ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันนี้( 25 ม.ค.61) ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ลงพื้นที่กลุ่มผ้าไหมย้อมไม้เก้ามงคลอาบโคลนดอกบัว บ้านไทร  เลขที่ 20  หมู่ 7  ต.จารพัต  อ.ศีขรภูมิ  จ.สุรินทร์ พบนางสมใจ  จำปาทอง และกลุ่มแม่บ้านกำลังช่วยกันทอผ้าไหม ซึ่งมีกี่ทอ 5 ตัว อยู่บริเวณชั้นล่างของบ้าน คล้ายเป็นโรงทอผ้าขนาดย่อม โดยที่นี่เป็นจุดเด่นการย้อมไหมสีธรรมชาติ ด้วยการนำไม้มงคลเก้าชนิดผสม และอาบโคลนดอกบัว จึงทำให้ผ้าไหมทุกชิ้นมีความสวยงาม ประณีตและทรงคุณค่า ทุกชิ้นงาน ซึ่งจังหวัดสุรินทร์ได้ยกให้เป็นศูนย์เรียนรู้การทอผ้าและย้อมไหมสีธรรมชาติ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนเป็นที่รู้จักโด่งดังในระดับประเทศ

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

 

นางสมใจ  จำปาทอง อายุ 49 ปี ประธานกลุ่มผ้าไหมย้อมไม้เก้ามงคลอาบโคลนดอกบัว บ้านไทร เล่าว่า  ตนเองเรียนจบชั้น ป.4 สมัยนั้นต้องออกมาช่วยพ่อแม่ทำงาน เพราะครอบครัวยากจน  พ่อแม่มีที่ดินกว่า 100 ไร่ แต่ก็ต้องหมดไปเพราะโดนโกงตั้งแต่ตนยังเด็ก  แม้แต่บ้านยังไม่มีอาศัยอยู่บ้านเล็กๆ จะขึ้นบันไดเหมือนจะหักอยู่ตลอดเวลา  จึงทำให้ไม่มีเพื่อนไม่มีญาติพี่น้อง  จึงสร้างแรงกดดัน ซึ่งความกดดันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับตนที่สร้างตนให้มีความเข้มแข็ง มีพลังต่อสู้ให้มาถึงวันนี้ได้  ตนได้เรียนรู้ทอผ้าไหมตั้งแต่เป็นเด็กอายุ 12 ปี ช่วงเป็นสาวมีหนุ่มเข้ามาจีบแต่ตนจะต้องวิ่งหนี ไม่กล้าที่จะคบกับใครเพราะตัวเองรู้สึกอายที่ไม่มีบ้านอยู่ จากที่ในชีวติไม่มีอะไร และไม่คิดว่าจะได้มาอยู่ในจุดนี้  สิ่งที่ตนเองปรารถนาอยากมีบ้าน  ตั้งใจทำงานทอผ้าไหม และพัฒนาต่อยอดจากการทอผ้าไหมทั่วไปประยุกต์ ให้เป็นผ้าไหมมงคลที่มีส่วนผสมจากย้อมสีธรรมชาติโดยไม้มงคลเก้าชนิด  ได้แก่ 1. แก่นขนุน  2. แก่นมะขาม  3. แก่นมะยม 4. ดอกดาวเรือง 5. ต้นคูณ  6. ขมิ้น  7. ต้นอร่าง 8.ครั่ง และ 9.โคลนกอบัว  รวมทั้งทอผ้าไหมลายดอกไม้มงคลต่างๆด้วย โดยมีลายผ้าไหมที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ทั้งผ้าไหมดอกดาวเรืองที่มีความเชื่อว่าเป็นผ้ามงคลสู่ความรุ่งเรืองในชีวิต  ผ้าไหมลายดอกกุหลาบเป็นผ้ามงคลในเรื่องของโชคลาภ  ผ้าไหมลายดอกคูณ เป็นผ้ามงคลในความเชื่อของการมีคนค้ำคูณ เป็นต้น ผ้าไหมจะเน้นผู้สวมใส่ให้มีสุขภาพดี และมีโชคลาภ    ส่วนผ้าไหมที่ตนภูมิใจมากที่สุดที่ทำให้ตนต้องร้องไห้น้ำตาไหลเมื่อผ้าไหมของตนเองได้ยกเป็นสินค้าโอทอปขึ้นเครื่อง นับเป็นผลตอบแทนถึงความอดทน มุ่งมั่นตั้งใจในอาชีพที่ตนรักเสมอมา จนปัจจุบันได้ประสบความสำเร็จที่ตนสามารถสร้างบ้านได้ด้วยตัวของตัวเองก็เพราะอาชีพการทอผ้าไหม ที่ให้ชีวิตได้มีอยู่มีกินถึงวันนี้

