- 20 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
(20 ม.ค.)จากกรณีที่รัฐบาลโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพารา (วงเงิน 5,000 ล้านบาท) ซึ่งรัฐบาลเห็นชอบแนวทางปฏิบัติการสนับสนุนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้กลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน ในอัตราร้อยละ 0.49 ต่อปี โดยยอดประมาณการตลอดระยะเวลาโครงการฯ 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2558-2567) ซึ่งทางการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท.นำร่องโครงการ“นครศรีฯโมเดล” พัฒนาศักยภาพบุคลากรสวนยาง รองรับออเดอร์ส่งออกหมอนแบรนด์กลาง กยท.ตั้งเป้าปีละไม่ต่ำกว่า 200,000 ใบ สร้างมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท โดยเปิดกิจกรรม“เสวานาเพื่อการวิเคราะห์และแก้ปัญหากระบวนการผลิตหมอนยางพารา” ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราชร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. ,เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพาราในจังหวัดนครศรีธรรมราช 14 แห่งเข้าร่วมอบรมเสวนา ระหว่างวันที่ 19-20 ม.ค. 2561 พัฒนาศักยภาพบุคลากรและเทคโนโลยีการแปรรูปหมอนยางพารา ให้สามารถพัฒนามาตรฐานการผลิตให้ดียิ่งขึ้นรองรับการส่งออกสู่ตลาดโลกในอนาคตอันใกล้นี้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้นายสมศักดิ์ หนูทองอินทร์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.คลองเส อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช ตัวแทนจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตหมอนยางพารา อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเข้าร่วมโครงการอบรมเสวนา ฯ กล่าวว่า กระบวนการผลิตหมอนยางพารามีปัจจัยหลักคือน้ำยางขึ้น ซึ่งกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตหมอนยางพาราจะต้องซื้อน้ำยางขึ้นจากโรงงานผลิตน้ำยางขึ้น ซึ่งในพื้นที่มีโรงงานผลิตน้ำยางข้น 4-5 โรงงานแต่ละโรงงานจะรับซื้อน้ำยางสดจากเกษตรกรนไปผ่านกระบวนการผลิตเป็นน้ำยางข้น กลุ่มผู้ผลิตจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 700 บาทต่อการซื้อน้ำยางขึ้น 100 กก. ซึ่งหากทางกลุ่มวิสาหกิจกรรมชนแปรรูปหมอนยางพารามีโรงงานผลิตน้ำยางขึ้นเองก็จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ โดยการก่อสร้างโรงงานขนาด 6 หัวปั่นใช้งบประมาณ 15 ล้านบาท ทางเกษตรกรชาวสวนยางกลุ่มของตนได้รวมตัวกันกว่า 200 คนเพื่อร่วมกันก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำยางข้น โดยมีการแบ่งเป็นหุ้น ๆ และเรียกเก็บเงินจากสมาชิกมาได้แล้วจำนวนหนึ่ง ดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานตามขั้นตอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยังขาดงบประมาณในการก่อสร้างตัวโรงงานประมาณ 10 ล้านบาท อยู่ระหว่างการขอกู้เงินตามโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพารา (วงเงิน 5,000 ล้านบาท) ซึ่งรัฐบาลเห็นชอบแนวทางปฏิบัติการสนับสนุนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้กลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน ในอัตราร้อยละ 0.49 ต่อปี โดยยอดประมาณการตลอดระยะเวลาโครงการฯ 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2558-2567)
“อย่างไรก็ตามโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพาราของรัฐบาล สถาบันการเงินที่รับผิดชอบโครงการคือ ธกส. ซึ่งระเบียบขั้นตอน หลักฐาน แผนการก่อสร้าง แผนการดำเนินธุรกิจ การจ่ายคืนหนี้มันค่อนข้างยุ่งยากมาก ๆ ไม่แตกต่างจากการขอกู้ตามปกติ ทั้ง ๆ ที่เป็นโครงการของรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ที่ควรจะได้รับสิทธิพิเศษมากกส่าการกู้ตามปกติทั่ว ๆ ไป จนเชื่อว่าคงผ่านการอนุมัติให้กู้ยากมากและไม่น่าจะมีสถาบันเกษตรกรใดผ่านการอนุมัติตามโครงการของรัฐบาลได้ ดังนั้นโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพาราของรัฐบาล หากการกู้ยากเย็นขนาดนี้ผลประโยชน์ที่แท้จริงก็ไม่ได้ตกถึงมือเกษตรกรชาวสวนยางอย่างแท้จริง เพราะส่งเสริมให้แปรรูปผลผลิตจากยางพารา แต่เกษตรกรยังต้องซื้อน้ำยางขึ้นจากโรงงานยักษ์ใหญ่ 4-5 โรงผลประโยชน์ที่แท้จริงจึงตกอยู่กับโรงงานผลิตน้ำยางขึ้นมากกว่า”
นายสมศักดิ์ หนูทองอินทร์ กล่าวอีกว่า หากรัฐบาลต้องการจะช่วยชาวสวนยางจริง ๆ ควรจะอำนวยความสะดวกหรือให้สิทธิพิเศษในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้ง่ายกว่านี้ โดยตนมองว่าหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องควรจะสนับสนุนการลงทุนให้กลุ่มเกษตรกรในการสร้างโรงงานผลิตน้ำยางข้นขึ้นเองในแต่ละพื้นที่ ไม่ต้องไปซื้อน้ำยางขึ้นจากโรงงานยักษ์ใหญ่ นอกจากจะสามารถลดต้นทุนการผลิตได้แล้ว เรายังสามารถกำหนดราคาซื้อน้ำยางสดจากเกษตรกรเองได้ โดยอาจจะกำหนดซื้อสูงกว่าโรงงานยักษ์ใหญ่ กก.ละ1-2 บาท แต่ละโรงงานต้องการน้ำยางสดไปผลิตน้ำบางข้นวันละประมาณ 20 ตันหรือ 20,000 กก. ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรชาวสวนยางขายน้ำยางสดในราคาที่สูงขึ้น วิธีการนี้ทางโรงงานยักษ์ใหญ่ก็ต้องขึ้นราคารับซื้อน้ำยางสดจากเกษตรกรชาวสวนยางให้เท่าหรือมากกว่าโรงงานผลิตน้ำยางขึ้นของกลุ่มเกษตรกร เป็นการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำได้อย่างชัดเจน
“หากรัฐบาลสนับสนุนเงินทุนในลักษณะนี้ต่อไปปัญหาการรวมตัวประท้วงเรียกร้องขอความช่วยเหลือเรื่องราคายางพาราตกต่ำก็จะไม่เกิดขึ้นอีกในประเทศไทย แต่หากรัฐบาลไม่อำนวยความสะดวกหรือสนับสนุนเงินทุนในการสร้างโรงงานผลิตน้ำยางข้นก็อาจจะมีการรวมตัวประท้วงขอรับการสนับสนุนงบในเรื่องนี้แทน ซึ่งในเร็ว ๆ นี้ตนจะเดินทางเข้าพบนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อหารือและของบจังหวัดสนับสนุนการก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำยางข้น ไม่ต้องไปขอกู้จาก ธกส.ตามโครงการของรัฐบาลซึ่งผ่านการพิจารณายากมาก ๆ ” นายสมศักดิ์ กล่าวในที่สุด.
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
