- 22 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นายยินดี สวัสดี เจ้าของฟาร์มผึ้งวัฒนะ จังหวัดชุมพร เกือบ 300 ลัง มาเลี้ยงในสวนลิ้นจี่ของนายสนธยา ตันติรักษ์ ชาวสวนลิ้นจี่ ในตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อช่วยในการผสมเกสรลิ้นจี่ พบว่าผึ้งยังคงตื่นกับสภาพแวดล้อมใหม่ ทำให้ยังไม่ยอมออกไปหาน้ำหวาน จึงต้องใช้เวลาปรับตัวประมาณ 2 วันจึงจะออกจากรังทำหน้าที่ผสมเกสรให้กับดอกลิ้นจี่ได้
นายสนธยา กล่าวว่า ลิ้นจี่ในจังหวัดสมุทรสงครามซึ่งมีประมาณ 7,500 ไร่ ไร่ออกดอกเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากติดผลหมดจะทำให้ได้ผลผลิตกว่า 4 พันตัน ดังนั้นจึงต้องนำผึ้งมาเลี้ยงในสวนเพื่อให้ผึ้งบินออกไปหาน้ำหวานดอกลิ้นจี่ ซึ่งจะทำให้เกสรติดตัวของผึ้งไปผสมเกสรยังดอกลิ้นจี่ต้นอื่น
อย่างไรก็ตามแม้ต้นลิ้นจี่จะออกดอกเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังคงต้องติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด รวมถึงในช่วงนี้ขอให้เกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ให้ความร่วมมือกับผู้เลี้ยงผึ้ง จัดหาสถานที่พัก กำหนดตำแหน่งที่วาง ดูแลความปลอดภัยของผึ้งไม่ให้ถูกขโมย อีกทั้งงดใช้สารเคมีในสวนเพราะจะทำให้ผึ้งที่ปล่อยออกไปตายได้ และจะไม่มีพาหนะในการผสมเกสรให้กับดอกลิ้นจี่ในสวนของเกษตรกรเอง
นายยินดี สวัสดี เจ้าของฟาร์มผึ้งวัฒนะ จังหวัดชุมพร กล่าวว่าการนำผึ้งมาปล่อยในสวนลิ้นจี่ถือว่าเป็นการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างเจ้าของสวนลิ้นจี่กับเจ้าของผึ้ง เนื่องจากเจ้าของสวนลิ้นจี่จะได้ผึ้งมาช่วยผสมเกสร ส่วนผู้เลี้ยงผึ้งจะได้น้ำผึ้งลิ้นจี่ที่จะมีรสชาดหวานหอมเฉพาะของลิ้นจี่
สำหรับผึ้งที่นำมาปล่อยนำมาจากจังหวัดชุมพร ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์จากประเทศออสเตรเลีย อีตาลี เนื่องจากเป็นผึ้งที่เลี้ยงง่ายไม่ดุร้าย,ตัวใหญ่ เหมาะแก่การบินไปเก็บน้ำหวานในภูมิประเทศบ้านเรา ที่สำคัญคือ ไม่ทิ้งรัง ผิดกับผึ้งของไทยที่มักจะย้ายรังหรือทิ้งรังทันทีหากถูกรบกวน จึงไม่เหมาะแก่การนำมาเลี้ยงแบบพัฒนา
ภาพ/ข่าว นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สมุทรสงคราม
