ตม.ชลบุรีกวาดล้างต่างชาติเข้ามาทำงานโดยผิดกฏหมายและแย่งอาชีพคนไทยกว่า 100 คน (มีคลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่ 25 ม.ค. 61  พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัยรอง ผบช.สตม.พ.ต.อ.ทรงโปรด สิริสุขะ ผกก.ตม.จ.ชลบุรี พ.ต.ท.ธวัชชัย หนองบัว รอง ผกก.ตม.จ.ชลบุรี ร่วมแถลงผลการปฏิบัติในการระดมกวาดล้างอาชญากรรมและสืบสวนจับกุมบุคคลต่างด้าวซึ่งเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเกินกำหนดเวลาอนุญาต (overstay) และความผิดอื่นๆ โดยบูรณาการกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เริ่มระดมในห้วงเทศกาลปีใหม่ และต่อเนื่องตลอดในห้วงเดือนมกราคม 2561 ตามนโยบายของ

ตม.ชลบุรีกวาดล้างต่างชาติเข้ามาทำงานโดยผิดกฏหมายและแย่งอาชีพคนไทยกว่า 100 คน (มีคลิป)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกวาดลฃ้างจับกุม 

จนสามารถจับกุม ตามมาตรการป้องกันปราบปรามนักท่องเที่ยวเข้าเมืองผิดกฎหมาย และบุคคลต่างด้าวซึ่งอยู่เกินกำหนดอนุญาต (OVERSTAY) รัฐบาลเล็งเห็นว่าคนต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในลักษณะอยู่เกินกำหนด อาจเป็นเพราะหลบหนีคดีในต่างประเทศมากบดานในประเทศไทย หรือ เข้ามาเพื่อกระทำผิดในประเทศไทย ซึ่งผลการปฏิบัติ ตม.จว.ชลบุรี มีการบังคับใช้กฎหมาย มาตรา 38 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง เรื่องการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างชาติ ซึ่งทำให้สถิติการรับแจ้งเพิ่มขึ้นจากเดือนละ 20000 ราย เป็นเดือนละ 200000 ราย และมีการตรวจสอบจากฐานข้อมูล หากพบผู้ใดเข้าเมืองผิดกฎหมายหรือ overstay ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบและจับกุมซึ่งภายหลังดำเนินคดีเสร็จสิ้นทุกรายจะถูกส่งตัวไปยังอาคารกักตัวผู้ต้องกัก สตม. เพื่อพิมพ์มือและตรวจสอบว่ามีการกระทำผิดอื่นในประเทศไทยหรือไม่ หากพบว่ามีคดีอื่นก็จะดำเนินคดีให้เสร็จสิ้น ก่อนดำเนินการผลักดันกลับประเทศ  ซึ่งสามารถเป็นบุคคลต่าวด้าวอยู่เกินกำหนดอนุญาต จำนวน 20 ราย เป็นบุคคลต่าวด้าวหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 18 ราย  และในวันที่ 8 ม.ค.61จับกุมนายปาร์ค กวางฮัค สัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งอยู่เกินกำหนดอนุญาต 273 วัน เป็นผู้หลบหนีคดีปล้นโดยใช้อาวุธ จากประเทศเกาหลีใต้  

ตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และ แก้ภาพลักษณ์เมืองพัทยาให้เป็นเมืองท่องเที่ยว เน้นออกสืบสวนปราบปรามมิให้มีการค้ามนุษย์ในพื้นที่ และ สืบสวนจับกุมชาวต่างชาติซึ่งเข้ามาเพื่อค้าประเวณีโดยภายหลังจับกุมและดำเนินคดีทุกรายจะถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และผลักดันกลับประเทศ รวมทั้งบันทึกข้อมูล BLACKLISTเพื่อมิให้เดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรได้อีกในห้วงที่ผ่านมามีผลการจับกุม ดังนี้ จับกุมหญิงชาวอุซเบกิสถาน ซึ่งเป็นธุระจัดหาหญิงมาเพื่อการค้าประเวณี จำนวน 1 ราย จับกุมชาวต่างชาติผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี จำนวน 50 ราย ( ลาว/ยูกันดา/เคนย่า/มาลากาซี/แทนซาเนียร์)

 มาตรการปราบปรามบุคคลต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย รัฐบาลได้ผ่อนปรนการบังคับใช้กฎหมายโดยไม่เอาโทษแก่บุคคลต่างด้าวซึ่งทำงานผิดกฎหมายรวมถึงนายจ้าง เพื่อให้นายจ้างนำลูกจ้างบุคคลต่างด้าวไปขึ้นทะเบียนให้แล้วเสร็จ ก่อน 31 ธ.ค.60 ซึ่งประชาชนได้นำลูกจ้างไปขึ้นทะเบียนเป็นจำนวนมาก จากนั้นตั้งแต่ 1 ม.ค.61 ยังคงพบว่ามีบุคคลต่างด้าวอาศัยนโยบายผ่อนปรนของรัฐบาลในปีก่อน มาประกอบอาชีพแย่งอาชีพคนไทย เจ้าหน้าที่จึงได้ออกตรวจสอบและจับกุม โดยมีผลการจับกุม ดังนี้ เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 13 ราย  เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานผิดเงื่อนไข ผิดนายจ้าง หรือผิดประเภทงาน จำนวน 1 ราย ตม.ชลบุรีกวาดล้างต่างชาติเข้ามาทำงานโดยผิดกฏหมายและแย่งอาชีพคนไทยกว่า 100 คน (มีคลิป)

  ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังนายจ้างและบุคคลต่างด้าวซึ่งเข้ามาทำงานในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายว่า ขณะนี้ พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2561 มีผลใช้บังคับแล้ว ขอให้นายจ้างซึ่งจะจ้างงานคนต่างชาติ หรือ บุคคลต่างชาติซึ่งจะทำงานในเมืองไทยขอให้ดำเนินการออกใบอนุญาตทำงานโดยถูกต้อง เนื่องด้วยกฎหมายใหม่มีอัตราโทษสูง

ตม.ชลบุรีกวาดล้างต่างชาติเข้ามาทำงานโดยผิดกฏหมายและแย่งอาชีพคนไทยกว่า 100 คน (มีคลิป)

อัมพร แสงแก้ว  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์  จ.ชลบุรี