- 21 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา07.00น.วันนี้(21ม.ค.) นายณพล พาหุมันโต ปลัดอำเภอ นำสมาชิกอาสารักษาดินแดนอำเภอสะเดา ที่ 3 ทำการลาดตระเวนโดยรถยนต์และเดินเท้า บริเวณชายแดนไทย – มาเลเซีย ช่วง กม. 1 – 10 เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของประเทศ ป้องกันการลักลอบนำเข้ายาเสพติด สินค้าหนีภาษี และการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง
ขณะทำการลาดตระเวนมาถึงราวสะพานท่อลอดถนนสายสำนักขาม-ปาดังเบซาร์ ช่วง กม.ที่ 7 ม. 4 บ้านทับโกบ สังเกตุเห็นมีกลุ่มคนพร้อมสัมภาระแอบซ่อนตัวอยู่ใต้ท่อลอด ประมาณ 8 – 10 คน จึงเข้าทำการตรวจสอบพบว่าเป็นชาวต่างชาติ
แต่จากการสอบถามไม่สามารถสื่อสารโดยใช้ภาษาไทย จึงได้ทำการตรวจค้นตัว ไม่พบหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต พบเพียงบัตรสีชมพู มีรูปถ่ายบุคคล และพิมพ์อักษรเป็นภาษาเมียนมาร์ จำนวน 8 บัตร ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นบัตรประจำตัวของผู้ถูกจับ จึงได้ควบคุมตัวมายังที่ว่าการอำเภอสะเดา เพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติมผ่านล่าม
หนึ่งในแรงงานสารภาพว่าพวกตนทั้ง 8 คนเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศพม่า ถือศาสนาคริสต์ เดินทางจากประเทศเมียนมาร์ผ่านเกาะสอง นั่งเรือเข้าประเทศไทยมาทางจ.ระนอง โดยมีนายหน้าไปรับและพาขึ้นรถยนต์กระบะ เดินทางมาที่ อ.สะเดาเพื่อที่จะเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย เนื่องจากมีญาติที่ได้ไปอยู่ประเทศมาเลเซียอยู่ก่อนหน้าแล้ว ส่วนการเดินทางจากจ.ระนองมายังจ.สงขลานั้น มีการรับ – ส่งและหยุดพักกันมาหลายช่วง แต่ไม่ทราบว่าเป็นที่ไหนบ้าง
และจุดสุดท้ายพวกตนถูกนำมาพักรอตั้งแต่กลางคืนของวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา โดยมีรถยนต์กระบะ สีดำมาส่ง เพื่อรอนายหน้ามารับข้ามไปยังประเทศมาเลเซีย ผ่านทางริมรั้วชายแดน แต่ถูกจับกุมเสียก่อน
และหากสามารถผ่านเข้าไปทำงานในมาเลเซียได้จะถูกหักเงินเป็นค่าเดินทาง 2,500 ริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 25,000 บาทให้กับนายหน้า
ทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้ง 8 คนนำส่งพนักงานสอบสวนเวรฯ สภ.สะเดาเพื่อสอบสวนขยายผลไปยังผู้นำพาทั้งต้นทางและปลายทางเนื่องจากเข้าข่ายการค้ามนุษย์
ภาพ/ข่าว นภาลัย ชูศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สงขลา
