- 15 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 15 มกราคม 61 ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา นาย วิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายอำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมา และ ชาวบ้านซึ่งได้รับผลกระทบจากการตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูง ฯ และ ตัวแทนจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.สีคิ้ว แขวงทางหลวงชนบทนครราชสีมา ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา อำเภอสิคิ้ว ได้ร่วมกันหารือ กรณีที่ ชาวบ้านได้มาร้องขอความเป็นธรรม เรื่องการตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงผ่านกลางหมู่บ้านวังโรงน้อย ต.กฤษณา อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ในสายทาง นม.3059 แยกทางหลวงหมายเลข 201 บ้านห้วยบง ต.ห้วยบง อ.ด่านขุนทด ซึ่งกรมทางหลวงชนบท ได้อนุญาตให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ดำเนินการก่อสร้างได้ตามรูปแบบที่ขออนุญาต ซึ่งเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 เวลา 13.40 น. กลุ่มราษฎรบ้านวังโรงน้อย หมู่ที่ 4 ต.กฤษณา อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้มายื่นหนังสือร้องเรียนขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อน กรณี บริษัทกฤษณา วินด์ จำกัด และบริษัทกรีโนเวชั่น เพาเวอร์ จำกัด ได้ปักเสาไฟฟ้าแรงสูงทั้งสองฝั่งถนนที่ผ่านหมู่บ้าน/ชุมชน ซึ่งมีลักษณะแคบ กลกุ่มผู้ร้องเกรงว่าหากเกิดเหตุเสาไฟฟ้าล้ม จะได้รับอันตรายในชีวิตและทรัพย์สิน ต่อมากลุ่มราษฎรได้ขอให้บริษัทฯ ชี้แจงรายละเอียดและความเป็นมาของโครงการฯ พร้อมทั้งยื่นข้อเสนอให้บริษัทฯปักเสาไฟฟ้าแรงสูงด้านเดียวของถนน แต่กลับมีกลุ่มบุคคล ประมาณ 20 คน เข้าไปข่มขู่กลุ่มราษฎร ทำให้เกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย จึงได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอสีคิ้ว ต่อมาวันที่ 19 ธันวาคม 2560 กลุ่มราษฎรบ้านวังโรงน้อย หมู่ที่ 4 ต.กฤษณา อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้เดินทางมายื่นร้องเรียนร้องทุกข์ ขอความช่วยเหลือด้านกฎหมาย ต่อศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากถูก บริษัท อาร์ เอส เอส 2016 จำกัด ฟ้องกลุ่มราษฎรรวม 9 คน ต่อศาลจังหวัดสีคิ้ว ในข้อหาหรือฐานความผิด ละเมิด ขับไล่ ห้ามรบกวนสิทธิ์ ซึ่งเรียกค่าเสียหายจำนวน 7,838,610 บาท ซึ่งงเรื่องดังกล่าว ทาง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา ได้มีการพิจารณาแล้ว เห็นควรให้ดำเนินการ ดังนี้คือ 1.ให้แจ้งแขวงทางหลวงชนบทนครราชสีมา ทบทวนพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวอีกครั้ง เนื่องจากยังไม่ตรงกับที่กลุ่มผู้ร้องขอให้แก้ไขปัญหา ด้วยการขอให้บริษัทฯปักเสาไฟฟ้าแรงสูงด้านเดียวของถนน 2.แจ้งสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย และการบังคับคดี จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ร้องด้านกฎหมายต่อไป และข้อ 3.ให้เชิญผู้ร้องและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมประชุมหารือเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันในวันที่ 16 มกราคม 2561 ( ซึ่งเป็นที่มาของการร่วมหารือในวันนี้ 15 มกราคม 2561 สืบเนื่องมาจาก นาย วิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา มีความเป็นห่วงพี่น้องราษฎรที่ต้องได้รับความเดือดร้อนโดยเฉพาะกับชาวบ้านที่หวั่นว่าไม่ได้รับความปลอดภัยจากกรณีดังกล่าว และเดินทางมาติดตามเรื่องหลายครั้ง )
