ฉาวโฉ่สีกากี..!! ลุงโร่พบสื่อ เผยโดนตร.ขู่ทำร้าย กรณีร้องกระทรวงยุติธรรม แถมเรียกรับเงินไถ่รถจยย. แฉซ้ำยังมีอีกหลายคดี ที่ชาวบ้านถูกรังแก!?

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 15 มกราคม 2561 ที่สมาคมสื่อภูมิภาคจังหวัดชุมพร นายวิรัน ชูกลาง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร (ส.อบจ.ชุมพร) เขต อ.ท่าแซะ ได้พา นายสอน ปลื้มใจ อายุ 53 ปี อาชีพรับจ้าง อยู่บ้านเลขที่ 377 หมู่ 7 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เข้าขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน โดยมีชาวบ้านในพื้นที่ ต.สองพี่น้องกว่า 50 คน เดินทางมาให้กำลังใจ


ฉาวโฉ่สีกากี..!! ลุงโร่พบสื่อ เผยโดนตร.ขู่ทำร้าย กรณีร้องกระทรวงยุติธรรม แถมเรียกรับเงินไถ่รถจยย. แฉซ้ำยังมีอีกหลายคดี ที่ชาวบ้านถูกรังแก!?


ฉาวโฉ่สีกากี..!! ลุงโร่พบสื่อ เผยโดนตร.ขู่ทำร้าย กรณีร้องกระทรวงยุติธรรม แถมเรียกรับเงินไถ่รถจยย. แฉซ้ำยังมีอีกหลายคดี ที่ชาวบ้านถูกรังแก!?

 

ฉาวโฉ่สีกากี..!! ลุงโร่พบสื่อ เผยโดนตร.ขู่ทำร้าย กรณีร้องกระทรวงยุติธรรม แถมเรียกรับเงินไถ่รถจยย. แฉซ้ำยังมีอีกหลายคดี ที่ชาวบ้านถูกรังแก!?


ฉาวโฉ่สีกากี..!! ลุงโร่พบสื่อ เผยโดนตร.ขู่ทำร้าย กรณีร้องกระทรวงยุติธรรม แถมเรียกรับเงินไถ่รถจยย. แฉซ้ำยังมีอีกหลายคดี ที่ชาวบ้านถูกรังแก!?


นายวิรัน กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 นายเอก หรือนายสันติ ทิพย์มั่น อายุ 20 ปี เป็นบุตรบุญธรรมของนายสอน ได้ก่อคดีลักทรัพย์เป็นเงินจำนวน 5,000-6,000 บาทของนางสุพรรษา (ไม่ทราบนามสกุล) ในพื้นที่หมู่ 7 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ แต่ขณะนั้นตำรวจยังไม่สามารถจับกุมนายเอกได้ แต่ตำรวจสายตรวจ สภ.สลุย ชื่อ “ดาบแมว” (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) ได้มายึดรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ ทะเบียน ขจน 390 ชุมพร ซึ่งเป็นชื่อของนายสอนที่จอดไว้ที่บ้าน นำไปไว้ที่ สภ.สลุย พร้อมทั้งตะโกนบอกว่า “หากอยากได้รถคืนก็ให้จ่ายเงิน 6,000-7,000 บาท” แต่ไม่มีการลงบันทึกประจำวัน เพราะไม่ใช่รถที่ใช้ในการกระทำความผิด ต่อมาในวันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2560 นายสอนไปติดต่อขอรถจักรยานยนต์คืนแต่ไม่พบรถจักรยานยนต์ที่ สภ.สลุย วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 นายสอนจึงแจ้งความที่ สภ.สลุยว่ามาขอรับรถแต่ไม่มีรถ หลังจากนั้น ปรากฏว่ามีคนโทรศัพท์มาข่มขู่นายสอนให้ระวังตัวไว้ นายสอนจึงมาปรึกษาตนว่าจะทำอย่างไรดี เพราะเกรงจะได้รับอันตราย ตนจึงพานายสอนไปร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร พร้อมทำหนังสือร้องเรียนไปที่ตำรวจภูธรภาค 8 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักนายกรัฐมนตรีตู้ ปณ.1111 ด้วย

 

ฉาวโฉ่สีกากี..!! ลุงโร่พบสื่อ เผยโดนตร.ขู่ทำร้าย กรณีร้องกระทรวงยุติธรรม แถมเรียกรับเงินไถ่รถจยย. แฉซ้ำยังมีอีกหลายคดี ที่ชาวบ้านถูกรังแก!?


ฉาวโฉ่สีกากี..!! ลุงโร่พบสื่อ เผยโดนตร.ขู่ทำร้าย กรณีร้องกระทรวงยุติธรรม แถมเรียกรับเงินไถ่รถจยย. แฉซ้ำยังมีอีกหลายคดี ที่ชาวบ้านถูกรังแก!?

 

“ประมาณวันที่ 2 ธันวาคม 2560 หลังจากผมพานายเอกเข้ามอบตัวและได้รับการประกัน นายสอนก็ได้รับรถคืนโดยมีการลงบันทึกประจำวันย้อนหลังไปวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 ว่านายสอนได้รับรถคืนแล้ว จากนั้นทางกระทรวงยุติธรรมโดย นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ส่งหนังสือแจ้งผลการพิจารณา ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2560 โดยระบุว่าได้ส่งเรื่องให้ตำรวจภูธรภาค 8 เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้ว แต่อีก 3 หน่วยงานยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ นอกจากนั้น ยังมีผู้หวังดีมาบอกว่า ผมเข้ามาช่วยเหลือนายสอนแบบนี้ให้ระวังตัวเอาไว้อาจได้รับอันตรายไปด้วย” นายวิรัน ชูกลาง

นายสอน กล่าวว่า ตนมีอาชีพรับจ้าง หาเช้ากินค่ำไปวันๆ มีกัน 3 คนพ่อ แม่ และลูกบุญธรรม และบ้านพักของตนก็อยู่ในสวนห่างไกล จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย เพราะตนไม่มีเงิน 6,000-7,000 บาทจ่าย แต่ได้รับรถคืนมาแล้ว จึงอยากให้ผู้ใหญ่ในจังหวัดชุมพรและในสำนักงานตำรวจแห่งชาติรับประกันความปลอดภัยให้ตนและครอบครัวด้วย พร้อมอยากให้สื่อมวลชนรับทราบว่า ตนไม่เคยมีความขัดแย้งกับใคร หากตนเป็นอะไรไปก็ต้องมาจากสาเหตุนี้ เพราะจากนี้คิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องตั้งกรรมการสอบสวนตำรวจที่ถูกตนร้องเรียน

นายวิรัน กล่าวในตอนท้ายอีกครั้งว่า ในฐานะที่ตนเป็น ส.อบจ.ชุมพรในพื้นที่ ต.สองพี่น้อง ต.สลุย อยากขอให้ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร และ ตำรวจภูธรภาค 8 ส่งคนลงมาดูสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่ต้องพึ่งพาตัวเองเพราะหวังพึ่งตำรวจไม่ได้ด้วย เนื่องจากมีตำรวจระดับสูงในพื้นที่บางคนใกล้เกษียณอายุราชการ จึงทำงานไปวันๆ เท่านั้น ไม่ได้สนใจความเดือดร้อนของชาวบ้านอย่างจริงจัง เมื่อมีลูกน้องไปเรียกรับเงินจากชาวบ้าน ผู้บังคับบัญชาควร อาทิ ผกก.จะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย และตำรวจที่ถูกร้องเรียนควรถูกย้ายออกนอกพื้นที่ด้วย เพราะคนมีกฎหมายในมือและพกพาอาวุธปืนได้ อาจแกล้งยัดข้อหาคนที่มีความขัดแย้งกับตนเองได้ และต้องยอมรับว่า ณ เวลานี้ ชาวบ้านต้องอดทนอดกลั้น แต่ถ้ายาวนานกว่านี้ไป อาจถึงขั้นรวมตัวกันขับไล่ออกนอกพื้นที่
 

 

ภาพ/ข่าว พงศกร นวนละมัย  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชุมพร