป"

หนังคนละม้วน!! เจ้าของที่ดินหอบเอกสารหลักฐานชี้แจงยืนยันที่ดินได้มาถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนปี2498 ศาลเคยพิพากษาคนบุกรุกที่แท้จริงคือ "ชาวบ้าน"

หนังคนละม้วน!! เจ้าของที่ดินหอบเอกสารหลักฐานชี้แจงยืนยันที่ดินได้มาถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนปี2498 ศาลเคยพิพากษาคนบุกรุกที่แท้จริงคือ "ชาวบ้าน"

หนังคนละม้วน!! เจ้าของที่ดินหอบเอกสารหลักฐานชี้แจงยืนยันที่ดินได้มาถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนปี2498 ศาลเคยพิพากษาคนบุกรุกที่แท้จริงคือ "ชาวบ้าน"