ชาวบ้านผู้ที่ได้รับผลกระทบรายหนึ่ง กล่าวว่า วันนี้ตนเองรวมทั้งชาวบ้านซึ่งเป็นผู้ร้อง ได้เดินทางมาร่วมหรือจากกรณีเรื่องการตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงผ่านกลางหมู่บ้านวังโรงน้อย ต.กฤษณา อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ในสายทาง นม.3059 แยกทางหลวงหมายเลข 201 ซึ่งเรื่องนี้ชาวบ้านไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าจะมีการตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงผ่านหมู่บ้าน ซึ่งตั้งทั้งสองฝั่งถนน ที่สำคัญชาวสบ้านเป็นห่วงมากว่าผละกระทบที่จะตามมา ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรบ้าง เพราะหวั่นเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย เหตุเพราะถนนที่ปักเสาไฟฟ้าก็แคบ แถมรถบรรทุกวิ่งผ่านเย่อะและที่ผ่านมาเคยนำเรื่องยื่นร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรมทั้งที่อำเภอและที่จังหวัดแล้ว เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับชาวบ้าน เพราะหากมีการตั้งเสาไฟฟ้าอย่างนี้ในอนาคตไม่มีทางที่จะพัฒนาอย่างอื่นได้ โดยเฉพาะเรื่องของการทำรางระบายน้ำ และเรื่องนี้ที่ผ่านมาก็เคยมีชายชุดดำมาข่มขู่ชาวบ้านด้วย ทำให้ชาวบ้านเกรงกลัวว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย จึงได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอสีคิ้ว มาแล้ว
ด้าน นาย วิเชยร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จากการหารือวันนี้มีประเด็นสำคัญคือ ชาวสบ้านเห็นว่าหากมีการตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงทั้งสองฝั่งถนนนั้น จะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยกับพี่น้องประชาชน เพราะหากมีรถยนต์วิ่งผ่านเป็นจำนวนมาก อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้หากรถยนต์ไปชนกับเสาไฟฟ้าแรงสูง เพราะถนนมีความแคบ ซึ่งจากการหารือกันในวันนี้เอง ทางพี่น้องประชาชนเองก็ได้มีข้อเสนอว่าอยากให้มีการตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่ที่อ้อมไปทางหมู่บ้าน หรือไม่ก็ขอให้เอาไฟฟ้าลงใต้ดินไปเลย ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ทางจังหวัดจะได้นำเรื่องเสนอไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่เป็นผู้ออกแบบ ในส่วนกลางต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ตนเองได้แจ้งไปยังพี่น้องชาวบ้าน ว่าเรื่องนี้จะมีปัญหาที่ว่าเรื่องของผู้รับจ้างเองก็ต้องทำตามสัญญาจ้าง ซึ่งต้องทำตามกำหนดเวลาภายในเดือนกุมภาพันธ์ นี้ ซึ่งตนเองเกรงว่า ชาวบ้านอาจจะไม่ได้รับการพิจารณา ด้วยเหตุผลของระยะเวลาที่เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงเสนอว่าหากพี่น้องชาวบ้านเองมีข้อเสนอมาตรการเพื่อรักษาความปลอดภัยในเขตชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การสร้างกราดเรนท์กันชน หรือการติดตั้งสัญญาณไฟแดง หรือการทำถนนลดความเร็ว โดยขอให้พี่น้องชาวบ้านไปพูดคุยกันอีกครั้ง ว่าจะมีข้อเสนอแนวทางอื่นหรือไม่ แล้วนำมาแจ้งตนเองอีกครั้ง ส่วนกรณีที่ชาวบ้านอ้างว่ามีการข่มขู่นั้น ตนเองได้แจ้งและกำชับไปยังทางผู้รับจ้างและทางการไฟฟ้าฯแล้วว่า ทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย และขอให้ดูแลความปลอดภัยของชาวบ้านที่อ้างว่า ไม่ได้รับความปลอดภัย หรือเกรงกลัวว่าจะมีผู้มีอิทธิพลไปข่มขู่ ซึ่งตนเองได้แจ้งชาวบ้านไปแล้วว่าหากมีการขมขู่ก็ขอให้ชาวบ้านถ่ายคลิปภาพมาให้ ตนเองจะดำเนินการตามกฎหมายเอง และขณะเดียวกันก็ได้กำชับกับทางนายอำเภอและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ลงไปดูแลพี่น้องชาวบ้านด้วย
ขอบคุณภาพ จากชาวบ้าน
ภาพ/ข่าว ไพฑูรย์ ดาบพิมาย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา
