- 16 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบท ที่ถ้ำไวกิ้ง เกาะพีพี จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ไม่ส่งผลกระทบการท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวยังคง เดินทางขึ้นเรือโดยสาร เพื่อไปท่องเที่ยวทางทะเล ในจ.กระบี่จำนวนมาก บรรยากาศคึกคัก เนื่องจากยังเชื่อมั่นในการดูแลความปลอดภัย ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เรียกผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวเพิ่มมาตรการความปลอดภัย ทั้งก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุเพื่อสร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยว
วันที่ 16 ม.ค.61 แม้ทะเลเกาะพีพี จะเกิดเหตุเรือสปีดโบทนำเที่ยวเกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้กลางทะเล เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีนได้รับบาดเจ็บหลายราย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ทราบเรื่องและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ก็ไม่ได้วิตกกังวล ยังคงเชื่อมั่นการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางท่องเที่ยวกันตามปกติ
ขณะที่นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารรา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ เข้าตรวจสอบความเรียบร้อย บริเวณท่าเทียบเรืออุทยานแห่งชาติฯ และบริเวณชายหาดนพรัตน์ ธารา และหาดอ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ กำชับกับตันเรือ คนเรือและไกด์นำเที่ยว ในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เรือทุกลำจะต้องบรรทุกเกินที่กำหนด เรือทุกลำต้องมีอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น เสื้อชูชีพ และถังดับเพลิงประจำเรือ จะต้องมี ก่อนออกเดินทางไปท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก
โดยนายวรพจน์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบท คิงโพไซดอน ที่หน้าถ้ำไวกิ้ง เกาะพีพี ต.อ่าวนาง เมื่อวันที่ 14 ม.ค.61 ที่ผ่านมา ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาลงเรือที่ท่าเทียบเรืออุทยานฯ เพื่อท่องตามเกาะแก่งต่างๆต่อเนื่อง ทั้งนี้นักท่องเที่ยวมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ และยังคงมั่นใจในการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่
ขณะเดียวกันที่ ห้องประชุมชั้น3 ศาลากลางจังหวัดกระบี่ พ.ต.ท.มล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้เชิญผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมหารือ เพื่อกำหนดมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็น3 ส่วน มาตรการก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมายิ่งขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจ นักท่องเที่ยว พร้อมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์กระจายข้อมูลข่าวสาร ในการทำหน้าที่ในการกระจายข่าวเหตุการณ์ ให้มีความถูกต้อง ผ่านระบบการสื่อสารต่างๆ ให้มีข้อมูลไปในทิศเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อน
ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กระบี่
