- 14 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เกษตรกรชาวนา ในหลายพื้นที่ ของจังหวัดยโสธร ต่างก็ได้หนีปัญหาภัยแล้ง หันมาประกอบอาชีพเสริม ด้วยการปลูกมันสำปะหลัง ในนาข้าวของตนเองที่มีอยู่ แทนการทำนาปรัง ซึ่งเป็นพืชที่ต้องใช้น้ำเป็นจำนวนมาก กว่าพืชชนิดอื่น ที่สำคัญเสี่ยงต่อการขาดทุน หากแหล่งน้ำธรรมชาติ เกิดแห้งขอดลง
เช่นเดียวกับ ครอบครัวของนายสยาม และนางพันธุ์ทิพย์ ขันเงิน สองสามี-ภรรยา เกษตรกรชาวนา บ้านเลขที่ 210 หมู่ 2 ตำบลหนองคู อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร หนีปัญหาภัยแล้ง หันมาปลูกมันสำปะหลังในนาข้าว แทนการทำนาปรัง ในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งข้าวนาปรังเป็นพืชที่ใช้น้ำเป็นจำนวนมาก เสี่ยงต่อการขาดทุน หากปริมาณน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ เกิดแห้งขอดลง จึงพากันหันมาสร้างรายได้เสริม ด้วยการปลูกมันสำปะหลังในนาข้าว จำนวน 4 ไร่ ที่ตนเองมีอยู่ เนื่องจากช่วงนี้ราคารับซื้อมันสำปะหลัง ในพื้นที่ขยับตัวสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 2.15 บาท จากเดิมมีราคารับซื้ออยู่ที่เพียงกิโลกรัมละ 1 บาทเท่านั้น ดังนั้นจึงส่งผลทำให้เกษตรกรชาวนา ต่างหันมาปลูกมันสำปะหลัง ในนาข้าวของตนเองปีนี้กันเพิ่มมากขึ้น หลังราคาผลผลิตขยับตัวสูงขึ้น ที่สำคัญใช้ระยะเวลาในการปลูกเพียง 5-6 เดือนเท่านั้น เกษตรกรสามารถนำผลผลิตออกมาขายได้ทันที หลังจากนั้นก็ลงมือเพาะปลูกข้าวนาปีต่อไป โดยไม่ให้รายได้ขาดมือ
นายสยาม ขันเงิน กล่าวว่า การปลูกมันสำปะหลังในนาข้าว เกษตรกรชาวนา ไม่ต้องหาน้ำเข้ามาสร้างความชุ่มชื้น ให้กับพื้นที่เพาะปลูก เหมือนกับพืชชนิดอื่น เนื่องจากในดินตามทุ่งนามีความชื้นอยู่แล้ว จึงสะดวกสบายต่อเกษตรกรชาวนา ที่งดการทำนาปรัง หันมาปลูกมันสำปะหลังในนาข้าวแทน การดูแลรักษาก็แสนง่าย เพียงเร่งการใช้ปุ๋ยมูลสัตว์และเคมีให้อาหารทางโคนต้น ควบคู่กับการฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพ เพื่อเร่งการเจริญเติบโต ให้กับต้นมันสำปะหลัง ซึ่งปริมาณผลผลิต ที่คาดว่าจะได้รับปีนี้ ได้ไม่ต่ำกว่า 3-4 ตันต่อไร่อย่างแน่นอน ซึ่งปีนี้ราคาซื้อขายเริ่มขยับตัวสูงขึ้น จากหลายปีที่ผ่านมา จึงทำให้ชาวนาในหลายพื้นที่ ตื่นตัวงดทำนาปรัง หันมาปลูกมันสำปะหลังในนาข้าว กันมากขึ้น
ข่าว/ภาพ ไพรทูล บุญมา จ.ยโสธร
