- 18 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
หนุ่มวัย 36 ปี ผันตัวกลับจาก กทม.เปิดโรงงานขนาดเล็กผลิตแปรรูปยางพาราเป็นหมอน รองเท้าและอะไหล่รถสร้างมูลค่าให้กับยางพาราและรายได้ดี
วันที่ 18 มกราคม 61 ที่บ้านของนายวีระอนันต์ เกิดสุข อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 ม.1 ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ ซึ่งจบการศึกษาด้านการผลิตอุตสาหกรรม ได้เดินทางกลับบ้านเกิดที่ จ.กระบี่ หลังจากทำงานอยู่ที่ กทม.มาได้ระยะหนึ่ง พร้อมทั้งสร้างโรงเรือนข้างบ้าน ซื้อเครื่องจักรมือสองที่ใช้สำหรับผสมน้ำยาง เครื่องบีบอัด และเครื่องอบแห้ง มาเปิดเป็นโรงงานผลิตและแปรรูปสินค้าจากยางพารา โดยได้ร่วมกับพ่อแม่ และน้องสาวที่จบด้านการตลาด เริ่มผลิตมาได้นานกว่า 1 ปี มีสินค้าที่ผลิตได้เป็นหมอนประเภทต่างๆ จากยางพารา 100 เปอร์เซ็นต์ รองเท้ายางพารา และอะไหล่รถ ซึ่งปัจจุบันมีรายได้อย่างงาน ผลิตสินค้าไม่ทันต่อความต้องการของตลาด
นายวีระอนันต์ กล่าวถึงการเปิดโรงงานผลิตแปรรูปยางพาราว่า ตนมีความรู้ด้านเครื่องจักรกลและด้านเคมีในอุตสาหกรรม ซึ่งเรียนจบมาด้านนี้โดยตรง ก็เลยคิดว่าที่บ้านในจังหวัดกระบี่นั้น มียางพาราอยู่มาก ก็มีแนวคิดว่าต้องเปิดโรงงานผลิตแปรรูปเพื่อเป็นการสร้างมูลค่าให้กับยางพารา จึงได้กลับมาบ้านและเริ่มซื้อเครื่องจักรเก่ามาใช้ เช่นเครื่องปั่นน้ำยางเพื่อผลิตหมอน เครื่องบีบอัด เครื่องผสมเคมีกับยางแผ่น รวมเงินลงทุนไปกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งในแต่ละวันจะผลิตหมอนประเภทต่างๆ ได้ประมาณ 200 ใบ จำหน่ายในราคาใบละ 500 บาทภายใต้แบรน กระบี่ลาเท๊ก (krabilalex) รองเท้ายาง ซึ่งทาง สกย.ให้ผลิตคู่ละ 80 บาท และอะไหล่รถแล้วแต่ตามสั่ง ในแต่ละวันจะใช้น้ำยางข้นประมาณ 200-300 กิโลกรัม และยางแผ่นอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนรายได้นั้นถือว่าอยู่ได้อย่างสบาย
นายวีระอนันต์ กล่าวอีกว่า ตนนั้นพร้อมที่จะให้คำปรึกษากับทางเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรที่ต้องการผลิตเพื่อแปรรูปน้ำยางและยางแผ่นฟรี เนื่องจากปัจจุบันราคายางพาราตกต่ำ ที่ผ่านมาก็มีหลายหน่วยงานเข้ามาดูงาน ทั้งนี้การขยายโรงงานนั้นมีแนวคิดอยู่ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อม เพราะที่โรงงานตนนั้น ใช้แรงงานในครอบครัวเท่านั้น โดยมีทั้งการผลิตและจำหน่ายเอง
ที่ผ่านมา มีออเดอร์จากประเทศจีนสั่งสินค้าเข้ามาหลายบริษัท เมื่อรับออเดอร์แล้ว ก็ผลิตให้แต่ไม่นานก็มีคนมาดูงานที่โรงงาน บันทึกภาพถ่ายทำจากนั้นก็หายไปหลายครั้งแล้ว ซึ่งคงจะนำแนวทางที่ตนทำไปสร้างโรงงานเอง และตนก็ไม่คิดมาก จึงมองว่าหากเป็นคนไทยด้วยกันก็จะดีกว่าที่จะให้เกิดการสร้างงานขึ้น ส่วนช่องทางจำหน่ายนั้นปัจจุบัน เปิดเป็นร้านจำหน่ายอยู่ที่ห้างบิ๊กซี สาขากระบี่ โดยมีน้องสาวเป็นผู้ดูแลด้านการตลาด” นายอนันต์ กล่าว
ขณะที่นายสาคร เกี่ยวข้อง อดีต สส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การผลิตแปรรูยางพาราของครอบครัวนายวีระอนันต์นั้น ถือเป็นต้นแบบ ซึ่งควรที่หน่วยงานหรือกลุ่มวิสาหกิจต่างๆ ควรเข้ามาศึกษา เพื่อนำไปต่อยอด เพราะเป็นการช่วยให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้นได้
ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กระบี่
