- 16 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ทุกภาคส่วนขานรับนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เพิ่มมาตราการด้านความปลอดภัยท่องเที่ยวทางทะเล ด้านผู้ว่าฯย้ำ 3 มาตราการ ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมายิ่งขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจ นักท่องเที่ยว หลังเกิดเหตุเรือสปีตโบทไฟไหม้กลางทะเล มีนักท่อเที่ยวได้รับบาดเจ็บหลายราย
วันที่ 16 มกราคม 2561 ที่ศาลากลางหลังใหม่จังหวัดกระบี่ พ.ต.ท.มล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เชิญทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวทุกประเภท
ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ร่วมประชุมหารือ เพื่อกำหนดมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็น3 ส่วน มาตรการก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมายิ่งขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจ นักท่องเที่ยว พร้อมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์กระจายข้อมูลข่าวสาร ในการทำหน้าที่ในการกระจายข่าวเหตุการณ์ ให้มีความถูกต้อง ผ่านระบบการสื่อสารต่างๆ ให้มีข้อมูลไปในทิศเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนก่อให้เกิดความเสียหาย
ด้านความคืบหน้าคดี พ.ต.ท.เชษฐพันธ์ วิชัยดิษฐ์ สวญ.สภ.เกาะพีพี กล่าวว่า อยู่ระหว่างการพิสูจน์เครื่องยนต์เรือซึ่งเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่เหลืออยู่ หาสาเหตุเรือเกิดไฟไหม้ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เรือ ขนาด250 ซีซี 3 เครื่อง สำหรับการตรวจสอบสาเหตุการระเบิดของเรือลำดังกล่าว ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบเครื่องยนต์ที่ลากมาอย่างละเอียดก่อน แต่เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเตรียมตั้งข้อหาประมาทกับคนขับเรือและพนักงานในเรือ เพราะหลังสอบปากคำทุกคนในเรือให้การตรงกันว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุคนขับเรือรู้ว่ามีกลิ่นน้ำมันลอยออกมา แต่ยังขับเรือต่อไป แม้จะพยายามหาสาเหตุของกลิ่นน้ำมัน แต่ตำรวจระบุว่า ในทางหลักการหากพบความผิดปกติและไม่สามารถแก้ไขได้ทันที ควรหาเรือมาสับเปลี่ยนนักท่องเที่ยวก่อน
ขณะที่ส่วนความเป็นไปได้สาเหตุที่จะทำให้เรือระเบิด จากข้อมูลก่อนหน้านี้ระบุว่า เรือระเบิดเพราะถังน้ำมันรั่ว ด้านผู้เชี่ยวชาญเรือสปีดโบ๊ต ระบุว่า โอกาสที่ถังน้ำมันจะรั่วแม้จะเป็นไปได้น้อย แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้น โดยปัจจัยที่จะทำให้ถังน้ำมันรั่ว นอกจากการเรือถูกคลื่นขนาดใหญ่ซัดเรือ ก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ หากผู้ดูแลเรือไม่ล็อคถังน้ำมันให้แน่นก่อนออกเดินเรือ ส่วนสาเหตุอาจเกิดจากสายน้ำมันรั่ว ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการไม่ดูแลรักษา หรือไม่ได้ซ่อมบำรุงเมื่อถึงเวลา
ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่เข้าตรวจสอบซากเรือ ระบุว่า การตรวจสอบสาเหตุเรือระเบิดยากพอสมควร เนื่องจากซากเรือส่วนใหญ่ลอยไปกับน้ำหมดแล้ว โดยเฉพาะตัวถังน้ำมัน สายน้ำมัน หรือสายไฟต่างๆ การตรวจสอบหลังจากนี้อาจต้องเทียบเคียงกับเรือที่ใกล้เคียงกัน
ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กระบี่
