- 25 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 25 มกราคม 2561 นางระนอง จรุงกิจกุล เกษตรจังหวัดกระบี่ เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริกให้เฝ้าระวังเพลี้ยไฟพริก เนื่องจากช่วงนี้อากาศเย็น และอากาศแห้งแล้ง เหมาะต่อการระบาดของเพลี้ยไฟ โดยเพลี้ยไฟเป็นแมลงขนาดเล็ก ลำตัวแคบ มีความยาวประมาณ 1- 2 มิลลิเมตร ตัวเต็มวัยมีสีน้ำตาลปนเหลือง ขอบปีกมีขนเป็นแผง เพลี้ยไฟมักชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ขณะหากินไม่ชอบเคลื่อนย้ายตัว และเมื่อมีการกระทบกระเทือนจะเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก
ทั้งนี้ลักษณะเข้าทำลาย เพลี้ยไฟทั้งตัวอ่อนและตัวแก่จะดูดกินน้ำเลี้ยงจากส่วนต่างๆ ที่กำลังเจริญ เช่น ใบอ่อน ยอดอ่อน ดอก โดยอาจจะทำลายพริกได้ตั้งแต่หลังจากย้ายกล้าปลูกได้ประมาณ 1 เดือน แต่ถ้ามีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมก็อาจเกิดได้ทุกระยะของการเจริญเติบโต เพลี้ยไฟตัวแก่มักชอบทำลายใบอ่อนที่เพิ่งแตกใหม่ และใบรองลงมา ใบแก่ที่ถูกทำลายจะแสดงอาการหงิกงอ มีแถบสีน้ำตาลอยู่ด้านใต้ใบอย่างเห็นได้ชัด
ในใบอ่อนที่ปลายใบจะเป็นสีน้ำตาล และปลายใบแหลม ขอบใบม้วนหงิกงอขึ้นบน และถ้าเกิดขึ้นในระยะที่พริกกำลังติดผลอ่อน จะทำให้แคระแกรน บิดเบี้ยว มีแถบสีน้ำตาลปรากฏขึ้นให้เห็นและจะไม่มีการเจริญเติบโตต่อไป นอกจากนี้เพลี้ยไฟยังเป็นสาเหตุให้เกิดการเข้าทำลายของเชื้อไวรัสต่อไป
เกษตรจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า สำหรับแนวทางการป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟพริก ขอให้เกษตรกรดำเนินการ 1.ทำความสะอาดบริเวณแปลงปลูก และบริเวณข้างเคียงแปลงปลูก โดย การทำลายวัชพืชต่าง ๆ ซึ่งอาจเป็นที่หลบซ่อนตัวของเพลี้ยไฟ 2.ถ้าพบการระบาดไม่มากให้ตัด 3.พ่นเชื้อราบิวเวอเรียอย่างน้อยกำจัดเพลี้ยไฟ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ในช่วงแดดอ่อน 4.ฉีดพ่นด้วยสารเคมี คาร์โบซัลแฟน 20 อัตรา 20-30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อิมิดาโคลพริด 10%SL อัตรา 20-40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร และควรงดใช้สารเคมีก่อนเก็บเกี่ยว 15 วัน เบื้องการแพร่ระบาดของเพลี้ยไฟพริกยังแพร่ระบาดอยู่ในวงจำกัด ยังไม่กระจายเป็นวงกว้าง จึงเตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริกเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หรือหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ ส่วนที่แมลงระบาดไปเผาทิ้ง เพราะเพลี้ยไฟมักจะอยู่กันเป็นกลุ่มบริเวณส่วนยอดอ่อนของพืช หรือใช้กับดักกาวเหนียว
ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กระบี่
