- 18 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 18 ม.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางมายังท่าเทียบเรือต่าง ๆ ในจังหวัดพังงา เพื่อขึ้นเรือไปชมความงามภายในหมู่เกาะสิมิลัน โดยพบว่าในปีนี้มีท่าเทียบเรือเอกชนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก จนทำให้นักท่องเที่ยวภายในเกาะสิมิลันดูแน่นเกาะและเป็นปัญหาขยายวงกว้างจนเหล่านักวิชาการ ประชาชนชาวพังงา นักอนุรักษ์ รวมถึงผู้ประกอบการนำเที่ยว เริ่มหวั่นวิตกถึงสถานการของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจะส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมภายในหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้นักท่องเที่ยวไม่เดินทางมาจังหวัดพังงา
นางจตุพร ช่างเหล็ก ผู้ประกอบการทัวร์สิมิลัน กล่าวว่า ปัญหานักท่องเที่ยววันละ 4,000 – 5,000 คน ที่เดินทางลงเกาะสิมิลัน นับว่าเป็นปัญหาที่ต้องช่วยกันแก้ไข โดยตนเองมีความคิดเห็นว่าภาครัฐควรจะรับฟังคำแนะนำของชาวพังงาเองบ้างแทนที่จะแก้ปัญหาจากภาครัฐด้านเดียว และสภาพนักท่องเที่ยวปัจจุบันนี้มีความแออัดและถึงเวลาแล้วที่จะให้ประชาชนคนพังงาออกมาพูดออกมาคุยให้เป็นเสียงเดียวกันว่าต้องการให้บริหารจัดการอุทยานแห่งชาติในพื้นที่จังหวัดพังงาอย่างไร อยากจะให้เป็นความคิดความต้องการของคนพังงาโดยแท้จริง ก่อนที่จะนำไปสู่ทางอุทยานแห่งชาติรับไปจัดการหรือจะให้ผู้ประกอบการรับนโยบายจากอุทยานฯอีกที โดยปัจจุบันยังไม่มีการสอบถามความคิดเห็นของชาวพังงาเลย อันดับแรกคือทางกรมอุทยานฯ ต้องรับฟังคนพังงาว่าต้องทำอย่างไรกับทรัพยากรของจังหวัดพังงา ก่อนที่จะให้ผู้ประกอบการเข้าไปจัดการ เข้าไปดำเนินธุรกิจ ต้องรับฟังเสียงของคนพังงาว่าจะจัดการอย่างไร อยู่อย่างไรให้ยั่งยืน และเก็บสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด เนื่องจากปัจจุบันนี้ต่างคนต่างทำ อุทยานฯ เจ้าหน้าที่ก็ตั้งรับ ว่าผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยวจะเข้าพื้นที่วันละเท่าไหร่
ด้านนายบำรุง ปิยนามวาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา กล่าวว่า กรณีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในพื้นที่จังหวัดพังงาจำนวนมากนั้นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญ ส่วนปัญหาที่กระแสข่าวอยู่ขณะนี้นั้นคือ เกาะสุรินทร์ และเกาะสิมิลัน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก มีนักท่องเที่ยวเข้ามาชื่นชมเป็นจำนวนมาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา ก็เป็นห่วงธรรมชาติที่มีอยู่ควบคู่จังหวัดพังงา อยากเสนอแนะให้ทางอุทยานฯจำกัดจำนวนปริมาณบุคคลที่จะเข้าเขตแหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ได้จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวันว่าจะสามารถเดินทางเข้าไปได้เท่าไหร่ ดีกว่าไม่ควบคุมเอาแต่ปริมาณจำนวนมาก ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายกับปะการัง สิ่งแวดล้อม ที่อยู่ในทะเล และมีการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นในพื้นที่ติดกับแหล่งท่องเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆ ท้องถิ่นไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ที่เป็นเขตอุทยานฯได้แต่จะดูแลเรื่องขยะ ความสะอาด ซึ่งส่วนใหญ่จะพบว่าขยะต่างๆ จะทิ้งในเขตของท้องถิ่นแต่ละพื้นที่ซึ่งทาง อบจ.พังงา ได้ส่งอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร ในการกำจัดขยะเหล่านี้เป็นประจำ
