- 22 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 22 มกราคม 61 ที่หอประชุมสารสิน ตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ร่วมกันนำข้าราชการตำรวจ ทุก สภ.ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3 ทุกฝ่าย มาทำการตรวจปัสสาวะ หาสารเสพติด พร้อมทั้งได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดทุกแห่ง แจ้งข้าราชการตำรวจทุกนายเข้าร่วมโครงการฯ และกำหนดให้ดำเนินการพร้อมกันในวันนี้ โดยกำหนดให้สถานีตำรวจภูธรในสังกัด ดำเนินการ ณ ที่ตั้ง สำหรับข้าราชการตำรวจฝ่ายอำนวยการ กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา รวมจำนวน 714 นาย ดำเนินการ ณ หอประชุมสารสิน ตำรวจภูธรภาค 3 โดยมี พ.ต.อ.ปวริศ บุญสุทธิ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้กล่าวรายงานฯ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามโครงการ "ตำรวจสีขาว" เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น และศรัทธาต่อการปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งโครงการดังกล่าวยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการควบคุม และเสริมสร้างความประพฤติ ไม่ให้ข้าราชการตำรวจ เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีจริยธรรม และจรรยาบรรณในการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
ด้าน พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวว่า สำหรับโครงการ "ตำรวจสีขาว" เป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาล และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นโดยตรงหรือโดยอ้อม ดังนั้นในส่วนของตำรวจภูธรภาค 3 จึงได้ดำเนินการโครงการดังกล่าวฯ ซึ่งจะดำเนินการด้วยความรวดเร็วภายใน 15 วัน และภายในอาทิตย์นี้จะดำเนินการให้ครบทุกจังหวัด โดยวันนี้ได้เริ่มดำเนินการที่หอประชุมสารสิน ตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมทั้งอีก 55 สถานีตำรวจ ทั่วจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ต้องไม่เป็นทั้งผู้เสพและผู้ค้า ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม รวมทั้งต้องไม่มีเรื่องของการไปเรียกรับผลประโยชน์ หรือปล่อยปละละเลย ปัญหายาเสพติดด้วย ซึ่งมาตรการต่างๆนี้ต้องทำอย่างเฉียบขาด รวมทั้งเรื่องของการสกัดกั้นยาเสพติดด้วย นอกจากนั้น ทางตำรวจภูธรภาค 3 ยังได้มีการประสานงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ตามโครงการชุมชนเข้มแข็ง ประชารัฐร่วมใจ ที่จะดำเนินการลดการระบาดในพื้นที่ซึ่งจะมีการดำเนินการทั่วประเทศ
พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนการข่าวในเชิงลึกนั้น ต้องยอมรับว่าในอดีตที่ผ่านมาก็มีบ้าง และตั้งแต่มีการดำเนินการและมีการส่งสัญญาณให้ทราบแล้วว่า หากมีการจับได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ใดเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการไปตามกฎหมายทันที ทั้งทางอาญาและทางวินัย อย่างเข้มงวด และหากมีการสืบทราบเองทางหัวหน้าสถานีก็ต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน นอกจากการดำเนินโครงการ"ตำรวจสีขาว" แล้ว ในเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากทราบว่าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายโดยเฉพาะการพนัน หากมีการสืบทราบก็จะดำเนินการไปตามกฎหมายด้วยไม่มีเว้น และหากผู้ใดทราบข้อมูลก็สามารถแจ้งที่ตนเองได้ เพราะตนเองได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายในสังกัดแล้วว่า ห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และอบายมุขอื่นที่ผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะที่ผ่านมาทาง ผบ.ตร.เองก็ได้ย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องไม่ไปข่มแหงประชาชนอย่างเด็ดขาด ส่วนสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ภาค 3 โดยรวมนั้น ในรอบไตรมาสสมาเดือนที่ผ่านมา พบว่ามีการจับยาเสพติดได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวยาเสพติด และตัวบุคคล ได้เกินกว่า 70 % ซึ่งเรื่องนี้จะมีการหารือกันในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง
ไพฑูรย์ ดาบพิมาย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา
