- 21 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่คนร้าย 1 คนทำเนียนบุกชิงสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง จำนวน 2 “เป้าเฮงหลี 2” บ้านเลขที่ 65 ถนนเขาพนม หมู่ 2 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเย็นวานนี้ 16 ม.ค. 2561 โดยเจ้าหน้าท่าระดมกำลังไล่ล่าจับกุมตัว พร้อมตั้งจุดตรวจ จุดสกัดทั้วทุกเส้นทางแต่ไร้วี่แววของคนร้าย โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2560คนร้ายควงปืนบุกกจี้ร้านทองห้างทองจิราพร ม.7 ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้สร้อยคอทองคำหนัก 20 บาทหลบหนีไป ต่อมาตำรวจติดตามจับกุม ร.ต.ท.มีชัย ช่อสม รองสารวัตรสอบสวน สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้พร้อมของกลางรถ จยย.และเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ จนเป็นข่าวฉาวโฉ่ในวงการสีกากีส่งท้ายปี 2560 และหลังจากนั้นทาง พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้สั่งเพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยตามร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ ธนาคารร้านค้า จนกระทั้งมีคนร้ายบุกชิงสร้อยคอทองคำร้านขายทอง “เป้าเฮงหลี 2” อีกครั้งดังกล่าว พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 ได้เดินทางมา ที่ สภ.ทุ่งใหญ่ เรียกร่วมประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและได้กำชับให้เร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำร้านทอง “เป้าเฮงหลี 2” เพราะเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง ประกอบคำเป็นพื้นที่ที่เคยเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันนี้หลายครั้ง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(21 ม.ค.) ที่ ร.ต.ท.อุดม ธานีรัตน์ และ ร.ต.ท.ประสาร สุขกาย อดีต 2 อดีตรอง สว.สส.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งถือเป็นอดีตตำรวจสายสืบฝีมือดีที่เพิ่งเกษียณอายุราชการไปเมื่อปลายปี 2560 wfhเดินทางมาอาสาเข้ามาพบอดีตผู้บังคับบัญชาและเพื่อนตำรวจฝ่ายสืบสวนรุ่นน้องๆ เพื่อขออาสาสืบหาคนร้ายที่ก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำเส้นละ 2 สลึง จำนวน 2 เส้น น้ำหนักรวม 1 บาท จากร้านทอง “เป้าเฮงหลี 2” ในตลาด ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ เกิดเหตุเมื่อวันที่ 16 ที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้คนร้ายยังลอยนวล
โดยในเบื้องต้นพบว่าคนร้ายรายนี้ก่อเหตุถึง 2 ครั้งติด ๆ กันทั้งใน จ.กระบี่ และ จ.นครศรีธรรมราช ในเวลาห่างกันคนละวันเท่านั้น โดยคนร้ายก่อเหตุเย่ยกฎหมายโดยไม่ได้ปกปิดใบหน้าทำให้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านทอง อย่างชัดเจน อดีตสายสืบมือฉมังทั้ง 2 รายได้ติดตามข่าวความคืบหน้ามาตลอดและทนเห็นความอหังการของคนร้ายรายนี้ไม่ได้ และมีความรู้สึกเหมือนกับว่าคนร้ายจงใจเหยียดหยามไม่เกรงกลัวตำรวจ ทำให้สายเลือดตำรวจสายสืบที่ยังวิ่งพล่านอยู่ในตัวตลอดเวลา ทั้งสองจึงหารือกันว่าจะต้องทำอะไรสักอย่าง จึงเดินทางมาพบอดีตผู้บังคับบัญชาและตำรวจสายสืบรุ่นน้อง ๆ เพื่อขออาสาลงพื้นที่ใช้ความเก๋าของอดีตสายสืบช่วยสืบสวนควบคู่ไปกับสายสืบรุ่นน้อง ๆ
โดย ร.ต.ท.อุดม ธานีรัตน์ 1 ใน 2 อดีตตำรวจสายสืบฝีมือดี กล่าวว่า ตำรวจรุ่นร้อง ๆ เก่งในเรื่องการใช้เทคโนโลยีในการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย แต่ตนทั้งสองเก่งในการสืบสวนตามแบบฉบับตำรวจโบราณคือการมีสายข่าว มีมวลชนสัมพันธ์ มีพรรคพวกเพื่อนฝูงในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง คงสามารถจะช่วยเหลือทางราชการอย่างเต็มที่ เพราะขนาดคนร้าย ร.ต.ท.จี้ชิงทอง ที่ร้านทองใน ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ เมื่อช่วงเดือนธันวาคม ก่อนเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา คนร้ายปกปิดใบหน้ามิดชิด แต่ตำรวจก็ยังสอบสวนสืบสวนแกะรอยและใช้เวลาเพียง 2 วันเท่านั้นก็สามารถจับกุมตัวได้ แต่คนร้ายรายนี้ก่อเหตุได้เปิดเผยโฉมหน้าอย่างชัดเจนอย่างนี้จะปล่อยให้ลอยนวลได้อย่างไร ตนและ ร.ต.ท.ประสาร สุขกาย มีความมั่นใจในการทำงานช่วยราชการช่วยบ้านเมืองให้มีความสงบเรียบร้อยและคาดว่าจะจับกุมตัวผู้ต้องหาชิงทองรายนี้มาดำเนินคดีได้ในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน ร.ต.ท.อุดม ธานีรัตน์ กล่าวอย่างมั่นใจในที่สุด.
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