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

นางสมใจ  จำปาทอง  กล่าวต่อไปอีกว่า  สำหรับชิ้นงานผ้าไหมลายประยุกต์ย้อมสีธรรมชาติของตนนั้นจะ เฉลี่ยราคา 6,000 – 12,000 บาท โดยปัจจุบันมีรายได้เฉลี่ย 200,000 -300,000 บาทต่อเดือน จากการขายผ้าไหม ทั้งที่มีคนเดินทางมาซื้อถึงบ้านและทางตลาดออนไลน์  ล่าสุดตนได้เปิดร้านผ้าไหมในตัวอำเภอศีขรภูมิด้วย  เหนือสิ่งอื่นใดวันนี้ได้ส่งเสริมให้ชาวบ้าน รวมกลุ่มเพื่อสร้างอาชีพ  สร้างรายได้ มีงานทำไม่ต้องไปทำงานต่างถิ่น ได้ในนามกลุ่มทอผ้าไหมมัดหมี่และยกดอกสีธรรมชาติบ้านไทร  สำหรับความฝันในอนาคตตนอยากจะเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ผ้าไหมเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ให้ผู้คนที่สนใจเดินทางมาเที่ยวชมด้วย  เพราะตนเองมีวันนี้ได้ก็เพราะอาชีพการทอผ้าไหม ที่สามารถลืมตาอ้าปากอยู่ในสังคม มีเพื่อน  มีกัลยาณมิตรที่ดี ก็เพราะเป็นอาชีพที่ตนรักและผูกพันมาตั้งแต่เด็ก

 

ซึ่งนางสมใจ  จำปาทอง ยังได้รับรางวัลต่างๆมากมาย ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่การันตีผลงานสูงสุดของสินค้าโอท็อป คือได้รับรางวัลเป็นผลิตภัณฑ์ ห้าดาว ตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับการคัดสรรเป็นสินค้าโอท็อปของอำเภอศีขรภูมิ จากฝีมือและความประณีต ตลอดจนมีการพัฒนาลายผ้าไหมประยุกต์และย้อมสีธรรมชาติจากไม้มงคลเก้าชนิด ทำให้ชื่อเสียงของผ้าไหมมัดหมี่สีธรรมชาติของบ้านไทร ต.จารพัต อ.ศีขรภูมิ  จ.สุรินทร์ เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปอย่างกว้างขวางในวงการผ้าไหมของประเทศไทย จนมีนักท่องเที่ยว และผู้สนใจเดินทางเข้ามาชมอย่างต่อเนื่อง  หากท่านใดสนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ นางสมใจ จำปาทอง เบอร์โทรศัพท์ 086-2572175

ภาพ/ข่าว เสน เหลี่ยมดี ทีมข่าวสุรินทร์นิวส์

เรียบเรียง ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา

ต้องสู้ถึงจะชนะ!! เปิดชีวิตลูกผู้หญิงที่ก้าวจากความจน ยึดอาชีพในสิ่งที่ตนรัก ด้วยเส้นทางการ "ทอผ้าไหม" เป็นสายใยแห่งชีวิตลิขิตบนคราบน้ำตา