- 12 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีกรณีที่ชาวบ้านบ้านในลุ่ม หมู่ 3 ต.สิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เหมารถบัสบุกถึงสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา เพื่อร้องขอความช่วยเหลือเรื่องถูกนายทุนออกเอกสารที่ดินทับที่อยู่อาศัย 75 ครัวเรือน รวมกว่า 300 คน โดยอ้างว่าที่ดินที่ชาวบ้านอาศัยอยู่เดิมเป็นเกาะกลางเล็กๆของปากน้ำสิชล ซึ่งอาศัยมากว่า 40 ปี แล้ว ซึ่งตอนหลังทางเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าได้ดูดทรายในลำคลองที่ตื้นเขินแล้วนำมาถมที่บริเวณที่ชาวบ้านอยู่ทำให้มีพื้นที่เกาะขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยจนกระทั่งมีพื้นที่มาเชื่อมต่อกับที่ดินของนายทุนที่อยู่ริมลำคลองทำให้เกิดปัญหาเรื่องเขตแดนและความไม่ชัดเจน แลมีปัญหากันมาตลอด โดยไฟฟ้า ประปา และสิ่งสาธารณูปโภคของรัฐต่าง ๆ ก็ไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ เพราะนายทุนไม่อนุญาติผ่านเส้นทาง ชาวบ้านได้ร้องเรียนไปหลายหน่วยงานแล้วแต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนจนปล่อยให้ยืดเยื้อมานานหลายสิบปีจนถึงปัจจุบัน
และเมื่อกลางปี60 ชาวบ้านต้อง เข้าขอความช่วยเหลือจาก พ.ต.ประเสริฐ สายทองแท้ ผู้บังคับกองร้อยฝึกรบพิเศษสิชล จนมีดำเนินการเชิญหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยมี นายวีระพรรณ สุขะวัลลิ ปลัดอาวุโสอำเภอสิชล พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.สิชล สำนักงานที่ดินอำเภอสิชล เจ้าหน้าที่ป่าไม้อำเภอสิชล และเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบหลายหน่วยงาน ได้ลงพื้นที่ เพื่อพบกับชาวบ้าน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้าน จนกระทั่งเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา สำนักงานที่ดินสาขาสิชล ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงได้มารังวัดพื้นที่ใหม่แล้ว พร้อมยืนยันว่าเอกสารสิทธิ์ของนายทุนได้มาถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจ จึงได้รวมตัวกันเดินทางไปสำนักนายกรัฐมนตรีขอวิงวอนให้ พล.อ.ประยุททธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยื่นมือเข้ามาช่วยแหลือ ในขณะที่ชาวบ้านอ้างว่ามีหลักฐานที่ชัดเจนคือภาพถ่ายทางอากาศ และแผนที่ ว่าที่ดินดังกล่าวเดิมเป็นเกาะกลางน้ำจริง ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา พลตรีพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ รองแม่ทัพภาคที่4 ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายแผนที่กองทัพภาคที่ 4 มทบ.41. มทบ.42 และค่ายฝึกการรบพิเศษสิชลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และจากนั้นอีก 2 วันต่อมา น.ส.สุธีย์ ญาณชโรทร ผู้ตรวจราชการกรมที่ดินเขต 11 พร้อมคณะสำนักงานกรมที่ดินส่วนกลาง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องนี้เช่นกัน
