- 13 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ที่วัดหลวง ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง พบหน้าบันปูนปั้นแบบ “กระเท่เซ” สายสัมพันธ์ของวัฒนธรรมทางงานช่างไทย-เทศ ที่เหลือแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งสร้างในยุคต้นรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลที่ ๓ ศิลปะจีนได้เข้ามามีอิทธิพลต่องานช่างจนก่อเกิดรูปแบบที่เรียกว่า “พระราชนิยม” ซึ่งสมเด็จครู (สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์) ทรงเรียกว่า “วัดนอกอย่าง” โดยมีวัดราชโอรสเป็นต้นแบบ ส่วนหน้าบันเป็นเครื่องก่อเป็นแผงทับ ไม่มีคูหาหน้าบันหรือไขราหน้าจั่ว โดยหน้าบันลักษณะเช่นนี้มีชื่อเรียกแบบเฉพาะว่า “กระเท่เซ” ในพื้นหน้าบันนิยมปั้นปูนเป็นลวดลายดอกบ๋วย หรือดอกพุดตานใบเทศ ประดับกระเบื้องสี เป็นลวดลายเครือเถาหรือประดับตุ๊กตาประกอบเขามอ
ส่วนกรอบหน้าบันไม่ติดช่อฟ้ารวย นาคสะดุ้ง และหางหงส์ แต่ปั้นรูปเป็นรวยหน้ากระดาน คล้ายปั้นลมหางปลา ซึ่งทั้งหมดนี้คือรายละเอียดต่างๆ อันเป็นแบบ “กระบวนจีน” ของพระอุโบสถที่เรียกว่า “วัดนอกอย่าง” ซึ่งมีพัฒนาการต่อเนื่องมาจากพระอุโบสถแบบ “ทรงวิลันดา” ดังตัวอย่างภาพลายเส้นของวัดสิงห์ กรุงเทพฯ (ซึ่งเพิ่งถูกทำลายดัดแปลงไปเมื่อเร็วๆ นี้เอง) และวัดหลวง จังหวัดอ่างทอง อันแสดงให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ทางงานช่างของไทยและเทศ
โดยที่บริเวณหน้าบัน วัดหลวง จังหวัดอ่างทองนั้น ยังเหลือภาพหน้าบันอันสวยงามแบบศิลปะไทย-จีน อันสวยงาม ที่เหลือแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งน้อยคนนักจะรู้จัก ซึ่งบริเวณโดยรอบพระอุโบสถ ยังพบใบเสมาหินทราย และถ้วยกระเบื้องสีจากประเทศจีนประดิษฐานไว้อย่างสวยงาม ซึ่งเป็นวัดที่หลงเหลืออยู่ หลังจากวัดสิงห์ กรุงเทพฯ เพิ่งถูกทำลายดัดแปลงไปเมื่อเร็วๆ นี้เอง
ภาพ-ข่าว สุรชัย ผลจันทร์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อ่างทอง