ล่าสุด(12 ม.ค.) พ.ต.ประเสริฐ สายทองแท้ ผู้บังคับกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 ค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (11 ม.ค) นายทศวร ทิพยมงคล ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนี้ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ กทม. พร้อมด้วยนายเศกสรรค์ กังสะวิบูลย์ ผู้ดูแลที่ดินแปลงนี้ ได้เดินทางเข้าพบ พ.อ.สำรวย คชฤทธิ์ นายทหารแผนที่กองทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยเอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ โดยนายทศวร กล่าวว่า ขอยืนยันว่าที่ดินไม่ได้เป็นของนายทุนตามที่ถูกชาวบ้านกล่าวอ้าง ที่ดินแปลงนี้เป็นสมบัติของตนเอง จำนวน 73 ไร่ ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษมาจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ จนมีการดำเนินการตามขั้นตอนถูกต้องทุกอย่างจนได้มาซึ่งเอกสารสิทธิ์การครอบครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย ที่ดินแปลงนี้ไม่เคยถูกระบุว่าเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ เริ่มมีเอกสารสิทธิ์ครั้งแรกตั้งแต่ ปี 2498 ซึ่งได้เอกสารสิทธิ์มาก่อนที่กลุ่มชาวบ้านกลุ่มนี้มาอาศัยอยู่ก่อนอีก โดยกลุ่มชาวบ้านมาอยู่บ้านในลุ่มบริเวณริมแม่น้ำเมื่อปี 2515 ซึ่งมีการบันทึกข้อมูลชาวบ้านเมื่อครั้งมีการฟ้องร้องกันเมื่อปี 2533
ส่วนที่ชาวบ้านกล่าวอ้างว่าที่ดินเป็นเกาะกลางน้ำแล้วกรมเจ้าท่าดูดทรายจากลำคลองมาถมนั้น ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นเกาะกลาง ความเป็นจริงคือที่ดินเป็นผืนเดียวกันทั้งหมดแต่พอน้ำทะเลขึ้นสูงท่วมตรงบางจุดก็จะเห็นว่าเหมือนว่ามีเกาะกลางแต่พอน้ำลดก็จะเห็นชัดเจนทั้งแปลง ในสมัยก่อนชาวบ้านที่มาอาศัยอยู่ริมคลองเพียงไม่กี่คนจนกระทั่งเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยและมีการบุกรุกที่ดินขึ้นมาเรื่อย ๆ เหตุการณ์ชาวบ้านประท้วงลักษณะแบบนี้เกิดมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อปี 2533 จนนำไปสู่การฟ้องร้อง จนศาลตัดสินว่าชาวบ้านบุกรุกที่ดินดังกล่าวจริง หลังจากครั้งนั้นเมื่อเจ้าของที่ดินจะเข้าไปรังวัดที่ดินก็ถูกชาวบ้านรวมตัวคัดค้าน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 31 ต.ค.2560 ที่ผ่านมา ได้ทำการรังวัดเป็นที่เรียบร้อย โดยมีทุกหน่วยงานร่วมเป็นพยานในการรังวัดในครั้งนั้น หลังจากที่เจ้าหน้าที่วัดเสร็จเรียบร้อยได้มีชาวบ้านรวมกันลงชื่อคัดค้านจำนวนเพียง 67 คน ว่าเอกสารสิทธิ์ที่ดินออกโดยมิชอบ ซึ่งในปัจจุบันมีชาวบ้านอาศัยอยู่ในที่ดินแปลงนี้ จำนวน 75 ครัวเรือน กว่า 300 คนจริง แต่กลุ่มชาวบ้านที่มีปัญหามีไม่ถึง 100 คนและมีปัญหากันมาโดยตลอด ส่วนชาวบ้านที่เหลือก็จ่ายค่าเช่าให้ตนตามปกติ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจสอบและขอความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ทหารด้วย
พ.ต.ประเสริฐ สายทองแท้ ผู้บังคับกองร้อยฝึกรบพิเศษที่4 ค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้รับฟังปัญหาทางฝั่งของชาวบ้านมาเพียงด้านเดียว แต่ในวันนี้เจ้าของที่ดินทางมาชี้แจงพร้อมด้วยเอกสารมายืนยัน ทำให้ได้รับฟังข้อมูลทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อจะได้ง่ายในการดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ซึ่ง พล.ต.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นห่วงความเดือดร้อนของชาวบ้านมาก ขอให้มีการสอบสวนทั้งสองฝ่ายจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วภาย ใน 13 วัน ในขณะที่กรมที่ดินที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ในเรื่องนี้ก็จะสรุปพร้อม ๆ กัน ถ้าหากพบว่าที่ดินออกเอกสารสิทธิ์หรือได้มาไม่ถูกต้องก็จะดำเนินการเพิกถอนตามขั้นตอน แต่ถ้าเอกสารออกโดยถูกต้องก็จะหาทางช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยต่อไป"
